|
พบผู้เสียชีวิตด้วยโรคพิษสุนัขบ้า 1 ราย ที่ราชบุรี |
|
|
|
Post by Supaporn Wacharapluesadee
|
|
พฤหัสบดี, 22 ตุลาคม 2009 |
|
วันอังคารที่ 20 ตุลาคม 2552 ศูนย์ปฏิบัติการโรคทางสมอง โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ ตรวจพบเชื้อไวรัสพิษสุนัขบ้า จากน้ำลายและปัสสาวะของผู้ป่วยจากโรงพยาบาลราชบุรี ผู้ป่วยเข้ารับการรักษาตัวในโรงพยาบาลเมื่อวันอาทิตย์ที่ 18 ตุลาคม 2552 มีอาการเอะอะอาละวาด ตั้งแต่วันแรกที่เข้ารับการรักษาและเสียชีวิตในวันเดียวกัน ผู้เสียชีวิตเป็นชาย อายุ 19 ปี ไม่ได้รับการฉีดวัคซีนป้องกันโรคพิษสุนัขบ้า แต่จากการสอบถามไม่ทราบประวัติการถูกสัตว์กัดที่ชัดเจน ศ.นพ.ธีระวัฒน์ เหมะจุฑา ผู้อำนวยการศูนย์ปฏิบัติการโรคทางสมอง และศูนย์ความร่วมมือองค์การอนามัยโลกด้านไวรัสสัตว์สู่คน คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยกล่าวว่า หากผู้ป่วยเข้ารับการรักษาหลังถูกสัตว์กัดภายใน 48 ชั่วโมง และมีการล้างแผลทันที ด้วยน้ำสบู่นาน 15 นาที ตามคำแนะนำขององค์การอนามัยโลก ก็จะไม่จบชีวิตด้วยโรคนี้อย่างแน่นอน เป็นที่น่าสังเกตุว่า ในช่วงเดือนตุลาคม 2552 นี้ พบผู้เสียชีวิตด้วยโรคพิษสุนัขบ้า ในจังหวัดกาญจนบุรีถึง 2 ราย และมีผู้ถูกสุนัขกัดและเข้ารับการฉีดวัคซีนป้องโรคพิษสุนัขบ้า มากกว่า 50 ราย ในเขตพื้นที่จังหวัดกาญจนบุรี ประชาชนในพื้นที่และบริเวณใกล้เคียงควรตรวจสอบตนเองและบุตรหลานหากถูกสุนัขกัดต้องรีบพบแพทย์ทันที และสำรวจสัตว์เลี้ยงทั้งสุนัขและแมว ที่อาจถูกสุนัขเร่ร่อน ต่างถิ่นกัด ต้องรีบปรึกษาสัตวแพทย์ทันที่เช่นกัน เพื่อรักษาและกักขังดูอาการจนกว่าจะแน่ใจว่าไม่ติดเชื้อ รวมทั้งช่วยกันสังเกตุสุนัขต่างถิ่นที่พลัดหลงเข้ามาที่อาจเป็นสุนัขบ้าและแจ้งให้ผู้เกี่ยวข้องในท้องถิ่นทราบทันที ก่อนที่จะนำเชื้อโรคพิษสุนัขบ้าแพร่เข้าสู่ชุมชน จนกลายเป็นเรื่องเศร้า ที่คนในชุมชนหรือลูกหลานอาจต้องจบชีวิตลงด้วยโรคพิษสุนัขบ้า ซึ่งปัจจุบันยังไม่มีวิธีรักษา ผู้ติดเชื้อต้องเสียชีวิตทุกราย แต่เป็นโรคที่ป้องกันได้ด้วยการฉีดวัคซีน โดย ดร. สุภาภรณ์ วัชรพฤษาดี ศูนย์ปฏิบัติการโรคทางสมอง โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ ศูนย์ความร่วมมือองค์การอนามัยโลกด้านไวรัสสัตว์สู่คน คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
|
|
Last Updated ( พฤหัสบดี, 22 ตุลาคม 2009 )
|