Home arrow News arrow สรุปหวัด 09 คร่าชีวิตวันเดียว 3 ราย ยอดตายพุ่ง 14 ราย - “วิทยา” กุมขมับตัวเลขตาย ยันไม่มีจำเลยสังคม
สรุปหวัด 09 คร่าชีวิตวันเดียว 3 ราย ยอดตายพุ่ง 14 ราย - “วิทยา” กุมขมับตัวเลขตาย ยันไม่มีจำเลยสังคม Print E-mail
User Rating: / 0
PoorBest 
Post by Administrator   
ศุกร์, 10 กรกฎาคม 2009
สธ.สรุปยอดขึ้นทะเบียนตายจากหวัดมรณะวันนี้วันเดียว 3 ราย ทั้งตำรวจจราจร สน.พระโขนง อายุ 52 ปี มีโรคแทรกซ้อนจากไตวาย-ชายวัย 45 ปี มีอาการปอดอักเสบ และนักเรียนหญิงจากมหาสารคาม วัย 17 ปี มีโรคเนื้อเยื่อใต้ผิวหนังไม่ยืดหยุ่น ทำปอดไม่แข็งแรง แต่แพทย์ยังไม่ยืนยันว่าเสียชีวิตจากเชื้อหวัด 2009 ทำยอดตายรวม 14 รายแล้ว ด้าน “วิทยา” รับหนักใจด้านข่าว ตัวเลขคนตาย ยันงานนี้ไม่มีใครเป็นจำเลยสังคม ต้องร่วมกันหยุดการระบาด
       


ขึ้นทะเบียนตายเพิ่มอีก 3 ราย รวม 14 ราย
       นพ.สุพรรณ ศรีธรรมา โฆษกกระทรวงสาธารณสุข กล่าวว่า ผู้เสียชีวิตรายที่ 12 เป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจจราจร สถานีตำรวจนครบาลพระโขนง อายุ 52 ปี เข้ารับการรักษาในโรงพยาบาล เมื่อ 30 มิถุนายนที่ผ่านมา และเสียชีวิตเมื่อ 19.30 น.ของวันที่ 8 กรกฎาคม โดยข้อมูลเบื้องต้น ระบุว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจรายนี้ป่วยด้วยหวัด 2009 และมีอาการแทรกซ้อนจากภาวะไตวาย เป็นเหตุให้เสียชีวิต ผู้เสียชีวิตรายที่ 13 เป็นชายอายุ 45 ปี รักษาตัวที่โรงพยาบาลเอกชน ย่านประชาชื่น มีอาการปอดอักเสบ เข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาล วันที่ 5 ก.ค.ด้วยอาการรุนแรง มีไข้ เสียชีวิตในวันที่ 6 ก.ค.ไม่มีประวัติชัดเจนว่ามีโรคประจำตัวหรือไม่ เนื่องจากรักษาที่โรงพยาบาลเพียงวันเดียวก็เสียชีวิต ส่วนผู้เสียชีวิตรายที่ 14 เป็นนักเรียนหญิงอายุ 17 ปี นักเรียนโรงเรียนสาธิตแห่งมหาวิทยาลัยมหาสารคาม มีโรคประจำตัวเนื้อเยื่อใต้ผิวหนังไม่ยืดหยุ่น ทำให้ปอดไม่แข็งแรง เข้าโรงพยาบาลวันที่ 3 ก.ค.เสียชีวิตวันที่ 7 ก.ค.
       
       นพ.ภาสกร อัครเสวี ผู้อำนวยการสำนักระบาดวิทยา กรมควบคุมโรค กล่าวว่า ผู้เสียชีวิตนักเรียนหญิงวัย 17 ปี อยู่ระหว่างการสอบสวนโรคให้มีความชัดเจน ว่า เสียชีวิตจากไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ 2009 จริงหรือไม่ เนื่องจากพบว่าผลตรวจเชื้อเบื้องต้นเป็นลบ โดยโรงพยาบาลศรีนครินทร์ จ.ขอนแก่นตรวจผลอีกครั้งพบว่าเป็นบวก ดังนั้น จึงต้องรอผลการตรวจเชื้อยืนยันของศูนย์วิทยาศาสตร์การแพทย์ขอนแก่นอีกครั้ง
       
       “วิทยา” หนักใจตัวเลขคนตาย ชี้ไม่มีใครเป็นจำเลยสังคม
       
นายวิทยา แก้วภราดัย
รมว.สาธารณสุข กล่าวถึงกรณีที่มีข่าวเกี่ยวกับตัวเลขผู้เสียชีวิตจากโรคไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ เพิ่มขึ้นในจังหวัดต่างๆ ว่า การรายงานยอดผู้เสียชีวิตอย่างเป็นทางการ ขอให้เชื่อตามการรายงานของศูนย์ปฏิบัติการโรคไข้หวัดใหญ่ ของกระทรวงสาธารณสุข เพราะจะมีการตรวจสอบที่ชัดเจน การรายงานข่าวจึงอยากให้ใช้ตัวเลขที่เป็นทางการ เพราะหากรายงานแล้วไม่ใช่นั้น จะกระทบต่อความรู้สึกคน และเป็นสิ่งที่ลบออกยาก ซึ่งกระทรวงไม่มีเหตุผลจะปิดข่าวแต่อย่างใด และข่าวคนตายก็ไม่ใช่ข่าวดีที่มีความจำเป็นต้องรายงานเร็ว รายงานก่อนใคร เมื่อมีการรายงานคนเสียชีวิตแพทย์ทุกคนก็รู้สึกเสียใจทั้งสิ้น
       
       “สิ่งที่หนักใจที่สุดขณะนี้ คือ เรื่องของข่าว และจำนวนผู้เสียชีวิต จึงอยากให้ผู้ที่ทราบว่ามีโอกาสเสี่ยง คือ เป็นโรคประจำตัว ให้รีบไปพบแพทย์เพื่อรับการรักษาอย่างทันถ่วงที ส่วนเรื่องการรักษาช้านั้น เป็นหน้าที่ของปลัด หรือ แพทยสภาที่จะต้องตำหนิ ตักเตือนกันเอง แต่ไม่อยากให้ประชาชนเข้าใจว่าเป็นแล้วต้องหายทุกราย แต่อยากเรียกร้องให้ผู้ป่วยอยู่บ้านเพื่อลดการแพร่เชื้อ ซึ่งมาตรการที่ทำ เช่น ปิดสถาบันกวดวิชา เป็นการขอความร่วมมือเพื่อชลอการแพร่ระบาด ไม่ได้หมายความว่าใครเป็นจำเลยสังคม แต่เป็นความรับผิดชอบของทุกคนร่วมกัน ทั้งนี้ การระบาดของโรคจะยุติลงต่อเมื่อได้มีวัคซีนในการป้องกันโรคแล้ว”นายวิทยา กล่าว
       
       แบ่งโซนโรงพยาบาลรับผิดชอบผู้ป่วย
       รศ.(พิเศษ) นพ.ทวี โชติพิทยสุนนท์ ผู้ทรงคุณวุฒิระดับ 11 กรมการแพทย์ กล่าวว่า ในการแบ่งพื้นที่ความรับผิดชอบของทีมดูแลรักษาเคลื่อนที่เร็วจะแบ่งเป็นพื้นที่ กรุงเทพฯและต่างจังหวัด สำหรับพื้นที่กรุงเทพฯจะมีโรงพยาบาลที่มีขีดความสามารถในการรักษาผู้ป่วยสูง 10 แห่ง ได้แก่ รพ.ศิริราช ภูมิพล จุฬาลงกรณ์ ราชวิถี รามาธิบดี วชิระพยาบาล สถาบันสุขภาพเด็กแห่งชาติมหาราชินี รพ.พระมงกุฎ และ รพ.นพรัตน์ราชธานี รับผิดชอบในการให้คำแนะนำการรักษาหากโรงพยาบาลที่มีขีดความสามารถน้อยกว่าที่ตั้งอยู่ในพื้นที่ใกล้เคียงกับโรงพยาบาลแต่ละแห่งมีผู้ป่วยติดเชื้อไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ 2009 ที่มีอาการรุนแรง
       
       รศ.(พิเศษ) นพ.ทวี กล่าวต่อว่า พื้นที่ต่างจังหวัด จะแบ่งตามเขตตรวจราชการซึ่งมีการแบ่งพื้นที่เขตละ 3-4 จังหวัด โดยหากผู้ป่วยมีอาการป่วยและไม่มีโรคปอดบวมแทรกซ้อนให้โรงพยาบาลชุมชนหรือโรงพยาบาลอำเภอดูแลรักษา กรณีผู้ป่วยมีโรคแทรกซ้อนเป็นปอดบวมให้โรงพยาบาลทั่วไปหรือโรงพยาบาลจังหวัดรับผิดชอบในการดูแลรักษา แต่สำหรับจังหวัดที่โรงพยาบาลจังหวัดไม่ได้เป็นโรงพยาบาลศูนย์ เมื่อผู้ป่วยมีอาการปอดบวมรุนแรงให้โรงพยาบาลศูนย์รับผิดชอบในการดูแลรักษา อีกทั้ง จะให้อาจารย์จากคณะแพทยศาสตร์ ในมหาวิทยาลัยในพื้นที่เข้าร่วมเป็นทีมผู้เชี่ยวชาญในการรักษาโรคด้วย
       
       สำนักระบาดวิทยารายงานสถานการณ์ไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ 2009 ว่า สธ.ยืนยันผู้ป่วยรายใหม่ 211 ราย ขณะนี้มีผู้ป่วยสะสมทั้งหมด 2,925 ราย ในจำนวนนี้เป็นผู้ป่วยยืนยันอายุระหว่าง 11-22 ปี มากที่สุด ร้อยละ 58.7 กลุ่มอายุ 6-10 ปี ร้อยละ 18.7 กลุ่มอายุ 21-30 ปี ร้อยละ 8.8 กลุ่มอายุ 1-5 ปี ร้อยละ 4 กลุ่มอายุ 31-40 ปี ร้อยละ 3.7 กลุ่มอายุ 41-50 ปี ร้อยละ 3.2 กลุ่มอายุ 51-60 ปี ร้อยละ 1.3 กลุ่มอายุมากกว่า 60 ปี ร้อยละ 0.5 ขณะที่มีจังหวัดที่มีผู้ป่วยยืนยันแล้วจำนวน 67 จังหวัด

ที่มา  ASTVผู้จัดการออนไลน์ 9 กรกฎาคม 2552 

< Previous   Next >