Home arrow News arrow สธ.เตือนหวัด 09 ไม่สิ้นฤทธิ์ ภาคกลาง-ปริมณฑลป่วยเพิ่ม รอบสัปดาห์คร่า 1 ศพ
สธ.เตือนหวัด 09 ไม่สิ้นฤทธิ์ ภาคกลาง-ปริมณฑลป่วยเพิ่ม รอบสัปดาห์คร่า 1 ศพ Print E-mail
User Rating: / 0
PoorBest 
Post by Administrator   
พฤหัสบดี, 19 พฤศจิกายน 2009

โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์ 18 พฤศจิกายน 2552 18:40 น.

สธ.เตือนสถานการณ์หวัด 2009 ไม่น่าไว้วางใจ ปริมณฑล-ภาคกลาง ตัวเลขผู้ป่วยขยับเพิ่มขึ้น ในรอบสัปดาห์ตาย 1 ราย ขณะที่วัคซีนป้องกันหวัดชนิดเชื้อเป็นของ อภ.ยังต้องรอผลทดลองความปลอดภัยในสัตว์ 25 พ.ย.นี้ ก่อนเริ่มทดลองในอาสาสมัคร
      
       วันนี้ (18 พ.ย.) นายวิทยา แก้วภราดัย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) กล่าวถึงสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ ชนิดเอ เอช1เอ็น1 หรือไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ 2009 ว่า ในรอบสัปดาห์ที่ผ่านมา มีผู้เสียชีวิตจากโรคไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ 2009 จำนวน 1 ราย ในพื้นที่กรุงเทพมหานคร ทำให้มีผู้เสียชีวิตสะสม 185 ราย ที่สำคัญ มีรายงานตัวเลขการป่วยมีแนวโน้มขยับตัวเพิ่มขึ้นในพื้นที่ปริมณฑลและภาคกลาง จากที่ก่อนหน้านี้ลดระดับลงแล้ว เนื่องจากภาคกลางและปริมณฑลเริ่มเข้าสู่ฤดูหนาว สภาพแวดล้อมของพื้นที่มีการอยู่รวมกันอย่างแออัด และประชาชนเพิกเฉยต่อวิธีการในการป้องกันตนเอง
       
      

นายวิทยา กล่าวต่อว่า การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสไข้หวัดใหญ่ 2009 ในพื้นที่ภาคกลางและปริมณฑลในครั้งนี้ มีส่วนที่แตกต่างจากการระบาดที่ผ่านมา ตรงที่ครั้งนี้เป็นการระบาดภาคประชาชน กลุ่มบุคคลทั่วไป ซึ่งก่อนหน้าเป็นการระบาดในกลุ่มนักเรียน อาจเป็นเพราะมาตรการการคัดกรองนักเรียนที่โรงเรียนมีการดำเนินการอย่างมีประสิทธิผล บวกกับเยาวชนสามารถเรียนรู้และพัฒนาตนเองในการป้องกันการติดเชื้อ และการแพร่ระบาดด้วยการกินร้อน ช้อนกลาง ล้างมือได้รวดเร็ว ทำให้การแพร่ระบาดในคนกลุ่มนี้ลดจำนวนลงในครั้งนี้ อย่างไรก็ตาม กลุ่มเสี่ยงที่จะติดเชื้อแล้วมีอาการรุนแรงยังเป็นกลุ่มผู้ที่มีโรคประจำตัวและหญิงตั้งครรภ์เช่นเดิม
      
       “ผมได้กำชับแจ้งเตือนให้นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดแต่ละพื้นที่เพิ่มมาตรการในการเฝ้าระวังผู้ป่วยมากขึ้นและให้อาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมูบ้าน (อสม.) เร่งออกคัดกรองผู้ป่วยในพื้นที่รับผิดชอบ ส่วนจะถือว่าการกลับมาแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสไข้หวัดใหญ่ 2009 ในพื้นที่ปริมณฑลและภาคกลางเพิ่มมากขึ้น เป็นการระบาดระลอก 2 ในพื้นที่นี้แล้วหรือไม่ อยู่ระหว่างการติดตามและประเมินสถานการณ์ว่ามีความรุนแรงมากน้อยแค่ไหน สำหรับไข้หวัดนก สธ.รอรายงานจากกรมปศุสัตว์หากได้รับรายงานว่าพบไข้หวัดนก กระบวนการด้านสาธารณสุขพร้อมดำเนินการทันที แต่ขณะนี้ยังไม่มีการพบไข้หวัดนกแต่อย่างใด” นายวิทยากล่าว
      
       ผู้สื่อข่าวรายงานในเว็บไซต์ของสำนักระบาดวิทยา กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข ได้รายงานสถานการณ์โรคไข้หวัดใหญ่ในประเทศไทย ว่า การแพร่ระบาดในพื้นที่กรุงเทพฯและปริมณฑลสถานการณ์ไม่น่าไว้วางใจ และรอบสัปดาห์ที่ผ่านมามีรายงานการระบาดของเชื้อเป็นกลุ่มก้อนเกิดขึ้นในโรงเรียนระดับประถมถึงมัธยมศึกษาแห่งหนึ่งใน จ.นครราชสีมา พบผู้ป่วย 41 ราย เก็บตัวอย่างเชื้อส่งตรวจ 15 ราย พบเชื้อไข้หวัดใหญ่ 2009 จำนวน 13 ราย ทางจังหวัดได้ดำเนินการควบคุมโรค ด้วยการปิดโรงเรียนตั้งแต่วันที่ 14-22 พ.ย.พร้อมทั้งทำลาบเชื้อบริเวณพื้นผิวต่างๆ
      
       ด้านนพ.วิชัย โชควิวัฒน ประธานคณะกรรมการบริหารองค์การเภสัชกรรม (บอร์ด อภ.) กล่าวถึงความคืบหน้าการศึกษาวิจัยวัคซีนป้องกันเชื้อไวรัสไข้หวัดใหญ่สายพันธ์ใหม่ 2009 ชนิดเชื้อเป็นว่า อภ.ดำเนินการผลิตวัคซีนนี้อย่างต่อเนื่องจนถึงล็อตที่ 20 แล้ว โดยเก็บรักษาด้วยการแช่แข็งไว้ที่อุณหภูมิ - 20 องศาเซลเซียส ก่อนที่จะนำมาศึกษาการคงตัวของวัคซีน โดยจะต้องมีการศึกษาว่าเติมสารชนิดใดลงไปจึงจะสามารถทำให้วัคซีนคงตัวอยู่ได้ในอุณหภูมิ 2-5 องศาเซลเซียส หรือในอุณหภูมิตู้เย็น ขณะนี้ อภ.พบสูตรเหมาะสมที่จะทำให้วัคซีนคงตัวอยู่ได้ในอุณหภูมิดังกล่าวแล้ว โดยได้ดำเนินการติดตามความคงตัวมาแล้วเกิน 4 สัปดาห์พบว่าวัคซีนยังสามารถคงตัวอยู่ได้เช่นเดิม
      
       “สำหรับการตรวจเชื้อที่อาจจะปนในวัคซีนซึ่งเกิดขึ้นได้ 3 ทาง คือ จากตัวไข่ ตัววัคซีน และบุคคลที่เข้าไปทำงาน พบว่า วัคซีนที่ผลิตได้ไม่มีการปนเปื้อนเชื้อ ขณะที่การทดลองในสัตว์ทดลองที่กระทำทั้งในหนูและหนูตะเภาจะทราบผลเบื้องต้นภายในวันที่ 25 พ.ย.นี้ ส่วนจะเริ่มดำเนินการทดลองวัคซีนในอาสาสมัครได้เมื่อไหร่ ไม่อยากกำหนดวันที่แน่ชัด เพราะต้องพิจารณาผลการทดลองในสัตว์ให้ครบทุกตัวและทุกส่วนของอวัยวะว่าต้องมีความปลอดภัยแน่นอน ถ้าพบส่วนใดส่วนหนึ่งมีปัญหาอาจจำเป็นต้องเลื่อนการทดลองในอาสาสมัครออกไปอีก ซึ่งมีการคัดกรองอาสาสมัครแล้ว โดยเน้นบุคคลที่ไม่เคยติดเชื้อไข้หวัดใหญ่ 2009 มาก่อน” นพ.วิชัย กล่าว
< Previous   Next >