Home arrow News arrow เผยผลิตวัคซีนป้องกันหวัด 2009 ตามเป้า
เผยผลิตวัคซีนป้องกันหวัด 2009 ตามเป้า Print E-mail
User Rating: / 0
PoorBest 
Post by Administrator   
พฤหัสบดี, 03 กันยายน 2009
       ที่อิมแพ็ค เมืองทองธานี เมื่อวันที่ 2 ก.ย. นพ.วิชัย โชควิวัฒน ประธานคณะกรรมการองค์การเภสัชกรรม (บอร์ด อภ.) ให้สัมภาษณ์เกี่ยวกับความคืบหน้าในการผลิตวัคซีนป้องกันโรค ไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ 2009 ชนิดเชื้อเป็น ว่า ขณะนี้ผลการคำนวณปริมาณไวรัสที่ฉีดเข้าไป ในไข่ไก่ปลอดเชื้อลอตที่ 2 ออกมาแล้วปรากฏว่าได้ปริมาณไวรัสมากขึ้นกว่าเดิม คือ 8.32-9.33 ล็อกต่อซีซี หรือประมาณ 9 ล็อกต่อซีซี ซึ่งถือเป็นข่าวดีมาก ดังนั้นทาง อภ. จะใช้ไวรัสในลอต ที่ 2 ในการผลิตวัคซีนต้นแบบ และฉีดให้กับอาสาสมัครในระยะที่ 1 จำนวน 24 คน ในวันที่ 21 ก.ย. นี้ 

        นพ.วิชัย กล่าวด้วยว่า ขณะนี้คณะกรรม การจริยธรรมในคนที่มีตนเป็นประธาน และที่คณะ เวชศาสตร์เขตร้อน ได้อนุมัติการวิจัยในระยะที่ 1 แล้ว ดังนั้นจึงสามารถเริ่มต้นทำการคัดเลือกอาสา สมัคร 24 คนในลอตแรกได้ทันที ซึ่งมีการเปิดรับอาสาสมัครอายุระหว่าง 18-49 ปี ก่อนที่จะเริ่มฉีดวัคซีนในวันที่ 21 ก.ย. ส่วนการทดลองในอาสาสมัครในระยะที่ 2 จำนวน 400 คนนั้น น่าจะฉีดได้ในเดือน ต.ค. ดังนั้นการผลิตวัคซีนไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ 2009 ทุกอย่างจึงเป็นไปตามแผนที่วางไว้ทุกประการ สำหรับปัญหาสำคัญ ในขณะนี้ น่าจะอยู่ที่ไข่ไก่ปลอดเชื้อมากกว่าที่ต้อง สั่งนำเข้าจากประเทศเยอรมนี และสหรัฐอเมริกา ซึ่งมีกำลังการผลิตค่อนข้างจำกัด ทำให้ไม่สามารถ ส่งไข่ไก่ปลอดเชื้อให้กับไทยได้ตามจำนวนที่ต้องการ
   
ทางด้าน นพ.ไพจิตร์ วราชิต รองปลัดกระทรวงสาธารณสุข เปิดเผยว่า จากการวิเคราะห์ สถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคไข้หวัดใหญ่สาย พันธุ์ใหม่ 2009 ในรอบสัปดาห์ที่ผ่านมา พบว่า การระบาดในกรุงเทพฯ และปริมณฑลมีการชะลอ ตัวอย่างต่อเนื่อง และขยายตัวไปสู่ต่างจังหวัด แนว โน้มกระจายลงสู่เขตชนบท โดยพบจำนวนผู้ป่วยเพิ่มขึ้นในเขตภาคตะวันออกเฉียงเหนือและภาคเหนือ ประมาณ 2 ใน 3 ของผู้ป่วยทั้งหมด จาก การประเมินผลผู้ป่วยไข้หวัดทุกประเภท ที่เข้ารับการรักษาตัวที่จุดตรวจคัดกรองของโรงพยาบาลทั่ว ประเทศ พบว่าจำนวนลดลงจาก 18,000 คนต่อวันในเดือน ก.ค. เหลือ 9,000 คนต่อวันในเดือน ส.ค.
   
นพ.ไพจิตร์ กล่าวต่อว่า ประเด็นที่น่าเป็นห่วง โดยเฉพาะกลุ่มที่มีความเสี่ยงต่อโรครุนแรง จะทำให้ประชาชนชะล่าใจในการมาพบแพทย์เมื่อป่วยแล้ว ทำให้สาเหตุการเสียชีวิตเกิดมาจากการหาหมอช้า เข้าถึงยาช้า ในรอบสัปดาห์ที่ผ่านมาตั้งแต่วันที่ 23-29 ส.ค. มีผู้เสียชีวิตเพิ่มอีก 11 ราย เป็นชาย 5 ราย หญิง 6 ราย ร้อยละ 70 อายุอยู่ระหว่าง 31-40 ปี และอยู่ในกลุ่มเสี่ยง เมื่อรวมกับผู้เสียชีวิตก่อนหน้านี้ 119 ราย ทำให้ประเทศไทยมีผู้เสียชีวิตสะสม 130 ราย
    
นพ.ไพจิตร์ กล่าวต่อไปว่า ในช่วง 2 สัปดาห์นี้ กระทรวงสาธารณสุขจะเร่งหาความร่วมมือกับหน่วยงานต่าง ๆ เพื่อป้องกันควบคุมโรคให้เข้มงวดขึ้น โดยเฉพาะการเฝ้าระวังเชื้อกลายพันธุ์ และการดื้อยา หรือการผสมสายพันธุ์กันระหว่างเชื้อไข้หวัดของคนกับเชื้อไข้หวัดใหญ่ของสัตว์ที่หลายประเทศเป็นห่วง ในวันที่ 3 ก.ย. นี้ จะนำเรื่องนี้หารือในที่ประชุมคณะอนุกรรมการขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ การควบคุมป้องกันโรคไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ แม้ว่าที่ผ่านมาไทยยังไม่พบ ปัญหาเชื้อกลายพันธุ์ก็ตาม
   
และในวันศุกร์ที่ 4 ก.ย. นายวิทยา แก้วภราดัย รมว.สาธารณสุข จะเรียกประชุมนายแพทย์ สาธารณสุขจังหวัดภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ รวม 36 จังหวัด เพื่อสกัดกั้นการแพร่ ระบาดในพื้นที่ชนบทให้ได้มากที่สุด นอกจากนี้ในวันที่ 9 ก.ย. จะหารือกับสภาอุตสาหกรรมและสภาหอการค้า เพื่อกำหนดแนวทางการควบคุมการแพร่ระบาดในโรงงาน ซึ่งเป็นสถานที่ที่มีผู้ใช้แรงงานจำนวนมากถึง 37 ล้านคน โดยจะนำร่องที่โรงงานในแถบ จ.สมุทรสาคร และขยายไปยังโรงงานอื่น ๆ ต่อไป
   
ส่วนที่อิมแพ็ค เมืองทองธานี นายวิทยา แก้วภราดัย เป็นประธานในพิธีเปิดงาน “มหกรรม สมุนไพรแห่งชาติ ครั้งที่ 6” ภายใต้แนวคิด “พืช ผักสมุนไพร สร้างเศรษฐกิจไทย ต้านภัยไข้หวัด” จัดขึ้นระหว่างวันที่ 2-6 ก.ย. โดยนายวิทยา กล่าว ว่า งานในครั้งนี้จะให้ความสำคัญกับสมุนไพรจากทั่วประเทศ โดยเฉพาะพืชผักสมุนไพรที่ช่วยในการ ป้องกันและรักษาไข้หวัด
   
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในงานดังกล่าว เภสัชกร หญิง ดร.สุภาภรณ์ ปิติพร เภสัชกรผู้เชี่ยวชาญพิเศษ (ด้านเภสัชกรรมการผลิต) กลุ่มงานเภสัชกรรม รพ.เจ้าพระยาอภัยภูเบศร ได้แจกสูตรหลวงปู่ทวด “ค็อกเทลสมุนไพร ต้านไข้หวัด 2009” ปรากฏ ว่ามีประชาชนแห่ไปรับจำนวนมาก นอกจากนี้ประชาชนหลายคนได้สนใจดื่มน้ำ “ต้มโคล้งรวมมิตร” สูตรของ ศ.พญ.สดใส เวชชาชีวะ มารดา ของนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี
   
เภสัชกรหญิง ดร.สุภาภรณ์ กล่าวว่า มีสมุนไพรหลายชนิดที่มีฤทธิ์ต้านหวัด อย่างเช่น สมุนไพร 5 อย่างที่กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ ได้ระบุไว้ คือ ฟ้าทะลายโจร ขิง กระเจี๊ยบแดง มะขามป้อม และหอมหัวใหญ่ ทั้งนี้การรับประทาน พืชผักสมุนไพรนั้นจะเป็นการสร้างป้อมปราการให้ ร่างกายแข็งแรง.

ที่มา  หนังสือพิมพ์ เดลินิวส์ พฤหัสบดี ที่ 03 กันยายน 2552

< Previous   Next >