Home arrow News arrow จีนผลิตวัคซีนหวัด
จีนผลิตวัคซีนหวัด Print E-mail
User Rating: / 0
PoorBest 
Post by Administrator   
อาทิตย์, 23 สิงหาคม 2009
"ฮู"ปลื้มทำสำเร็จมะกันเริ่มก.ย.นี้

“ฮู” ปลื้มจีนผลิตวัคซีน ต้านหวัด สำเร็จ ขณะที่มะกันเผยเริ่มทดลองกับคนได้ประมาณกลางเดือนก.ย.นี้ “แพทยสภา” เตรียมถกกรณีหนุ่ม 28 ปีดับเซ่น “หวัด 2009” เป็นวาระพิเศษ  เร่งรัดให้เร็วขึ้น ระบุช่วงที่ผู้เสียชีวิตป่วยนั้น ยังไม่มีคู่มือการรักษาของ สธ.ออกมา หมออาจคิดว่าเป็นเพียงไข้หวัดธรรมดา จึงไม่ได้ให้ยาต้านไวรัส พร้อมไกล่เกลี่ย 2 ฝ่าย และประสาน รพ.เอกชนลดค่ารักษาพยาบาล ด้านญาติเหยื่อ ชี้หากลดค่ารักษาลงได้ก็เป็นเรื่องดี

เมื่อวันที่ 22 ส.ค. นพ.เอื้อชาติ กาญจนพิทักษ์ นายกสมาคมโรงพยาบาลเอกชน ให้สัมภาษณ์กรณีญาติผู้เสียชีวิตไปร้องเรียนนายกรัฐมนตรี เนื่องจากโรงพยาบาลเอกชนที่ไปรักษาให้ยาต้านไวรัสช้า จนทำให้หนุ่มวัย 28 ปีเสียชีวิตด้วยโรคไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ 2009 โดยเสียเงินค่ารักษาพยาบาลไปถึง 3 ล้านบาทจากการเข้ารับการรักษาตัวในโรงพยาบาลเอกชน 3 แห่ง ว่ากรณีที่เกิดขึ้น ตนไม่รู้ว่าข้อเท็จจริงเป็นอย่างไร ดังนั้นต้องฟังข้อมูลจากทั้ง 2 ฝ่ายและให้ความเป็นธรรม ทั้งนี้การให้ยาต้านไวรัสแก่ผู้ป่วยเป็นดุล พินิจของแพทย์ผู้ให้การรักษา ในอดีตผู้ป่วยที่เป็นโรคไข้หวัดใหญ่การรักษาไม่จำเป็นต้องให้ยาต้านไวรัส โรคไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ 2009 ก็เพิ่งเข้ามาในปีนี้ ส่วนคู่มือแนวทางการรักษาผู้ป่วยของกระทรวงสาธารณสุข เล่มสีเขียวก็เพิ่งพิมพ์เมื่อวันที่ 17 ก.ค. กว่าจะกระจายไปยังโรงพยา บาลต่าง ๆ ในช่วงต้นการให้ยาเร็วก็เกรงว่าจะมีการดื้อยา อีกทั้งก็ไม่มีใครรับประกันได้ว่าให้ยาต้านไวรัสแล้วคนไข้จะรอดหรือไม่          
   
ด้าน นพ.ธารา ชินะกาญจน์ ผอ.กองการประกอบโรคศิลปะ กล่าวว่า ขณะนี้ได้ติดต่อขอรายละเอียดเกี่ยวกับการรักษาผู้เสียชีวิตจากโรงพยาบาลเอกชนทั้ง 3 แห่งแล้ว ทั้งนี้หากได้ข้อมูลแล้วในวันจันทร์ที่ 24 ส.ค. จะประสานไปยังแพทย สภาทันที เพื่อให้นำเรื่องนี้เข้าสู่คณะอนุกรรมการจริยธรรมพิจารณาโดยเร็ว ซึ่งในกรณีนี้เป็นเรื่องอยู่ในความสนใจของประชาชน คณะอนุกรรมการจริยธรรมอาจเปิดประชุมเป็นวาระพิเศษพิจารณาเรื่องนี้ได้ สำหรับช่วงที่ผู้เสียชีวิตป่วยนั้น ประมาณ ปลายเดือน มิ.ย. ซึ่งขณะนั้นคู่มือการรักษาผู้ป่วย เล่มสีเขียวของกระทรวงสาธารณสุขยังไม่ออกมา แพทย์ผู้ให้การรักษาก็อาจคิดว่าป่วยเป็นเพียงโรคไข้หวัดธรรมดา จึงไม่ได้ให้ยาต้านไวรัส ดังนั้นก็คงต้องฟังคำชี้แจงและการพิจารณาของแพทยสภา อย่างไรก็ตามในส่วนของกองการประกอบโรคศิลปะเองก็ยังติดใจเรื่องค่ารักษาพยาบาลที่ค่อนข้างแพง ก็คงต้องดูว่า ที่แพงนั้นเป็นค่าอะไรบ้าง ก็จะขอดูราคากลางว่าราคาดังกล่าวนั้นได้มีการประกาศให้ญาติคนไข้ทราบหรือไม่
   
ส่วน นพ.สุกิจ ทัศนสุนทรวงศ์ ผู้ช่วยเลขาธิการแพทยสภา กล่าวว่า หากทางกองการประกอบโรคศิลปะประสานงานมา ทางอนุกรรมการจริยธรรมก็พร้อมจะเร่งรัดพิจารณาให้เป็นกรณีพิเศษ เพราะเป็นเรื่องที่อยู่ในความสนใจของประชาชน แต่คงบอกไม่ได้ว่าจะแล้วเสร็จเมื่อใด แต่ก็จะพยายามพิจารณาให้เร็วขึ้น ขณะเดียวกันก็จะดำเนินการไกล่เกลี่ยทั้ง 2 ฝ่าย คือ ฝ่ายโรงพยาบาลเอกชน 2 แห่งแรก และญาติผู้เสียหายไปพร้อม ๆ กัน นอกจากนี้จะประสานไปยังโรงพยาบาลเอกชนแห่งที่ 3 ที่ผู้เสียชีวิตไปรักษาตัว แม้ทางญาติจะไม่ติดใจ แต่เนื่องจากค่ารักษาพยาบาลถือว่าสูง ดังนั้นก็อาจจะประสานไปทางโรงพยาบาลว่าจะสามารถลดค่ารักษาพยาบาลลงได้บ้างหรือไม่ เพราะทางญาติผู้เสียหายก็คงไม่กล้าที่จะขอลดค่ารักษาพยาบาล หรือทางโรงพยาบาลเองก็คงไม่กล้าเสนอตรงนี้
   
ด้านนางพวงผกา พิพัฒน์เบญจพล น้าสะใภ้นายพีรวีร์ ดวงสินกุลบดี อายุ 28 ปีผู้เสียชีวิต กล่าวว่า ต้องขอขอบคุณ นพ.สุกิจ ที่จะช่วยเจรจาเรื่องค่าใช้จ่ายกับทางโรงพยาบาลเอกชนให้ หากทางโรงพยาบาลเอกชนลดค่าใช้จ่ายให้ก็เป็นเรื่องดี และขอขอบคุณด้วย ทั้งนี้คงต้องติดตามดูว่าทางแพทยสภาจะพิจารณาเรื่องนี้อย่างไร ส่วนเรื่องค่าเสียหายอะไรต่าง ๆ นั้นขณะนี้ทางญาติยังไม่คิดเรื่องนี้ ส่วนกรณีที่มีข่าวออกมาว่า นายพีรวีร์ไม่ได้เป็นโรคไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ 2009 ตนขอยืนยันว่า นายพีรวีร์ มีอาการทุกอย่างเหมือนคนเป็นโรคนี้ อีกทั้งคลุกคลีกับหลานที่ป่วย คนในบ้านหลายคนก็ป่วยเป็นโรคนี้ 
   
“แม้ทางโรงพยาบาลเอกชนจะป้ายเชื้อในโพรงจมูกไปตรวจ และตรวจไม่เจอ  เข้าใจว่าคงไม่ได้ส่งตรวจที่แล็บโรงพยาบาลใหญ่ เพราะไม่มีใบเสร็จมาเก็บเงิน อย่างกรณีของหลานสาวอายุ 11 ขวบ ที่ป่วยก่อนหน้านี้มีใบเสร็จเก็บเงิน 5,000 บาท และมีการส่งตรวจที่ รพ.ศิริราช  การตรวจครั้งหลังสุดนั้นก็หาเชื้อไม่เจอ เข้าใจว่า ผ่านมาหลายวัน และได้รับยาต้านไวรัสไปเยอะแล้ว อย่างไรก็ตามถึงแม้ผลแล็บจะไม่ยืนยัน แต่อาการก็เข้าข่าย และแพทย์หลายท่านที่ให้การรักษาก็บอกว่าน่าจะเป็นโรคนี้”
   
ขณะที่สำนักข่าวเอเอฟพีรายงานจากกรุงปักกิ่งประเทศจีนเมื่อวันที่ 22 ส.ค. ว่า นายชิน ยอง-ซู ผู้อำนวยการประจำภูมิภาคแปซิฟิกตะวันตกขององค์การอนามัยโลก(ฮู) กล่าวว่า องค์การอนามัยโลกยินดีอย่างยิ่งกับความคิดริเริ่มของรัฐบาลจีนในอันที่จะสนับสนุนวัคซีนให้กับประเทศที่กำลังพัฒนาและมีความต้องการอย่างยิ่งสำหรับวัคซีนต้านไวรัสไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ 2009 เพื่อให้การแจกจ่ายวัคซีนนั้นเป็นไปอย่างเป็นธรรม โดยก่อนหน้านี้ นายเฉิน ซือ  รมว.สาธารณสุขของจีนกล่าวว่า จีนพยายามที่จะพัฒนาวัคซีนขึ้นมา ซึ่งได้มีการเร่งการผลิตในช่วงนี้ เพราะคาดว่าจะมีผู้ป่วยเสียชีวิตและติดเชื้อมากยิ่งขึ้น หาไม่แล้วสถานการณ์จะยิ่งเลวร้าย ตัวเลขขององค์การอนามัยโลกระบุว่า มีผู้เสียชีวิตไปแล้ว 1,800 ศพ และติดเชื้อกว่า 170 ประเทศทั่วโลกแล้ว
   
ส่วน นายแอนโธนี เฟาซี ผู้อำนวยการสถาบันโรคภูมิแพ้และติดเชื้อแห่งชาติของสหรัฐ กล่าวว่า สัญญาณเบื้องต้นบ่งบอกว่าวัคซีนต้านไวรัสไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ 2009 นั้นปลอดภัย และกำลังเป็นไปตามแนวทางของการผลิตเพื่อสาธารณชน ซึ่งคงจะสามารถให้บริการได้ประมาณกลางเดือน ต.ค. ที่จะถึงนี้ ส่วนการทดลองกับคนนั้นคาดว่าจะดำเนินการได้ประมาณกลางเดือนก.ย. ถึงปลายเดือน ต.ค.นี้ โดยมีอาสาสมัครเข้าร่วมโครงการทดลองฉีดวัคซีนประมาณ 4,500-4,600 คน ตัวเลขของศูนย์ควบคุมโรคติดต่อและการป้องกันของสหรัฐ ระบุว่า ไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ 2009 คร่าชีวิตผู้ป่วยในสหรัฐไปแล้ว 522 ศพ และยังรักษาตัวอยู่ในโรงพยาบาลอีก 7,963 คน ผู้ป่วยส่วนใหญ่อายุต่ำกว่า 49 ปี.

 

ที่มา  หนังสือพิมพ์เดลินิวส์  วันอาทิตย์ ที่ 23 สิงหาคม 2552

< Previous   Next >