Home arrow News arrow สธ.เปลี่ยนเรียก “ไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ 2009” ยันผู้ป่วยเฝ้าระวัง 4 รายไม่ติดเชื้อ
สธ.เปลี่ยนเรียก “ไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ 2009” ยันผู้ป่วยเฝ้าระวัง 4 รายไม่ติดเชื้อ Print E-mail
User Rating: / 0
PoorBest 
Post by Administrator   
ศุกร์, 01 พฤษภาคม 2009
        สธ.กำหนดชื่อใหม่ไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ที่ระบาดในเม็กซิโกว่า “ไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ ชนิดเอ 2009 เอช 1 เอ็น 1” หรือชื่อย่อว่า “ไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ 2009” รวมตั้งแต่ต้นมีผู้เข้าข่ายเฝ้าระวังโรค 4 ราย หายดีทั้งหมด ไม่มีผู้ป่วยสงสัยหรือยืนยันไข้หวัดใหญ่ เตรียมแผนรับมือในพื้นที่ จัดประชุมแพทย์ผู้รักษาป้องกันเชื้อดื้อยา และประชุมผู้ว่าราชการจังหวัดเพื่อจัดซ้อมแผนร่วมกับมหาดไทย รวมทั้งจัดประชุมรัฐมนตรีสาธารณสุขอาเซียน 7-8 พฤษภาคมนี้
       


        วันนี้ (1 พ.ค.) ที่กระทรวงสาธารณสุข นายแพทย์ปราชญ์ บุณยวงศ์วิโรจน์ ปลัดกระทรวงสาธารณสุข พร้อมด้วย นายแพทย์ไพจิตร์ วราชิต รองปลัดกระทรวงสาธารณสุข ประชุมศูนย์ปฏิบัติการป้องกันและควบคุมแก้ไขสถานการณ์การระบาดใหญ่ของไข้หวัดใหญ่ ซึ่งในวันนี้ นายวิทยา แก้วภราดัย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ได้มีคำสั่งกระทรวงสาธารณสุขจัดตั้งศูนย์บัญชาการเตรียมความพร้อมป้องกันและควบคุมแก้ไขสถานการณ์การระบาดใหญ่ของไข้หวัดใหญ่ ของกระทรวงสาธารณสุข ที่สำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุข ประกอบด้วยคณะกรรมการ 2 ชุด คือ
        
       คณะกรรมการอำนวยการ มีนายแพทย์ปราชญ์ บุณยวงศ์วิโรจน์ ปลัดกระทรวงสาธารณสุข เป็นประธาน คณะกรรมการประกอบด้วย อธิบดีทุกกรม หัวหน้าผู้ตรวจราชการ ผู้อำนวยการองค์การเภสัชกรรม เลขาธิการสถาบันการแพทย์ฉุกเฉินแห่งชาติ ทำหน้าที่อำนวยการสั่งการ กำหนดแผนปฏิบัติการป้องกันและแก้ไขสถานการณ์การระบาดใหญ่ของโรคไข้หวัดใหญ่ วิเคราะห์สถานการณ์ และสนับสนุนการปฏิบัติงานของฝ่ายต่างๆ ทั้งงบประมาณ อัตรากำลัง ให้เพียงพอ
       
       ชุดที่ 2 ศูนย์บัญชาการกระทรวงสาธารณสุข มีนายแพทย์ไพจิตร์ วราชิต รองปลัดกระทรวงสาธารณสุข เป็นประธาน คณะกรรมการประกอบด้วย หัวหน้าผู้ตรวจราชการ รองอธิบดีทุกกรม รองผู้อำนวยการองค์การเภสัชกรรม รองเลขาธิการสถาบันการแพทย์ฉุกเฉินแห่งชาติ ทำหน้าที่บัญชาการเหตุการณ์ระดับกระทรวง มีโครงสร้างงาน 4 ส่วน ได้แก่ ส่วนติดตาม กำกับ ประสานงาน ส่วนกำหนดกลยุทธ์และวางแผน ส่วนสนับสนุนงบประมาณ และการบริหาร ส่วนสื่อสารและประชาสัมพันธ์ และส่วนประสานต่างประเทศ ซึ่งจะทำให้งานมีความครอบคลุม มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น

       
       นพ.ปราชญ์ กล่าวว่า ขณะนี้องค์การอนามัยโลก ได้เปลี่ยนการเรียกชื่อไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่จากที่เคยเรียกว่า ไข้หวัดหมู หรือสไวน์ ฟลู (Swine Flu) และไข้หวัดใหญ่เม็กซิโก เป็น “ไข้หวัดใหญ่ ชนิดเอ เอช 1 เอ็น 1” (Influenza A H1N1) ซึ่งต่อไปนี้กระทรวงสาธารณสุขไทยจะใช้ชื่อคล้ายกับขององค์การอนามัยโลก แต่เพิ่มคำว่า สายพันธุ์ใหม่ 2009 คือ “ไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ ชนิดเอ 2009 เอช 1 เอ็น 1” หรือชื่อย่อว่า “ไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ 2009” เพื่อให้ประชาชนเกิดความเข้าใจตรงกัน เชื้อดังกล่าวเป็นเชื้อไวรัสที่ทำให้เกิดโรคในระบบทางเดินหายใจ มีความรุนแรงน้อยกว่าโรคซาร์ส แต่ติดเชื้อได้ง่าย จึงแพร่ระบาดอย่างรวดเร็ว
       
       สำหรับสถานการณ์ในประเทศไทย ตั้งแต่วันที่ 28-30 เมษายน 2552 สำนักระบาดวิทยาได้รับรายงานจากสำนักงานสาธารณสุขจังหวัด และสำนักควบคุมป้องกันควบคุมโรคประจำเขต มีผู้ป่วยในข่ายเฝ้าระวังโรคไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่สะสม 4 ราย จาก กทม. สมุทรปราการ และเชียงใหม่ โดย 3 ราย มีประวัติเดินทางจากพื้นที่เสี่ยงในระยะ 7 วันก่อนป่วย อีก 1 ราย เป็นชายชาวออสเตรเลีย มีประวัติเดินทางไปมาเลเซียซึ่งไม่ใช่พื้นที่เสี่ยงก่อนป่วย 2 สัปดาห์ เดินทางมาประเทศไทยผ่านสนามบินสุวรรณภูมิเมื่อวันที่ 29 เมษายน 2552 ตรวจพบมีไข้สูงจึงขอนอนพักที่ สถาบันบำราศนราดูร ผลการตรวจทางห้องปฏิบัติการโดยกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ ไม่พบรายใดติดเชื้อโรคไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ 2009 จึงตัดออกจากรายการเฝ้าระวังทั้งหมด โดยในวันนี้ แพทย์อนุญาตให้ชาวออสเตรเลียกลับบ้านได้ ซึ่งทางสถาบันบำราศนราดูรได้จัดรถส่งถึงบ้านที่พัทยา โดยไม่คิดค่าใช้จ่าย
       
       นพ.ไพจิตร กล่าวด้วยว่า สำหรับจำนวนคนไทยในเม็กซิโกที่แสดงความจำนงเดินทางกลับประเทศไทยผ่านกระทรวงการต่างประเทศ มีเพิ่มอีก 4 ราย รวมเป็น 18 ราย ซึ่งมีทั้งนักเรียนทุนเอเอฟเอส และอาสาสมัครอีกบางส่วน ทั้งนี้จะเดินทางกลับวันที่ 3 พฤษภาคม เวลา 23.00 น. โดยกระทรวงสาธารณสุขจะเตรียมทีมแพทย์ไปตรวจร่างกาย หากพบว่าร่างกายเป็นปกติจะให้กลับไปเฝ้าระวังที่บ้านเป็นเวลา 14 วัน ขณะที่ต้องติดต่อกับกระทรวงสาธารณสุขทุกวัน หากกรณีมีไข้หรือเจ็บป่วยน่าสงสัยจะนำรถฉุกเฉินของโรงพยาบาลบำราศนราดูรมารับเข้าตรวจดูอาการ และแยกคัดกรองผู้ป่วย
       
       สถานการณ์ทั่วโลก องค์การอนามัยโลกรายงานตั้งแต่ 24 เมษายน - 1 พฤษภาคม 2552 มีรายงานผู้ป่วยไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ 2009 จาก 11 ประเทศ ทั้งหมด 257 ราย เสียชีวิต 8 ราย ประกอบด้วย อเมริกาป่วย 109 รายใน 11 รัฐ เสียชีวิต 1 ราย เม็กซิโกป่วย 97 ราย เสียชีวิต 7 ราย แคนาดาป่วย 19 ราย สหราชอาณาจักรป่วย 8 ราย สเปนป่วย 13 ราย เยอรมัน 3 ราย นิวซีแลนด์ 3 ราย อิสราเอล 2 ราย ออสเตรีย 1 ราย เนเธอร์แลนด์ 1 ราย และสวิสเซอร์แลนด์ 1 ราย
       
       ทั้งนี้ มาตรการป้องกันไม่ให้เชื้อแพร่ระบาดในไทย กระทรวงสาธารณสุขจะจัดประชุมผู้ว่าราชการจังหวัดในวันที่ 6 พฤษภาคมนี้ เพื่อจัดการซ้อมแผนรับมือหากเกิดการระบาดใหญ่ ระหว่างสถาบันการแพทย์ฉุกเฉินแห่งชาติ กับกรมการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย ในด้านการแพทย์ สิ่งที่กระทรวงสาธารณสุขจะต้องเคร่งครัดคือ การป้องกันปัญหาการดื้อยาต้านไวรัส โอเซลทาร์มิเวีย (Oseltamivir) ซึ่งที่ผ่านมายังไม่มีปัญหา เนื่องจากยาดังกล่าวต้องใช้โดยแพทย์สั่ง มีเฉพาะในสถานพยาบาล ไม่มีจำหน่ายในร้านขายยา ในวันจันทร์ที่ 4 พฤษภาคมนี้ กรมการแพทย์จะจัดประชุมแพทย์ผู้รักษาและผู้อำนวยการโรงพยาบาลทั่วประเทศ ที่โรงแรมมิราเคิล แกรนด์ ถนนวิภาวดีฯ ส่วนสต็อกยาโอเซลทาร์มิเวียนั้น ขณะนี้ได้สั่งสำรองเพิ่มอีก 10 เท่า และในระดับอาเซียนยังมีสต็อกอยู่ที่ประเทศสิงคโปร์อีกประมาณ 5 ล้านกว่าเม็ด จึงมั่นใจว่าเพียงพอ
       
       นอกจากนี้ ที่ประชุมยังได้เตรียมการเป็นเจ้าภาพจัดประชุมรัฐมนตรีสาธารณสุขอาเซียน ในวันที่ 7-8 พฤษภาคม 2552 ที่โรงแรมดุสิตธานี ตามที่ไทยเสนอรัฐมนตรีสาธารณสุขฟิลิปปินส์ ซึ่งเป็นประธานรัฐมนตรีสาธารณสุขอาเซียน เพื่อป้องกันไม่ให้เชื้อแพร่ระบาดเข้าสู่อาเซียน และรับมือเร่งด่วนกรณีเกิดการระบาดในระดับภูมิภาค ในบ่ายวันที่ 7 จะเป็นการประชุมระดับปลัดกระทรวงและนักวิชาการอาวุโส เพื่อหาข้อสรุปทางวิชาการ ส่วนเช้าวันที่ 8 จะประชุมระดับรัฐมนตรี สาระการประชุม ไทยจะเสนอเรื่องการเฝ้าระวังโรคข้ามแดนและตามแนวชายแดน ระบบการแลกเปลี่ยนข้อมูลให้ทันสถานการณ์ การบริหารจัดการสต๊อกยาต้านไวรัสที่สำรองไว้ระหว่างประเทศ และการผลิตวัคซีนอย่างเร่งด่วน ซึ่งยาต้านไวรัสมี 2 ประเทศที่ผลิตได้คือ ไทยและอินโดนีเซีย นอกจากนี้จะหารือเรื่องความร่วมมือเครือข่ายห้องชันสูตรโรคระดับภูมิภาค โดยจะนำข้อสรุปนี้เข้าสู่ที่ประชุมสมัชชาโลกในกลางเดือนพฤษภาคม ที่สวิตเซอร์
       
       รวมข่าวเกี่ยวเนื่องโรคหวัดเม็กซิโกในประเทศไทย
       
       
  • รู้จัก “ไวรัสไข้หวัดหมู” มฤตยูสายพันธุ์ล่าสุด!
           
           
  • สธ.สั่งจับตาหวัดใหญ่พันธุ์ใหม่ในเม็กซิโกใกล้ชิด ยันไม่พบเชื้อนี้ในไทย ปชช.ไม่ต้องกังวล
           
           
  • คุมเข้ม! ตั้งด่านวัดอุณหภูมิ สนามบินสุวรรณภูมิสกัดหวัดหมู เน้นขาเข้าจากเม็กซิโก-อเมริกา
           
           
  • สธ.เปิดสายด่วนไข้หวัดหมู ป้องกันประชาชนตระหนก
           
           
  • สธ.รับมือ “หวัดหมู” กระจายยาสำหรับ 3 แสนคน WHO เผยติดจากคนสู่คน
           
           
  • แพทย์ระบุ “หวัดหมู” รุนแรงน้อยกว่าหวัดนก แต่กระจายได้มากกว่า
           
           
  • “สุวรรณภูมิ” จับตา 8 เที่ยวบินจากเม็กซิโก ยังไม่พบติดเชื้อหมูมรณะ
           
           
  • สธ.เตรียมใช้แผนรับหวัดนก หาก WHO เพิ่มความรุนแรง “หวัดหมู” เตรียมทำคู่มือแจกปชช.
           
           
  • รับมือ “ไข้หวัดใหญ่เม็กซิโก” (ฉบับประชาชน)/เอมอร คชเสนี
           
           
  • WHO ยกระดับ “หวัดเม็กซิโก” ระดับ 4-สธ.ชง ครม.ตั้งกรรมการคุมระบาด
           
           
  • สธ.เฝ้าระวัง "หวัดเม็กซิโก"เข้มข้น คัดกรองทุกสนามบิน วอนคนไทยเลี่ยงไปพื้นที่ระบาด
           
           
  • ครม.ตั้ง “เสธ.หนั่น” นั่งประธานคุม “หวัดเม็กซิโก”
           
           
  • ด่วน! ไทยพบผู้ป่วยต้องสงสัยติดเชื้อ “หวัดเม็กซิโก” หลังกลับจากเมืองจังโก้ รพ.จุฬาฯ แถลง 4 โมงเย็นนี้
           
           
  • จุฬาฯ แถลงพบหญิงผู้ป่วยเฝ้าระวัง “หวัดจังโก” วัย 42 ปี ลุ้นผลแล็บคืนนี้
           
           
  • ไทยโล่ง! ผลตรวจผู้ป่วยต้องสงสัย แค่หวัดธรรมดา-สธ.ออกแถลงการณ์ ฉ.1
           
           
  • คำแนะนำ สธ.เรื่องโรคไข้หวัดใหญ่ที่ระบาดในเม็กซิโก ฉบับที่ 1
           
           
  • จุฬาฯ แถลงชัดสาวใหญ่ป่วยหวัดใหญ่ธรรมดา ไม่ใช่หวัดเม็กซิโก
           
           
  • กรมการจัดหางานเตรียมพร้อมอพยพแรงงานไทยหาก “หวัดเม็กซิโก” คุมไม่อยู่
           
           
  • กทม.ร่อนสารแจ้งโรงแรมทั่วกรุงเฝ้าระวังหวัดเม็กซิโก หวั่นนักท่องเที่ยวนำเชื้อ
           
           
  • รับมือ “ไข้หวัดใหญ่เม็กซิโก”/ศ.นพ.ประเสริฐ เอื้อวรากุล ภาควิชาจุลชีววิทยา
           
           
  • สธ.จับมือ 84 สายการบิน-ทัวร์ ทำประวัติผู้โดยสาร ยุ่นกัก นร.ไทยป่วย 1 รายขอดูอาการ
           
           
  • “วิทยา” เผยคนไทยกลุ่มแรกจะกลับจากเม็กซิโก 3 พ.ค.นี้
           
           
  • นักวิชาการชี้ไม่ช้าก็เร็ว “หวัดจังโก้” มาถึงไทยแน่
  •  

    ที่มา  ASTVผู้จัดการออนไลน์1 พฤษภาคม 2552

    < Previous   Next >