Home arrow News arrow "วัคซีนหวัดเชื้อตายกับปัญหาการผลิตจริง"
"วัคซีนหวัดเชื้อตายกับปัญหาการผลิตจริง" Print E-mail
User Rating: / 0
PoorBest 
Post by Administrator   
จันทร์, 26 ตุลาคม 2009

           ในงานประชุมสถานการณ์โรคไข้หวัดใหญ่ ซึ่งจัดโดยสำนักงานควบคุมโรคอเมริกัน ที่โรงแรมเชอราตัน แกรนด์ สุขุมวิท เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา ได้ระดมนักวิจัยและผู้เชี่ยวชาญทางการแพทย์ เพื่ออัพเดตข้อมูลวิชาการด้านระบาดวิทยาและความก้าวหน้างานวิจัยของเชื้อไข้หวัดใหญ่เอช 1 เอ็น 1 และเอช 5 เอ็น 1 โดยงานนี้ รศ.นพ.ประสิทธิ์ ผลิตผลการพิมพ์ รองผู้อำนวยการ และผู้จัดการโปรแกรมโรคติดเชื้ออุบัติใหม่/อุบัติซ้ำ สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (สวทช.) กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (วท.) ได้เปิดเผยถึงความสำเร็จของการพัฒนาวัคซีนป้องกันโรคไข้หวัดใหญ่ 2009 ชนิดเชื้อตาย ที่พัฒนาโดยนักวิจัย สวทช. ส่วนวัคซีนชนิดเชื้อเป็นนั้น องค์การเภสัชกรรม (อภ.) กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) เป็นผู้ผลิต

ที่มา หนังสือพิมมติชนรายงัน ประจำวันที่ 26 ตุลาคม 2552 

รศ.นพ.ประสิทธิ์อธิบายถึงความสำเร็จครั้งนี้ว่า จริงๆ แล้วทั่วโลกสามารถพัฒนาวัคซีนชนิดเชื้อตายได้ โดยประเทศใดพัฒนาสำเร็จจะต้องส่งสูตรการพัฒนาไปให้องค์การอนามัยโลก เพื่อทำการทดสอบประสิทธิภาพ และความปลอดภัย จากนั้นจะแจกให้แก่ประเทศที่สนใจนำไปผลิตฟรีๆ นักวิจัยไทยก็ประสบความสำเร็จในการพัฒนาวัคซีนชนิดนี้เช่นกัน โดยได้ตีพิมพ์ในวารสารนานาชาติ ที่เรียกว่า Viral research แต่ปัญหาคือ การจะนำมาใช้จริง ค่อนข้างยาก เนื่องจากติดเรื่องการผลิตในปริมาณมากๆ เพราะหน่วยงานวิจัยย่อมไม่มีโรงงานผลิตขนาดใหญ่อยู่แล้ว ที่สำคัญปัญหาการทดสอบในสัตว์ทดลองก็ยังไม่เสถียร เพราะติดเรื่องความสะอาดของสัตว์ทดลอง ทั้งหนู และตัวเฟอร์เรท (Ferret) ที่บางครั้งไปซื้อมาจากสวนจตุจักร ทำให้เกิดกาติดเชื้อระหว่างทดลอง เนื่องจากขาดกระบวนการดูแลสัตว์ทดลองที่ได้มาตรฐาน

นอกจากจะต้องคัดเลือกสัตว์ทดลองที่สะอาดปลอดโรคจริงๆ ยังต้องมีห้องสำหรับดูแลและเก็บรักษาสัตว์เหล่านี้ด้วย ซึ่งห้องดังกล่าวจะต้องได้มาตรฐาน รวมทั้งห้องปฏิบัติการสำหรับทดสอบก็ยังไม่มีศักยภาพเพียงพอ

ไม่ใช่แค่ป้องกันเชื้อจากภายนอกเข้าสู่ห้องปฏิบัติการ แต่ต้องมั่นใจด้วยว่าภายในห้องทดลองดังกล่าวจะต้องปราศจากเชื้อโรค หรือจุลินทรีย์ชนิดต่างๆ ปนเปื้อน ยกตัวอย่าง สหรัฐอเมริกา การนำสัตว์มาทดลองต้องผ่านการตรวจสอบว่าปลอดเชื้อโรคทุกชนิด จากนั้นจึงนำไปเก็บรักษาในห้องพิเศษ

"ปัญหาใหญ่ของการผลิตวัคซีนที่ไม่แพ้ปัญหาสัตว์ทดลอง หรือห้องปฏิบัติการ คือ ปริมาณเชื้อในไข่ไก่ฟักที่ไม่ได้ปริมาณตามที่ต้องการ ซึ่งอาจมาจากความเชี่ยวชาญในการผลิตของไทยยังไม่เพียงพอ เหมือนกับการผลิตวัคซีนเชื้อเป็นของ อภ. ก็ประสบปัญหานี้เช่นกัน แต่หากปัญหาต่างๆ ผ่านพ้นไปแล้ว ประเทศไทยก็ยังติดเรื่องการผลิตในปริมาณมากๆ อย่างโรงงานผลิตวัคซีนก็ยังไม่แล้วเสร็จ มีเพียงโรงงานขนาดเล็กของมหาวิทยาลัยศิลปากร จ.นครปฐม ซึ่งหากต้องการปริมาณมากๆ ก็ไม่ทันการณ์อยู่ดี"

ศ.นพ.ประสิทธิ์ ระบุอีกว่า ความหวังตอนนี้อยู่ที่ ยาโอเซลทามิเวียร์ ซึ่งประเทศไทยมีสำรองอยู่เพียงพอ ตลอดจนวัคซีนที่สั่งซื้อไว้ล็อตแรก 2 ล้านโดส แต่หากจะรอวัคซีนที่ผลิตในประเทศเพื่อใช้รับมือการระบาดระรอก 2 ที่จะเกิดขึ้นช่วงหน้าหนาวนี้ คงไม่ทัน เพราะการผลิตในระดับอุตสาหกรรมยังไม่มี

"เราเป็นเพียงหน่วยงานวิจัยคงทำอะไรมากไม่ได้ ทำได้เพียงการพัฒนาวัคซีนให้ดีที่สุด รวมทั้งการพัฒนาแนวทางการทดสอบ โดยจะต้องมีระบบการคัดเลือกสัตว์ทดลองที่ปลอดเชื้อ มีห้องสำหรับสัตว์เหล่านี้ รวมทั้งห้องปฏิบัติการทดสอบจะต้องได้มาตรฐานจริงๆ ทั้งหมดอาจต้องใช้งบประมาณ 100 ล้านบาท คาดว่าจะมีการหารือกันถึงแนวทางการพัฒนาเบื้องต้นก่อนจะดำเนินการอย่างครบวงจร ซึ่งต้องมีการเสนอรัฐบาลพิจารณาต่อไป" รองผู้อำนวยการ สวทช.กล่าวทิ้งท้าย

 

< Previous   Next >