Home arrow News arrow ศธ.สั่งคุมเข้ม"นร.-นศ."กลับจากนอก เฝ้าระวัง 6 คนใกล้ชิดผู้ป่วย"หวัดใหญ่2009" รายที่ 9 ของไทย
ศธ.สั่งคุมเข้ม"นร.-นศ."กลับจากนอก เฝ้าระวัง 6 คนใกล้ชิดผู้ป่วย"หวัดใหญ่2009" รายที่ 9 ของไทย Print E-mail
User Rating: / 0
PoorBest 
Post by Administrator   
จันทร์, 08 มิถุนายน 2009

        สธ.ประกาศขึ้นทะเบียนผู้ป่วยไข้หวัดใหญ่ 2009 รายที่ 9 เป็นนักธุรกิจชายวัย 29 ติดเชื้อจากอเมริกา เผยอาการดีขึ้นหลังกินยาต้านไวรัส ไม่มีไข้ แต่ยังไอ มีน้ำมูก พร้อมเฝ้าระวังผู้สัมผัสใกล้ชิดอีก 6 ให้พักที่บ้าน "วิทยา" สั่งคุมเข้ม น.ร.-น.ศ.ที่กลับจากต่างประเทศ ประสานสถานศึกษาดูแลใกล้ชิด

การพบผู้ติดเชื้อไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ ชนิดเอ เอช1 เอ็น1 หรือไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ 2009  ในประเทศไทยยังมีต่อเนื่องหลังพบผู้ติดเชื้อแล้ว 8 คน ล่าสุดพบรายที่ 9 เป็นนักธุรกิจชายไทย อายุ 29 ปี ติดเชื้อจากสหรัฐอเมริกา


นพ.ไพจิตร์ วราชิต รองปลัดกระทรวงสาธารณสุข เปิดเผยเมื่อวันที่ 7 มิถุนายน หลังประชุมศูนย์ปฏิบัติการตอบโต้ภาวะฉุกเฉินทางการแพทย์และสาธารณสุขที่กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) ว่า  สธ.ได้ประกาศขึ้นทะเบียนผู้ป่วยไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่  2009 เพิ่มอีก 1 คน นับเป็นผู้ป่วยรายที่ 9 ของไทย โดยผู้ป่วยรายนี้เป็นนักธุรกิจชาวไทยเพศชาย อายุ 29 ปี เดินทางไปประเทศสหรัฐอเมริกา เมื่อวันที่ 28 พฤษภาคม และกลับถึงประเทศไทยเมื่อเวลา 23.30 น.วันที่ 4 มิถุนายนที่ผ่านมา


"ผู้ป่วยเริ่มมีอาการหวัด ไข้สูง มีน้ำมูก ไอ มีเสมหะ ปวดเมื่อยตามร่างกายในช่วงดึกของคืนวันที่ 5 มิถุนายน จึงได้เข้ารักษาที่โรงพยาบาลเอกชนแห่งหนึ่งในวันที่ 6 มิถุนายน ตรวจพบว่ามีไข้สูง 38.4 องศาเซลเซียส แพทย์เก็บตัวอย่างเชื้อไวรัสส่งให้ห้องปฏิบัติการกรมวิทยาศาตร์การแพทย์ สธ. ตรวจวิเคราะห์ ผลตรวจเมื่อคืนวันที่ 6 มิถุนายนยืนยันว่า ติดเชื้อไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ 2009 แต่ล่าสุดผู้ป่วยอาการดีขึ้น หลังจากได้รับยาต้านไวรัสโอเซลทามิเวียร์ ไม่มีไข้ แต่ยังไอ และมีน้ำมูลเล็กน้อย ขณะนี้ยังพักอยู่ที่ห้องแยกเชื้อของโรงพยาบาล นอกจากนี้ ทาง สธ.ได้ส่งทีมสอบสวนเคลื่อนที่เร็วติดตามผู้สัมผัสใกล้ชิดของผู้ป่วยรายนี้อีก 6 คน แม้ยังไม่มีใครป่วยหรือมีไข้สูง แต่แพทย์ได้ให้กินยาต้านไวรัสทุกคน และให้พักอยู่ที่บ้านติดต่อ 3-5 วัน จนกว่าจะได้ยาต้านไวรัสครบชุดการรักษา" นพ.ไพจิตร์กล่าว


รองปลัดกระทรวงสาธารณสุข กล่าวด้วยว่า ต้องชื่นชมผู้ป่วยรายนี้ที่ให้ความร่วมมือดีมาก จากการสอบถามประวัติพบว่า หลังเริ่มมีอาการป่วยในช่วงเวลา 01.00 น.ของคืนวันที่ 5 มิถุนายน ผู้ป่วยได้โทรศัพท์ปรึกษาบริการสายด่วน สธ.ที่เปิดบริการตลอด 24 ชั่วโมง หมายเลข 02-590-3333 และ 02-590-1994 จึงปฏิบัติตัวอย่างถูกต้อง


นพ.ไพจิตร์กล่าวว่า ขณะนี้ สธ.มีความร่วมมืออย่างใกล้ชิดกับโรงพยาบาลเอกชนทั่วประเทศ และโรงพยาบาลสังกัดกรุงเทพมหานคร (กทม.) สำหรับแผนการควบคุมโรคที่เน้นเฝ้าระวังกลุ่มนักเรียน นักศึกษา ที่จะกลับจากต่างประเทศ ขณะนี้นักวิชาการได้วางแผนดูแลกลุ่มนักเรียนไทยที่กลับจากการศึกษาหาประสบการณ์จากสหรัฐฯ ซึ่งจะทยอยกลับบ้านในช่วง 1-2 สัปดาห์นี้ โดยจะทำหนังสือขอความร่วมมือสถานศึกษา มหาวิทยาลัยต่างๆ ทั่วประเทศ ให้ตรวจสอบว่า มีนักเรียน นิสิต นักศึกษาที่เพิ่งเดินทางกลับจากต่างประเทศ และแนะนำให้ติดตามอาการใกล้ชิด เป็นเวลา 7 วัน โดยเฉพาะเด็กที่กลับถึงไทยในช่วง 3 วันแรก ขอความร่วมมือให้อยู่ที่บ้านและหลีกเลี่ยงการคลุกคลีใกล้ชิดกับคนอื่น หากมีอาการไข้ให้รีบไปพบแพทย์เพื่อตรวจรักษา และแจ้งประวัติเดินทางให้แพทย์ทราบด้วย


"หากเป็นไปได้ขอให้สถานศึกษาจัดระบบตรวจสุขภาพดูแลไข้หวัดใหญ่ให้นักเรียน นิสิต นักศึกษาในสถานศึกษา ทุกคน และพิจารณายืดหยุ่นการลงทะเบียน ระหว่างให้นักเรียน นิสิต นักศึกษาดังกล่าวอยู่ระหว่างสังเกตอาการด้วย ก็จะเป็นประโยชน์ต่อนักเรียน นักศึกษาและต่อการป้องกันโรคของประเทศ" นพ.ไพจิตร์กล่าว


ด้านนายวิทยา แก้วภราดัย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข กล่าวว่า การพบผู้ป่วยไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ 2009 ในไทยได้รวดเร็วเป็นผลมาจากระบบการเฝ้าระวังที่เข้มงวด และความร่วมมืออย่างดีของประชาชน รวมทั้งโรงพยาบาลต่างๆ ทั่วประเทศ โดยเฉพาะผู้ที่เดินทางกลับมาจากต่างประเทศต่างๆ ที่เป็นพื้นที่เสี่ยง ทำให้สามารถค้นหาผู้ป่วยได้รวดเร็วและให้การดูแลรักษาได้อย่าทันท่วงที ทุกรายได้รับยาต้านไวรัสภายใน 48 ชั่วโมง ส่งผลดี ทำให้อาการผู้ป่วยดีขึ้น และในประเทศไทยยังไม่มีผู้เสียชีวิตแม้แต่รายเดียว โดย สธ.ได้สำรองยาต้านไวรัสไว้ 5 ล้านเม็ด กระจายให้โรงพยาบาลทั่วประเทศทั้งรัฐและเอกชน การใช้ยาอยู่ภายใต้การดูแลของแพทย์อย่างเคร่งครัด จึงยังไม่มีปัญหาดื้อยา ประสิทธิภาพการรักษได้ผลดี  


สำหรับสถานการณ์โรคไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ 2009 ทั่วโลก องค์การอนามัยโลกสรุปตั้งแต่วันที่ 24 เมษายน - 6 มิถุนายน มีรายงานผู้ป่วย 21,940 คน ใน 69 ประเทศ เสียชีวิต 125 คน ในไทยพบผู้ป่วยรวมทั้งหมด 9คน ไม่มีเสียชีวิต ขณะนี้มีผู้ป่วยในข่ายเฝ้าระวัง รอผลการตรวจทางห้องปฏิบัติการ 11 คน


ขณะที่ น.พ.สุเทพ วัชรปิยานันทน์ นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดสงขลา เปิดเผยถึงการแพร่ระบาด ของโรคชิคุนกุนยาว่าพบผู้ป่วยในบางพื้นที่ปรับเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะใน อ.รัตภูมิ จ.สงขลา ซึ่งเป็นพื้นที่เชื่อมต่อไปยัง จ.สตูล และจ.พัทลุง พบผู้ป่วยแล้วกว่า 300 ราย และมีแนวโน้มที่จะมีผู้ป่วยเพิ่มขึ้นทุกวัน  แต่ได้ร่วมกับหลายหน่วยงานในการเร่งป้องกันการระบาดอย่างต่อเนื่อง  พร้อมแจ้งไปยังสถานบริการสาธารณสุขทุกแห่งใน จ.สงขลา ให้ความสำคัญในการดูแลหญิงตั้งครรภ์เป็นพิเศษ  เพื่อความปลอดภัยของมารดาและทารกในครรภ์ เนื่องจากมีรายงานในต่างประเทศ พบว่าหญิงตั้งครรภ์ที่ป่วยด้วยโรคชิคุนกุนยาในช่วงใกล้คลอด เชื้อสามารถถ่ายทอดไปสู่ลูกได้


ที่มา  หนังสือพิมพ์ มติชน 07 มิถุนายน พ.ศ. 2552

< Previous   Next >