Home arrow News arrow เมื่อไหร่สาธารณสุขประเทศไทยจะหยุดใช้นักการเมือง ข้าราชการการเมืองสอนวิชาแพทย์เสียที
เมื่อไหร่สาธารณสุขประเทศไทยจะหยุดใช้นักการเมือง ข้าราชการการเมืองสอนวิชาแพทย์เสียที Print E-mail
User Rating: / 0
PoorBest 
Post by Administrator   
อาทิตย์, 02 สิงหาคม 2009

 จะได้ไม่มีแพทย์เสนอนั่นเสนอนี่ไม่ตรงกับท่านให้น่ารำคาญ

หนังสือพิมพ์กรุงเทพธุรกิจ วันที่ 31 กรกฎาคม 2552 00:00

โดย : ศ.นพ.ธีระวัฒน์ เหมะจุฑา

 

ศ.นพ.ธีระวัฒน์ เหมะจุฑา คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ผอ.ศูนย์ความร่วมมือองค์การอนามัยโลก ไวรัสสัตว์สู่คน กล่าวถึงกรณีที่กระทรวงสาธารณสุขมีนโยบายให้คลินิกจ่ายยาต้านไวรัสโอเซลทามิเวียร์ ว่า

"การแพร่ระบาดในต่างจังหวัดขณะนี้มิได้หนาแน่นเท่าในกรุงเทพฯ ดังนั้นนโยบายนี้เท่ากับแต่ละเดือนอาจมีคนไข้เป็นหวัดไปพบแพทย์ที่คลินิก ได้รับยาโอเซลทามิเวียร์  คนละ10แคปซูลเป็นหมื่น เป็นแสนคน และแต่ละคนอาจกลับมาเป็นหวัดซ้ำอีกในอีก 2-4 สัปดาห์ต่อมา ก็ต้องได้รับยาอีก

 

แม้ประชาชนอุ่นใจว่ามีหลักประกันว่าเป็นหวัดจะได้ยารักษาไข้หวัดใหญ่2009 เร็วภายใน  2 วัน แต่ต้องไม่ลืมว่ายังมีคนที่เป็น หวัด ไข้หวัดธรรมดา ไข้หวัดใหญ่ตามฤดูกาล กี่หมื่นรายซึ่งมีอาการแต่ไม่รุนแรงและหายเองภายใน 3-4วัน โดยไม่ต้องใช้ยารักษาใด ๆ และไม่ควรได้ยาต้านไวรัสโอเซลทามิเวียร์ 

 

กระทรวงสาธารณสุขประกาศว่าการใช้ยาต้องระมัดระวังและรัดกุมเพื่อระวังการดื้อยา แต่การกระจายยาให้คลินิกทั่วประเทศเพื่อให้ประชาชนเกิดความมั่นใจว่าจะได้ยาเร็ว ๆ ทั้งที่ไม่ได้เป็น และอาจเข้าใจว่าต้องได้ยาทันทีที่มีอาการหวัด

คุณหมอทั่วประเทศจะกล้าปฏิเสธการสั่งยาให้ผู้ป่วยหรือ แม้ใน 100-1,000 คน ที่เป็นหวัด อาจมีแค่ 1 ราย ที่อาการรุนแรงหนักขึ้น และเกิดเสียชีวิต ก็คงต้องถูกฟ้องร้องแน่ โดยที่การดำเนินการดังกล่าวอาจไม่สามารถลดอัตราการเสียชีวิตได้ตามคาด

ถ้าผู้ป่วยได้รับยาอย่างสมเหตุสมผล ไม่ช้า แต่ก็ยังเสียชีวิต ก็ต้องหันมาพิจารณาปัจจัยอื่นๆ ไม่ว่าเรื่องว่าต้องเริ่มคิดถึงเชื้อในผู้เสียชีวิตเหล่านั้นมีความผิดปกติไปจากเชื้อทั่วไปอย่างไรหรือไม่ เชื้อดื้อยาหรือไม่ รวมทั้งของคุณภาพยาที่ผลิต กระบวนการประกันคุณภาพเป็นไปอย่างเหมาะสมอย่างไร

ประเทศไทยพลาดโอกาสทองมานาน เกือบ 3 เดือน ตั้งแต่เริ่มมีผู้ป่วยรายแรกที่กระทรวงสาธารณสุขให้ข่าวว่าไข้หวัดสายพันธุ์ใหม่ไม่ต่างจากไข้หวัดธรรมดาหายเองได้

ทำให้พลาดโอกาสเตรียมการให้ความรู้ประชาชนและบุคลากรทางการแพทย์ล่วงหน้า และเมื่อเกิดมีผู้เสียชีวิตก็พยายามชี้ว่าการตายในคนอายุน้อยวัยทำงานนั้นเป็นเพราะมีโรคประจำตัว ในที่สุดก็ต้องยอมรับว่าใน 65ราย มี 24 รายที่ไม่อยู่ในกลุ่มเสี่ยงและไม่มีโรคประจำตัว

เมื่อไหร่สาธารณสุขประเทศไทยจะหยุดใช้นักการเมือง ข้าราชการการเมืองสอนวิชาแพทย์เสียที จะได้ไม่มีแพทย์หรือนักวิชาการมาเที่ยวยุ่งเสนอนั่นเสนอนี่ไม่ตรงกับท่านให้น่ารำคาญ"

 

< Previous   Next >