Home arrow News arrow เช็กกระแสวัคซีนสู้โรค
เช็กกระแสวัคซีนสู้โรค Print E-mail
User Rating: / 0
PoorBest 
Post by Administrator   
พุธ, 30 กันยายน 2009

  

Image

 

'ปอดบวม' ไม่ใหม่...แต่ก็ 'ยังดุ!'

ในช่วงสัปดาห์ที่แล้วเรื่องการต่อสู้กับโรคภัยในประเทศไทยด้วย “วัคซีน” เป็นที่จับตากันมากทีเดียว ไม่ว่าจะเป็นกรณี “วัคซีนเอดส์” ที่แม้การวิจัยของไทยจะยังไม่ประสบความสำเร็จเต็มขั้น ยังไม่สามารถลดเชื้อไวรัสเอดส์ในกระแสเลือดได้ แต่ทั่วโลกก็ฮือฮาไทยในประเด็นที่มีผลต่อการลดอัตราเสี่ยงติดเอดส์ลงได้ 31.2%

กรณี “วัคซีนหวัดใหญ่ 2009” ก็ยังเป็นที่จับตา แม้ทางทีมวิจัยวัคซีนของไทยจะมีการเลื่อนกำหนดทดลอง เพื่อที่จะรอความชัดเจนของข้อมูลสำคัญ ๆ เช่น การสร้างและการกระตุ้นภูมิคุ้มกันในหนูทดลอง การตรวจสอบหาสารปนเปื้อนของวัคซีน แต่กระนั้นก็ยังมีการคาดการณ์ว่าวัคซีนนี้จะแล้วเสร็จในเดือน ธ.ค. 2552 นี้
   
หันไปดูที่ต่างประเทศ เมื่อวันก่อนก็มีข่าวว่าที่ประเทศ  เนเธอร์แลนด์ระดมฉีด “วัคซีนโรคคิวฟีเวอร์” ในแพะและแกะ เพื่อป้องกันโรคนี้ระบาดจากสัตว์สู่คน ซึ่งโรคนี้เกิดจากเชื้อแบคทีเรียชนิดหนึ่ง ผู้ที่ติดเชื้อจะมีอาการคล้ายเป็นไข้ การรักษาทำได้โดยการใช้ยาปฏิชีวนะ แต่ในรายที่เป็นมาก ๆ ก็อาจรุนแรงถึงขั้นเสียชีวิตได้
   
อีกข่าววัคซีนนอกประเทศ คือ “วัคซีนไอพีดี” โดยเขตปกครองพิเศษฮ่องกงได้บรรจุวัคซีนนี้ในแผนวัคซีนแห่งชาติ เพื่อที่จะฉีดให้เด็กเล็กทั่วเกาะฮ่องกง ตั้งแต่วันที่ 1 ก.ย. ที่ผ่านมา
   
ทั้งนี้ กล่าวสำหรับวัคซีนไอพีดี ในประเทศไทยเราก็มีการใช้ในลักษณะของวัคซีนทางเลือก ซึ่งพ่อแม่ผู้ปกครองต้องพิจารณาถึงความเสี่ยงของบุตรหลาน ความคุ้มค่า เนื่องเพราะยังเป็นวัคซีนที่มีราคาสูง
   
อย่างไรก็ตาม กับไอพีดี หรือ “โรคติดเชื้อนิวโมคอคคัส” การติดเชื้อแบคทีเรียที่ทำให้เกิด “ปอดบวม” ทางองค์การอนามัยโลกได้แถลงให้ประเทศต่าง ๆ เฝ้าระวัง และลดอุบัติการณ์ของการเกิดโรคนี้ มาตั้งแต่เดือน มี.ค. 2550 และในปี 2551 ก็แถลงย้ำอีกครั้ง โดยเฉพาะกับกลุ่มประเทศในทวีปแอฟริกาและเอเชีย
   
เนื่องเพราะในแต่ละปีนั้น เด็กเล็กในประเทศต่าง ๆ ทั่วโลกเสียชีวิตเพราะโรคนี้-เพราะปอดบวม มากเป็นอันดับ 1 หรือปีละกว่า 2 ล้านคน อย่างต่อเนื่องทุก ๆ ปี...
   
ไอพีดี โรคติดเชื้อที่ทำให้ปอดบวมโรคนี้ จากข้อมูลของสมาคมโรคติดเชื้อในเด็กแห่งประเทศไทย เป็นโรคที่มักพบในทารกและเด็กเล็ก อาจทำให้ผู้ป่วยมีอาการหนักจนถึงชีวิต หรือเกิดความพิการตามมาได้ ทั้งนี้ ในเด็กไทยมีการพบเชื้อในทางเดินหายใจส่วนต้น เฉลี่ยประมาณร้อยละ 35 โดยพบมากที่สุดในเด็กทารกและเด็กเล็กช่วงอายุ 2-3 ขวบ ส่วนในผู้ใหญ่พบเชื้อในทางเดินหายใจส่วนต้นน้อยกว่าในเด็กมาก เฉลี่ยประมาณร้อยละ 4
   
เชื้อนิวโมคอคคัส มักทำให้เกิดโรคระบบทางเดินหายใจ เช่น หูชั้นกลางอักเสบ, ไซนัสอักเสบ ซึ่งส่วนใหญ่จะไม่รุนแรง และเชื้อนี้ก็เป็นสาเหตุสำคัญของโรคปอดบวม ปอดอักเสบ ที่อาจมีอาการรุนแรง ซึ่งที่ผ่านมาเด็กไทยโชคดีกว่าเด็กในต่างประเทศ เพราะอุบัติการณ์ของโรคมีน้อยกว่าในต่างประเทศ แต่ก็วางใจไม่ได้
   
ศ.พญ.อุษา ทิสยากร นายกสมาคมโรคติดเชื้อในเด็กแห่งประเทศไทย เลขาธิการสมาคมโรคติดเชื้อในเด็กแห่งเอเชีย และกรรมการสมาคมโรคติดเชื้อในเด็กแห่งโลก ระบุว่า... ปอดบวม  เป็นอันตรายที่สามารถจะเกิดได้กับคนทุกเพศ ทุกวัย ทุกเชื้อชาติ และสามารถส่งผลร้ายแรงถึงขั้นทำให้เสียชีวิตได้ โดยเฉพาะกับเด็กเล็ก ๆ
   
ปอดบวมเกิดได้ทั้งจากไวรัสและแบคทีเรีย โดยเชื้อนิวโม คอคคัสก็เป็นแบคทีเรียชนิดหนึ่งที่เป็นสาเหตุของปอดบวมในเด็กเล็ก นอกจากนี้ โรคปอดบวมยังเกิดได้จากการติดเชื้อแบคทีเรียที่   เกิดซ้ำซ้อนในผู้ป่วยโรคระบบทางเดินหายใจ เช่น โรคหวัด โรคหอบหืด ฯลฯ และทำให้ผู้ป่วยมีอาการที่รุนแรงขึ้น รักษายากขึ้น
   
หากประเทศใดบรรจุวัคซีนป้องกันโรคไอพีดีเข้าสู่แผนสร้างเสริมภูมิคุ้มกันโรคในเด็ก ตามที่องค์การอนามัยโลกแนะนำ ก็จะทำ ให้อัตราการเสียชีวิต อัตราความสูญเสีย จากโรคติดเชื้อนิวโมคอคคัส โรคปอดบวม ลดลง และจะเป็นการยกระดับมาตรฐานด้านสุขภาพ ประชากรในประเทศนั้น ๆ
   
นายกสมาคมโรคติดเชื้อในเด็กฯ บอกอีกว่า... การเสริมสร้างภูมิคุ้มกันให้กับเด็กด้วยการฉีดวัคซีนไอพีดี นอกจากจะเป็นการป้องกัน การติดเชื้อนิวโมคอคคัสในเด็กแล้ว ในอีกด้านยังเป็นการช่วยลดการแพร่กระจายเชื้อจากเด็กสู่ผู้ใหญ่ โดยเฉพาะ ผู้ที่มีอายุมากกว่า 65 ปี ซึ่งก็เป็นกลุ่มเสี่ยงต่อการเกิดโรคปอดบวมเช่นกัน
   
ในภาพรวมระยะยาว การฉีดวัคซีนป้องกันโรคไอพีดียังจะช่วยลดปัญหาการดื้อยาของเชื้อนิวโมคอคคัส ซึ่งปัจจุบันเป็นปัญหา ที่มีแนวโน้มว่าจะสูงขึ้นเรื่อย ๆ โดยปัญหาการดื้อยาของเชื้อต่าง ๆ นั้น เป็นปัญหาที่แพทย์ทั่วโลกให้ความสำคัญ และกำลังหาแนวทาง ในการลดปัญหานี้อย่างเร่งด่วน
   
ทั้งนี้ ศ.พญ.อุษา ยังระบุด้วยว่า... สำหรับในประเทศไทย  ที่ผ่านมาเรายังไม่ทราบถึงอุบัติการณ์โรคติดเชื้อนิวโมคอคคัสในเด็กที่แน่นอน แต่จากการศึกษาล่าสุดก็พบแนวโน้มว่า อุบัติการณ์ในไทยน่า จะมีอัตราใกล้เคียงกับในประเทศสหรัฐอเมริกาในช่วงก่อนที่สหรัฐจะมี การฉีดวัคซีนไอพีดีให้กับเด็กเล็กทุกคนตั้งแต่ปี 2543
   
ระยะนี้มีเรื่องของ “วัคซีน” หลายชนิดที่ต้องติดตาม
   
รวมถึง “วัคซีนไอพีดี” ที่ในประเทศไทยก็มีใช้อยู่...
   
แต่ต่อไปจะเป็นวัคซีนหลักหรือไม่...ยังไม่รู้ ?!?!?.

 

ที่มา  หนังสือพิมพ์เดลินิวส์   30 กันยายน 2552

Last Updated ( พุธ, 30 กันยายน 2009 )
< Previous   Next >