Home arrow News arrow สธ.สั่งตรวจเข้มผู้เดินทางผ่าน “ญี่ปุ่น”
สธ.สั่งตรวจเข้มผู้เดินทางผ่าน “ญี่ปุ่น” Print E-mail
User Rating: / 0
PoorBest 
Post by Administrator   
อังคาร, 19 พฤษภาคม 2009
ภาพประกอบจากอินเทอร์เนต
       สธ.เน้นแผนรับมือหวัด 2009 ในโรงเรียน รณรงค์ “รับประทานอาหารร้อน ใช้ช้อนกลาง หมั่นล้างมือ” หลังญี่ปุ่นพบนักเรียนป่วยเป็นจำนวนมาก เตรียมเรียกประชุม สสจ.ผอ.รพ.ทั่วประเทศพรุ่งนี้ รวมทั้งเร่งสั่งการทุกจังหวัดติดตามผู้ที่เดินทางผ่านประเทศญี่ปุ่นอย่างเข้มข้น หากมีไข้ ไอ เจ็บคอ ภายใน 3 วัน แจ้งแพทย์ทันที เร่งให้ความรู้ประชาชนดูแลตัวเองหากเกิดอาการเจ็บป่วย ทั้งที่บ้าน โรงเรียน และที่ทำงาน ส่วนกรณีการยกระดับความรุนแรงของโรค ยังไม่มีการแจ้งจาก WHO
วันนี้ (18 พ.ค.) นพ.สุพรรณ ศรีธรรมมา โฆษกกระทรวงสาธารณสุข ให้สัมภาษณ์ภายหลังการประชุมศูนย์ปฏิบัติการตอบโต้ภาวะฉุกเฉินทางด้านการแพทย์และสาธารณสุขว่า กรณีที่พบผู้ป่วยไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ 2009 ในประเทศญี่ปุ่น โดยไม่มีประวัติเดินทางไปประเทศเสี่ยงจึงเป็นสัญญาณเตือนให้ประเทศไทยต้องรับมือเฝ้าระวังเข้มข้นมากขึ้น เนื่องจากมีผู้ที่เดินทางผ่านสนามบินของญี่ปุ่น ก่อนเดินทางเข้ามาในประเทศไทยเป็นจำนวนมาก และการระบาดของโรคนี้มีโอกาสแพร่กระจายไปทั่วโลกเนื่องจากการเดินทางที่สะดวกและรวดเร็ว กระทรวงสาธารณสุขจึงต้องเร่งให้ความรู้ ความเข้าใจแก่ประชาชนในการปฏิบัติตัวหากเกิดอาการเจ็บป่วยทั้งที่บ้าน โรงเรียน ที่ทำงาน เพื่อป้องกันการแพร่กระจายของโรค
       
       โดยเฉพาะผู้ที่เดินทางผ่านสนามบินที่ญี่ปุ่น เมื่อเดินทางเข้ามาอยู่ในประเทศไทย จะมีระบบเฝ้าติดตามไม่ว่าจะอยู่ที่จังหวัดไหนก็ตาม หากมีอาการป่วยไข้ ไอ เจ็บคอ ภายหลังเดินทางเข้ามาระยะ 3 วัน ให้รีบไปพบแพทย์หรือแจ้งเจ้าหน้าที่สาธารณสุขทันที

ภาพประกอบจากอินเทอร์เนต
       นพ.สุพรรณ กล่าวต่อไปว่า ผู้ป่วยโรคนี้จะเริ่มมีอาการหลังได้รับเชื้อไวรัส 1-3 วัน มีอาการคล้ายไข้หวัดใหญ่ทั่วไป เช่น มีไข้ ปวดศีรษะ อ่อนเพลีย ไอ เจ็บคอ คลื่นไส้ อาเจียน หรือท้องเสีย ซึ่งหากมีอาการไม่รุนแรงจะหายได้เองภายใน 5-7 วันโดยไม่ต้องนอนโรงพยาบาล แต่บางรายที่มีอาการปอดอักเสบรุนแรงจะมีอาการหายใจเร็ว เหนื่อย หอบ หายใจลำบาก ซึ่งอาจทำให้เสียชีวิตได้ เพื่อเป็นการป้องกันประชาชนควรหลีกเลี่ยงคลุกคลีกับผู้ป่วยไข้หวัดใหญ่ ให้ผู้ป่วยและผู้ดูแลสวมหน้ากากอนามัย ไม่ใช้แก้วน้ำ หลอดดูดน้ำ ช้อนอาการ ผ้าเช็ดมือ ผ้าเช็ดหน้าร่วมกัน ใช้ช้อนกลางทุกครั้ง ล้างมือบ่อยๆ รับประทานอาหารที่มีประโยชน์ ออกกำลังกายสม่ำเสมอ และพักผ่อนให้เพียงพอ
       
       ทั้งนี้ ในวันที่ 19 พ.ค.2552 จะประชุมนายแพทย์สาธารณสุขจังหวัด ผู้อำนวยการโรงพยาบาลศูนย์ โรงพยาบาลทั่วไป และผู้อำนวยการสำนักงานควบคุมโรคติดต่อ เพื่อรับฟังความก้าวหน้า นโยบายเรื่องการควบคุมป้องกันโรคไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ 2009 และโรคชิคุนกุนยา ที่โรงแรมอมารีแอร์พอร์ต และในวันที่ 20 พฤษภาคม 2552 จะมีการสื่อสารระบบทีวีออนไลน์ ที่กรมควบคุมโรคไปยังสำนักงานสาธารณสุขทุกจังหวัด โรงพยาบาลศูนย์ โรงพยาบาลทั่วไป ตั้งแต่เวลา 13.00 น.เป็นต้นไป
       
       ด้านนพ.ไพจิตร์ วราชิต รองปลัดกระทรวงสาธารณสุข กล่าวว่า เตรียมปรับแผนการดูแลป้องกันโรคไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ 2009 ให้เข้มข้นมากขึ้น เน้นโรงเรียนเป็นกลุ่มเป้าหมายหลัก เนื่องจากเป็นแหล่งชุมชนขนาดใหญ่ โดยในวันพรุ่งนี้จะมีการเชิญเจ้าหน้าที่สาธารณสุขจังหวัด (สสจ.) ทั่วประเทศ ผู้อำนวยการโรงพยาบาล เข้าร่วมประชุมที่โรงแรมปทุมวัน ปริ๊นเซส เพื่อให้ลงพื้นที่เข้าไปในชุมชน รณรงค์ให้ใช้หน้ากากอนามัย การรับประทานอาหารร้อน ใช้ช้อนกลาง หมั่นล้างมือให้สะอาด และอาจแบ่งเจ้าหน้าที่บางส่วนลงไปพูดคุยกับผู้อำนวยการโรงเรียนให้ใช้มาตรการสาธารณสุขอย่างเคร่งครัด หลังจากข้อมูลในประเทศญี่ปุ่น พบเด็กนักเรียนติดเชื้อไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่เพิ่มมากขึ้น
       และสำหรับเด็กนักเรียนในโรงเรียนหากพบเพื่อนนักเรียนด้วยกันมีประวัติเดินทางต่างประเทศ และมีไข้ ให้เร่งแจ้งครูผู้ปกครองทันที
       
       นอกจากนี้ นพ.ไพจิตร์ ยังกล่าวว่า ขณะนี้ทางการญี่ปุ่นกำลังเร่งสอบสวนหาสาเหตุการติดเชื้อในนักเรียนอยู่ ส่วนแนวโน้มการยกระดับเตือนภัยจาก 5 เป็น 6 ขององค์การอนามัยโลกนั้น ขณะนี้ยังไม่ได้รับแจ้งจากองค์การอนามัยโลก แต่คาดว่าหากมีการประกาศจริงจะได้รับข้อมูลอย่างรวดเร็ว เนื่องจากขณะนี้มีการประชุมสมัชชาองค์การอนามัยโลกที่นครเจนีวา ประเทศสวิตเซอร์แลนด์
       
       องค์การอนามัยโลก รายงานเมื่อเช้าวันนี้ (18 พฤษภาคม 2552) ตามเวลาในประเทศไทยว่า มีผู้ป่วยยืนยันติดเชื้อ 39 ประเทศ รวมผู้ป่วยทั้งสิ้น 8.480 ราย เสียชีวิต 72 ราย (เม็กซิโก 66 ราย สหรัฐอเมริกา 4 ราย แคนาดา 1 ราย และคอสตาริกา 1 ราย) ประเทศที่รายงานผู้ป่วยรายแรกในวันนี้ ได้แก่ มาเลเซีย อินเดีย และตุรกี ส่วนประเทศไทย คงมีผู้ป่วยยืนยัน 2 รายเท่าเดิม และวันนี้มีผู้ป่วยในข่ายเฝ้าระวัง 10 ราย
ที่มา  ASTVผู้จัดการออนไลน์ 18 พฤษภาคม 2552 
< Previous   Next >