Home arrow News arrow ไวรัสวัคซีน2009กลายพันธุ์ตามล่า5จุดเสี่ยงรหัสพันธุกรรม
ไวรัสวัคซีน2009กลายพันธุ์ตามล่า5จุดเสี่ยงรหัสพันธุกรรม Print E-mail
User Rating: / 0
PoorBest 
Post by Administrator   
จันทร์, 31 สิงหาคม 2009
        เชื้อไวรัสไข้หวัดใหญ่มีลักษณะพิเศษไม่เหมือนเชื้อโรคตัวอื่นในโลก คือ "กลายพันธุ์" ได้อย่างรวดเร็ว ปัญหานี้สร้างความปวดหัวให้แก่นักวิทยาศาสตร์มาทุกยุคสมัย โดยเฉพาะผู้ที่คิดจะนำไวรัสตัวนี้มาทำเป็นวัคซีน เพราะ "วัคซีน" (Vaccine) หมายถึง สารที่ใส่เข้าไปในร่างกาย แล้วสามารถกระตุ้นให้ร่างกายสร้างภูมิคุ้มกันโรคที่จำเพาะต่อสารนั้น

สำหรับวัคซีนไข้หวัดใหญ่ที่กำลังทดลองอยู่นี้เป็น "วัคซีนเชื้อเป็น" เมื่อพ่นเข้าไปในจมูกมนุษย์ไวรัสจะเจริญเติบโตได้ แต่ไวรัสจะอ่อนฤทธิ์มากจนไม่สามารถทำให้เกิดโรค ทำได้เพียงกระตุ้นให้ร่างกายสร้างภูมิคุ้มกันขึ้นมา

 ดังนั้น การผลิตวัคซีนไข้หวัดใหญ่ 2009 เมดอินไทยแลนด์ จึงต้องระมัดระวังไม่ให้มีส่วนผสมของเชื้อไวรัสที่กลายพันธุ์ จนร่างกายไม่สามารถสร้างภูมิคุ้มกันต่อโรคนี้ได้ หรือกลายพันธุ์ จนทำให้เกิดอาการไม่พึงปรารถนาอย่างอื่นในร่างกายมนุษย์ !?!

 หัวเชื้อไวรัสดั้งเดิม (Pre-Master Seed Virus) ที่นำมาผลิตวัคซีนชุดนี้ถูกส่งตรงมาจากรัสเซียตั้งแต่วันที่ 16 กรกฎาคม ตัวแทนองค์การเภสัชกรรม (อภ.) ก็เริ่มผลิตวัคซีนทันที โดยเริ่มจากขั้นตอนที่ 1 คือ เพาะเชื้อที่ได้จากรัสเซียให้มากขึ้น เพื่อทำเป็นเชื้อไวรัสตั้งต้น (Master Seed Virus) โดยฉีดเชื้อไวรัสดั้งเดิมเข้าไปในไข่บริสุทธิ์ปลอดเชื้อเฉพาะ หรือไข่เอสพีเอฟ (Specific Pathogen-Free : SPF) เพื่อเพิ่มจำนวน

 จากนั้นก็เข้าสู่ขั้นตอน 2 คือ การทำไวรัสวัคซีน (Working Seed Virus) โดยใช้ไข่ปลอดเชื้อที่สั่งตรงมาจากเยอรมนี 350 ฟอง ตั้งเป้าหมายว่าไข่แต่ละฟองจะได้เชื้อไวรัสไปผลิตวัคซีนได้ประมาณ 100 โดส แต่ปรากฏว่าเมื่อเวลาผ่านไปกลับได้ปริมาณไวรัสจากไข่ไก่ต่ำกว่าเป้าหมายที่วางไว้หลายเท่า โดยผลิตวัคซีนได้ไม่ถึง 30 โดส หรืออาจได้เพียง 10-20 โดสเท่านั้น ทำให้มีการเร่งทำ "ไวรัสวัคซีน" ครั้งที่ 2 และในวันที่ 24 สิงหาคม ที่ผ่านมา มีการฉีดเชื้อไวรัสตั้งต้นลงไปในไข่ปลอดเชื้อเยอรมันอีกครั้ง และกำลังรอว่าผลจะออกมาเป็นอย่างไร

 แต่ระหว่างนี้...มีนักวิชาการแพทย์ออกมาให้ข้อมูลว่า เชื้อไวรัสที่ได้จากรัสเซียนั้น มหาวิทยาลัยมหิดลนำไปถอดรหัสพันธุกรรมแล้วพบว่า มีการผ่าเหล่าหรือเปลี่ยนแปลงรหัสพันธุกรรม 8 ตำแหน่ง หากนำมาผลิตวัคซีนอาจไม่ได้ผล ?!!

  "คม ชัด ลึก" พยายามสืบหานักวิทยาศาสตร์ผู้รับผิดชอบการถอดรหัสพันธุกรรมไวรัสตัวนี้ จนพบว่า คือ พญ.อรุณี ธิติธัญญานนท์ ภาควิชาจุลชีววิทยา คณะวิทยาศาสตร์ ม.มหิดล ที่มีประสบการณ์ทำงานวิจัยจากมหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด และเป็นหนึ่งในผู้เชี่ยวชาญด้านการถอดรหัสพันธุกรรมไวรัสไข้หวัดใหญ่ ที่มีเพียงไม่กี่คนในประเทศไทย

 พญ.อรุณีอธิบายว่า ยีนไวรัสไข้หวัดใหญ่ 2009 มีทั้งหมด 8 ท่อน คือ PA, PB1, PB2, M, NS, NP, NA และ HA โดยมีสารพันธุกรรมเรียงกันอยู่ประมาณ 13,500 ตำแหน่งหรือเบส (BASE) ซึ่งมนุษย์มีอยู่ประมาณ 3,000 ล้านเบส

 โดยปกติแล้วไวรัสไข้หวัดใหญ่จะมีการกลายพันธุ์ หรือเปลี่ยนแปลงสารพันธุกรรมได้รวดเร็ว ดังนั้น การผลิตวัคซีนต้องนำสารพันธุกรรมมาถอดรหัสตรวจสอบว่า มีการกลายพันธุ์จากหัวเชื้อที่รัสเซียให้มาหรือไม่ ที่ผ่านมารัสเซียใช้หัวเชื้อของยีนชุดนี้ผลิตวัคซีนไข้หวัดใหญ่ให้ประชาชนมานานหลายปีแล้ว โดยเปลี่ยนแปลงเฉพาะยีนแท่งที่สำคัญ คือ เอช (HEMAGGLUTININ) กับ เอ็น (NEURAMINIDASE) ซึ่งการทำวัคซีนครั้งนี้ก็นำ เอช 1 เอ็น 1 จากเชื้อไวรัสไข้หวัดใหญ่ 2009 หรือชื่อเรียกอย่างเป็นทางการว่า "influenza A (H1 N1) 2009" มาเป็นส่วนประกอบสำคัญ ส่วนอีก 6 ท่อนที่เหลือเป็นยีนที่รัสเซียทำให้อ่อนฤทธิ์ลงจนไม่สามารถเติบโตหรือกลายพันธุ์ได้ในร่างกายมนุษย์

 ประมาณต้นเดือนสิงหาคม หลังจาก พญ.อรุณีได้รับมอบหมายให้ถอดรหัสพันธุกรรม "ไวรัสตั้งต้น" และ "ไวรัสวัคซีน" ที่ได้จากห้องทดลองวัคซีนขององค์การเภสัชกรรม โดยเลือกเฉพาะที่สำคัญประมาณ 5,000 เบสจาก 1.3 หมื่นเบส ปรากฏว่ายีนตำแหน่งที่สำคัญไม่มีการกลายพันธุ์ แต่เมื่อไปเปรียบเทียบกับรหัสพันธุกรรมในเจนแบงก์ (GenBank) หรือธนาคารที่เก็บฐานข้อมูลพันธุกรรมของสิ่งมีชีวิตต่างๆ บนโลก ก็พบการกลายพันธุ์ 8 เบสในยีน 4 ท่อน คือ

 1.ท่อน PA พบ 2 เบส คือ D327E และ L342M
 2.ท่อน PB1 พบ 3 เบส คือ D521A, Q686E และ G588A
 3.ท่อน M พบ 1 เบส คือ S231D
 4.ท่อน NS พบ 2 เบส คือ P23D และ T191K

 เมื่อสอบถามไปยังผู้เชี่ยวชาญจากรัสเซียได้รับข้อมูลเพิ่มเติมว่า ใน 8 เบสที่คิดว่ากลายพันธุ์ข้างต้น มี 5 เบสที่รัสเซียรู้ว่ามีการกลายพันธุ์มาหลายปีแล้ว แต่ที่น่าสงสัยคือ 3 ตำแหน่งที่เหลือ ได้แก่ G588A, L342M และ T191K

 "ล่าสุดพบว่าตำแหน่ง G588A และ L342M อาจไม่ได้กลายพันธุ์ แต่เป็นความผิดพลาดทางเทคนิค ที่เกิดขึ้นได้ระหว่างถอดรหัสพันธุกรรม ก็เลยมีแค่ 6 ตำแหน่งที่กลายพันธุ์ โดย 5 ตำแหน่งไม่สำคัญเพราะรัสเซียก็พบเช่นกัน ส่วนตัวที่เหลือ คือ T191K ตอนนี้กำลังอยู่ระหว่างการตรวจซ้ำอีกครั้งหนึ่ง ประมาณต้นเดือนสิงหาคมจึงจะรู้ผล เป็นที่รู้กันว่าไวรัสไข้หวัดใหญ่กลายพันธุ์อยู่ตลอดเวลา เพียงแต่ตำแหน่งสารพันธุกรรมสำคัญ ที่จะทำให้วัคซีนอ่อนฤทธิ์ลงต้องไม่กลายพันธุ์ ซึ่งรัสเซียส่งข้อมูลให้ว่ามี 5 ตำแหน่ง คือ ท่อน PA ในตำแหน่งที่ 28 และ 341 ท่อน PB ตำแหน่ง 265 และ 591 และท่อน PB2 ตำแหน่ง 478 ช่วงนี้กำลังถอดรหัสพันธุกรรมของยีนไวรัสทั้งหมด 1.3 หมื่นเบส ของยีนทั้ง 8 ท่อนในหัวเชื้อไวรัสดั้งเดิมจากรัสเซีย และไวรัสวัคซีนที่ผลิตในประเทศไทยอีกครั้ง เพื่อให้เกิดความมั่นใจสูงสุด และสามารถผลิตวัคซีนได้ตามขั้นตอนที่กำหนดไว้" พญ.อรุณี ยืนยัน

 ขณะที่นักวิชาการด้านไวรัสวิทยาและวัคซีน จากสถาบันวิจัยชื่อดังรายหนึ่งให้ความเห็นว่า แม้การถอดรหัสพันธุกรรมไวรัสวัคซีน ที่ได้จากไข่ปลอดเชื้อรุ่นแรกจะพบการกลายพันธุ์ไปแค่ 8 ตำแหน่ง จาก 5,000 ตำแหน่ง ดูเหมือนเป็นเปอร์เซ็นต์ที่น้อยมากๆ แต่ก็ควรมีการถอดรหัสพันธุกรรมเชื้อไวรัสในไข่ปลอดเชื้อทุกรุ่น ไม่ควรทำเพียงรุ่นแรกเท่านั้น โดยเฉพาะตำแหน่งที่ควบคุมไม่ให้ไวรัสเจริญเติบโตได้ในร่างกายมนุษย์ ต้องคอยเฝ้าระวังอยู่ตลอดเวลา

 ข้อมูลเพิ่มเติม http://www.oknation.net/blog/bypunnee/category/FLU2009

 

ที่มา  หนังสือพิมพ์ คม ชัด ลึก 31 สิงหาคม 2552

< Previous   Next >