Home arrow News arrow หวั่นหวัดมรณะแพร่ระลอกสองอาจตายนับแสน
หวั่นหวัดมรณะแพร่ระลอกสองอาจตายนับแสน Print E-mail
User Rating: / 0
PoorBest 
Post by Administrator   
พฤหัสบดี, 27 สิงหาคม 2009
        ผวาหวัดมรณะแพร่ระบาดระลอกสอง เผยมีสิทธิตายหลักแสน"สหรัฐ"เตรียมพร้อมรับมือช่วงหน้าหนาวเต็มพิกัด หวั่นอาจมียอดผู้เสียชีวิตสูงถึง 90,000 ศพ ขณะที่สถานการณ์ในเมืองไทย “คณะแพทย์ศาสตร์จุฬาฯ” แนะ “สาธารณสุข-กระทรวงเกษตรฯ”เลิกทะเลาะกันได้แล้ว รวมพลังตัดสินใจหันมาใช้โรงงานผลิตวัคซีนสำหรับสัตว์ของกรมปศุสัตว์ ปรับปรุงเปลี่ยนเป็นโรงงานผลิตวัคซีนสำหรับคน ระบุองค์การอนามัยโลก เปรยพระเจ้าประทานโรงงานนี้มาให้คนไทย หลังส่ง จนท.มาตรวจสอบชมเปาะโรงงานดีมีคุณภาพผลิตวัคซีนได้ชัวร์ เชื่อ 3 เดือนได้ 86 ล้านโด๊ส “อภ.” ได้วัคซีนหวัด 2009 ลอตแรกแล้ว เตรียมทดสอบกับหนู ก่อนฉีดให้อาสาสมัคร 24 คน “สธ.” ชงแพทยสภาฟัน 3 รพ.เอกชน 31 ส.ค.นี้

ที่ทำเนียบรัฐบาล วันที่ 25 ส.ค. นายมานิต นพอมรบดี รมช.สาธารณสุข ให้สัมภาษณ์ถึงสถานการณ์การแพร่ระบาดของไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ 2009 ว่า ขณะนี้สถานการณ์อยู่ในช่วงที่เบาบางลง และในภาพรวมประชาชนก็ตื่นตัวรับทราบข้อมูลข่าวสาร เกี่ยวกับการดูแลตัวเองและป้องกันโรค ทั้งนี้ช่วงเดือน ก.ย.-ต.ค.นี้ เป็นช่วงที่อากาศอยู่ในสภาวะปลายฝนต้นหนาว ต้องเพิ่มความระมัดระวังเป็นพิเศษ ทั้งนี้กระทรวงสาธารณสุข จะรณรงค์ให้ใช้หน้ากากอนามัยที่เป็นผ้าให้มากขึ้น 
   
ด้าน นพ.วิทิต อรรถเวชกุล ผอ.องค์การเภสัชกรรม (อภ.) เปิดเผยว่า ที่ผ่านมาแม้ การเพาะเชื้อไวรัสไข้หวัดใหญ่ในไข่ปลอดเชื้อจากประเทศเยอรมนี จะได้ปริมาณไวรัสน้อย แต่ผู้เชี่ยวชาญจากองค์การอนามัยโลก (ฮู) บอกว่าอยู่ในระดับที่นำมาทำวัคซีนได้ ดังนั้นวันนี้จึงมีการบรรจุเชื้อไวรัสที่แช่แข็งลงไปในขวดบรรจุวัคซีน ทำให้ได้วัคซีนลอตแรก โดยจะนำไปทดสอบ ความปลอด ภัยในหนูทดลองใช้เวลาประมาณ 10 วันขึ้นไป หากปลอดภัยจะนำไปฉีดให้อาสาสมัคร 24 คนต่อไป
   
ที่โรงแรมเอเชีย สายวันเดียวกัน สำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา (สกอ.) ร่วมกับ คณะ อนุกรรมการควบคุมป้องกัน และแก้ไขปัญหาการแพร่ระบาดของไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ A (H1N1) 2009 ของสำนักงานกองทุนสนับสนุนการ สร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) ได้มีพิธีลงนามในบันทึกข้อตกลงความร่วมมือการรณรงค์ป้องกันการแพร่ระบาดของไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ 2009 โดยมีนายชัยวุฒิ บรรณวัฒน์ รมช. ศึกษาธิการ เป็นประธาน
   
โดย นพ.ธีระวัฒน์ เหมะจุฑา คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กล่าวถึงสถานการณ์ การแพร่ระบาดว่า เมื่อกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) ประกาศตัวเลขผู้ติดเชื้อ และเสียชีวิตลดน้อยลงทำให้ประชาชนรู้สึกว่าสถานการณ์การแพร่ระบาดเบาบางลง ทำให้การตั้งการ์ดตกไป คือมีการเฝ้าระวัง และป้องกันลดลง ทั้งที่จริง ๆ แล้วยังมีผู้ป่วยที่ตกสำรวจและผู้ป่วยที่เป็นโรคปอดบวมใส่เครื่องช่วยหายใจ และตายโดยไม่ทราบสาเหตุอีกมาก นอกจากนั้นองค์การอนามัยโลกยังคาดการณ์ว่าจะมีการแพร่ระบาดระลอก 2 ในอีก 2-3 เดือน นี้ ดังนั้นจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องมีมาตรการในการเฝ้าระวังและป้องกันให้เข้มข้นขึ้นตลอดเวลา
   
แพทย์จุฬาฯ กล่าวต่อว่า สำหรับวัคซีน 2 ชนิด คือวัคซีนเชื้อเป็นและวัคซีนเชื้อตายนั้น ประเทศไทยไม่สามารถผลิตวัคซีนเชื้อตายเองได้ ต้องสั่งจากต่างประเทศ และสามารถสั่งได้ 2 ล้านโด๊ส ใช้ได้เพียง 1 ล้านคนเท่านั้นซึ่งไม่เพียงพอ ส่วนวัคซีนเชื้อเป็นสามารถผลิตได้โดยองค์การเภสัชกรรม โดยมีต้นแบบที่ม.ศิลปากร แต่มีปัญหา 2 ประการใหญ่ คือหัวเชื้อเป็นที่ได้มาจากรัสเซีย เมื่อคณะวิทยาศาสตร์ ม.มหิดล ถอดรหัสพันธุกรรมแล้วพบว่ารหัสมีลักษณะผิดไปจากหัวเชื้อเดิม ดังนั้นจึงมีความกังวลกันว่าอาจเกิดการกลายพันธุ์และทำให้เชื้อโรคมีความแข็งแรง ขึ้น ซึ่งในประเด็นนี้จะต้องรอข้อสรุปจากที่ประชุมคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) ในการประชุมวันที่ 25 ส.ค.ว่าจะมีมติกับประเด็นนี้อย่างไร
   
นพ.ธีระวัฒน์ กล่าวอีกว่า นอกจากนี้ยังมีปัญหาโรงงานผลิตวัคซีนที่ ม.ศิลปากร มีกำลังการผลิตขึ้นอยู่กับจำนวนของไข่เป็ดปลอดเชื้อ ถ้าหากหามาได้เต็มสัปดาห์ละ 6,000 ฟอง โดย 1 ฟองผลิตวัคซีนได้ 100 โด๊ส อาจใช้เวลา 17 เดือนจึงจะได้วัคซีนสำหรับคนกลุ่มเสี่ยงที่มีอยู่กว่า 40 ล้านคน แต่ขณะเดียวกันหากมีไข่ปลอดเชื้อเพียงสัปดาห์ละ 4,500 ฟอง โดยที่ไข่ 1 ฟองผลิตวัคซีนได้ 30 โด๊สตามปกติ ก็ต้องรอเวลาถึง 6 ปี จึงจะสามารถผลิตวัคซีนได้ 40 ล้านโด๊ส ต้องบอกว่าถึงเวลาแล้วที่ สธ.และกระทรวงเกษตร และสหกรณ์ ต้องเลิกทะเลาะกัน และมาตัดสินใจกันใหม่ หันมาใช้โรงงานผลิตวัคซีนสำหรับสัตว์ของกรมปศุสัตว์ ซึ่งมีสถานที่ บุคลากร และเครื่องมือทุกอย่างพร้อมแล้วมาปรับปรุงเปลี่ยนโรงงานวัคซีนสำหรับสัตว์มาเป็นโรงงานผลิตวัคซีน สำหรับคน คาดว่าน่าจะใช้งบฯประมาณ 80 ล้านบาท
   
“องค์การอนามัยโลกเคยส่งเจ้าหน้าที่มาตรวจสอบแล้วให้การรับรองว่าโรงงานของกรมปศุสัตว์เป็นโรงงานที่มีคุณภาพดีผลิตวัคซีนได้ ถึงกับบอกว่าพระเจ้าส่งโรงงานนี้มาให้คนไทย ผมเชื่อ ว่าหากปรับปรุงโรงงานของกรมปศุสัตว์จะใช้เวลาประมาณ 3 เดือน ก็จะสามารถผลิตวัคซีนเชื้อเป็นได้ถึง 86 ล้านโด๊ส ซึ่งใช้ได้ถึง 86 ล้านคน ถึงเวลาแล้วที่สองกระทรวงฯไม่ควรปฏิเสธที่จะจับมือกัน และไม่ควรคิดว่าเป็นเรื่องเสียหน้า หากกรม ปศุสัตว์สามารถผลิตวัคซีนสำหรับคนได้ ถ้าคิดแต่เรื่องหน้าตาสุดท้ายประเทศชาติอาจล่มจมได้”
   
นพ.วิชัย โชควิวัฒน ประธานกรรมการองค์การเภสัชกรรม (บอร์ด อภ.) กล่าวกรณีที่ นพ.ธีระวัฒน์ ระบุว่าหัวเชื้อไวรัสในการผลิตวัค ซีนที่ได้จากประเทศรัสเซียมีการกลายพันธุ์ถึง 8 จุดว่า เป็นเรื่องจริง เพราะจากการส่งหัวเชื้อไปให้คณะวิทยาศาสตร์ ม.มหิดลตรวจสอบพบว่ามีการกลายพันธุ์ 8 จุด อย่างไรก็ตามเพื่อความชัดเจน อภ.ได้ขอให้คณะวิทยาศาสตร์ ม.มหิดล และผู้เชี่ยวชาญด้านไวรัส จากคณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล ตรวจสอบอย่างละเอียดอีกครั้ง คาดว่า 1-2 สัปดาห์ถึงจะได้ข้อสรุป
   
ส่วนความคืบหน้ากรณีสั่งการให้กองการประกอบโรคศิลปะ เข้าไปตรวจสอบ รพ.เอกชน 3 แห่งที่ให้การรักษาผู้เสียชีวิตอายุ 28 ปี จากอาการคล้ายไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ และเสียค่ารักษาพยาบาลกว่า 3 ล้านบาท นายวิทยา แก้วภราดัย รมว.สาธารณสุข กล่าวว่า กองการประกอบโรคศิลปะได้ข้อมูลจาก 3 รพ.เอกชนเรียบร้อยแล้ว จะรวบรวมเอกสารทั้งหมดส่งให้อนุกรรมการจริยธรรมแพทยสภาพิจารณาวันที่ 31 ส.ค.นี้ นอกจากนี้ รพ.แห่งสุดท้ายแจ้งว่า ยินดีที่จะลดค่าใช้จ่ายให้ ขณะที่อีก 2 แห่งให้เหตุผลที่ไม่ให้ยาต้านไวรัสโอเซลทามิเวียร์ เนื่องจากตรวจคัดกรองด้วยชุดทดสอบผลเป็นลบ ผู้ป่วยไม่ได้เป็นโรคไข้หวัดใหญ่  จึงไม่ได้ส่งตรวจยืนยันซ้ำที่ห้องปฏิบัติการของกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์
   
ด้านโรงเรียนอนุบาลกาฬสินธุ์ เจ้าหน้าที่สาธารณสุขจังหวัดกาฬสินธุ์ ร่วมกับพนักงานทำความสะอาด ระดมกำลังทำความสะอาด พร้อมฉีด ยาฆ่าเชื้อทั่วบริเวณโรงเรียนฯ สืบเนื่องจากก่อนหน้านี้พบว่ามีเด็กนักเรียนติดเชื้อไข้หวัด 2009 จำนวนหลายราย เบื้องต้นผู้บริหารโรงเรียนดังกล่าวได้สั่งปิดโรงเรียน 4 วันเพื่อป้องการแพร่ระบาดของเชื้อหวัด 2009 ด้วย
   
ขณะที่กรุงวอชิงตัน สภาที่ปรึกษาฝ่ายวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีของประธานาธิบดีบารัค โอบามา แห่งสหรัฐ แถลงในรายงานว่า ไวรัสไข้หวัดใหญ่อาจทำให้ประชากรครึ่งหนึ่งของสหรัฐติดเชื้อในช่วงฤดูใบไม้ร่วงต่อเนื่องถึงฤดูหนาวของปีนี้ และอาจทำให้มีผู้เสียชีวิตสูงถึง 90,000 ศพ โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับเด็กและคนหนุ่มสาว ซึ่งถือว่าเป็นตัวเลขที่สูงมากเมื่อเทียบกับไข้หวัดใหญ่ตามฤดูกาลในปีหนึ่ง ๆ จะมีผู้ป่วยเสียชีวิตประมาณ 30,000-40,000 ศพ รายงานดังกล่าวแสดงให้เห็นถึงความสำคัญของระบบสาธารณสุขของสหรัฐ เพื่อรับมือกับจำนวนผู้ติดเชื้อไวรัสในสหรัฐจำนวนมาก.

 

ที่มา  หนังสือพิมพ์เดลินิวส์ พุธ ที่ 26 สิงหาคม 2552

< Previous   Next >