Home arrow News arrow เชื้อไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ทำเม็กซิกันตาย68คน
เชื้อไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ทำเม็กซิกันตาย68คน Print E-mail
User Rating: / 0
PoorBest 
Post by Administrator   
อาทิตย์, 26 เมษายน 2009
       เอเยนซีส์ - องค์การอนามัยโลก (ฮู) ออกคำเตือนในวันเสาร์(25)ระบุว่า เชื้อไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ ซึ่งเป็นการผสมกันทั้งไวรัสไข้หวัดใหญ่ในหมู, คน, ตลอดจนสัตว์ปีก และคร่าชีวิตผู้คนไป 68 ชีวิตแล้วในประเทศเม็กซิโก อาจจะกลายเป็นโรคระบาดแพร่กระจายเป็นบริเวณกว้าง ขณะเดียวกัน เมืองหลวงเม็กซิโกซิตีของแดนจังโก้ซึ่งมีประชากรหนาแน่นล้นหลาม ก็ประกาศหยุดกิจกรรมจำนวนมาก ด้วยความวิตกหวาดกลัวเชื้อโรคร้ายนี้

      โรงพยาบาลหลายแห่งต่างดำเนินการทดสอบคนไข้ที่มีอาการไข้หวัดใหญ่ เพื่อตรวจดูว่าติดเชื้อไวรัสชนิดที่ไม่เคยพบเห็นกันมาก่อนนี้หรือไม่ ทั้งนี้นอกจากในเม็กซิโกแล้ว ยังมีผู้คนในสหรัฐฯอีก 8 คนที่ติดเชื้อสายพันธุ์ใหม่นี้ด้วย
       
       ในเม็กซิโกซิตีนั้นไม่มีรายงานว่ามีผู้เสียชีวิตเพิ่มเติมอีกนับตั้งแต่วันศุกร์(24) แต่ก็กำลังมีการทดสอบคนไข้ที่ต้องสงสัยรายใหม่ๆ 24 ราย โดยเจ้าหน้าที่เตือนว่า เชื้อไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์นี้กำลังแพร่กระจายอย่างรวดเร็วโดยติดต่อระหว่างคนกับคน ซึ่งหมายความว่ามีความเสี่ยงที่จะกลายเป็นการแพร่ระบาดครั้งมหึมา
       
       มาร์กาเรต ชาน ผู้อำนวยการใหญ่องค์การอนามัยโลก แถลงจากสำนักงานใหญ่ที่นครเจนีวาว่า เชื้อสายพันธุ์ใหม่ถือว่ามีศักยภาพที่จะก่อให้เกิดโรคระบาดแพร่กระจายเป็นบริเวณกว้าง เพราะมันยังคงทำให้ผู้คนติดเชื้อกันอยู่เรื่อยๆ ทว่าจากหลักฐานทางห้องทดลอง, ทางด้านระบาดวิทยา, และทางคลินิก ซึ่งมีอยู่ในเวลานี้ ยังไม่สามารถพูดได้เด็ดขาดว่ามันจะก่อให้เกิดโรคระบาดแพร่กระจายกว้างขวางแน่ๆ
       
       “เชื้อไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ –ซึ่งเป็นส่วนผสมของไวรัสไข้หวัดใหญ่ในหมู, ในมนุษย์, และในสัตว์ปีก —ยังคงเป็นที่เข้าใจกันน้อยมาก และสถานการณ์ก็เดินหน้าไปอย่างรวดเร็ว” ชานกล่าว
       
       องค์การอนามัยโลกบอกว่า ผลการทดสอบในห้องทดลองปรากฏว่า เชื้อไวรัสจากคนไข้ในเม็กซิโกจำนวน 12 คน มีลักษณะทางพันธุกรรมแบบเดียวกันเชื้อไข้หวัดใหญ่ในหมูสายพันธุ์ใหม่ ซึ่งเรียกชื่อกันว่า H1N1ที่พบเห็นอยู่ในคน 8 คนในมลรัฐแคลิฟอร์เนีย และมลรัฐเท็กซัส ของสหรัฐฯ โดยทั้ง 8 รายนี้ต่างก็มีอาการดีขึ้นแล้วในเวลาต่อมา
       
       คณะกรรมการฉุกเฉินที่ประกอบด้วยบรรดาผู้เชี่ยวชาญขององค์การอนามัยโลก ซึ่งกำลังประชุมกันในวันเสาร์ จะให้คำแนะนำแก่ผู้อำนวยการใหญ่องค์การอนามัยโลกในประเด็นปัญหาต่างๆ รวมถึงความเป็นไปได้ที่จะเปลี่ยนแปลงระดับเตือนภัยโรคระบาดแพร่กระจายในวงกว้าง ระดับเตือนภัยนี้มีตั้งแต่ 1 – 6 ซึ่งปัจจุบันอยู่ที่ระดับ 3
       
       เวลานี้ในดินแดนที่อยู่ห่างไกลออกไปอย่างฮ่องกงและญี่ปุ่น พวกเจ้าหน้าที่สาธารณสุขก็แถลงว่า พวกเขากำลังเพิ่มระดับในการติดตามเฝ้าระวังบรรดานักเดินทางว่า จะมีอาการคล้ายเป็นไข้หวัดใหญ่หรือไม่
       
       ก่อนหน้านี้ เม็กซิโกแถลงว่าเชื้อไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่นี้ได้สังหารผู้คนไปแน่ๆ อย่างน้อย 20 คน ตลอดจนยังน่าจะเป็นสาเหตุการเสียชีวิตของคนอีก 48 คนด้วย โดยที่ตลอดทั่วประเทศเม็กซิโก
       มีรายงานผู้ป่วยที่ต้องสงสัยติดเชื้อนี้เป็นจำนวนกว่า 1,000 คน สำหรับผู้ที่เสียชีวิตส่วนใหญ่มีอายุระหว่าง 25 ถึง 45 ปี ซึ่งเป็นสัญญาณที่ก่อให้เกิดความวิตกกังวล เนื่องจากโรคระบาดแพร่กระจายเป็นบริเวณกว้างซึ่งเกิดขึ้นในอดีตนั้น ก็จะมีอัตราผู้ใหญ่วัยหนุ่มสาวสุขภาพแข็งแรงเสียชีวิตเป็นจำนวนมากเช่นกัน
       
       เวลานี้เม็กซิโกซิตีซึ่งมีประชากรแออัดถึง 20 ล้านคน ได้สั่งปิดโรงเรียนและพิพิธภัณฑ์ ตลอดจนยกเลิกการจัดงานในที่สาธารณะรวมหลายร้อยรายการ เพื่อเป็นการป้องกันไม่ให้มีการติดเชื้อแพร่ระบาดเพิ่มขึ้นอีก
       
       การแข่งขันฟุตบอลสำคัญ 2 นัดในวันอาทิตย์(26) จะต้องเล่นกันในสนามที่ว่างเปล่าไร้ผู้ชม ขณะที่ศูนย์การค้าย่านช็อปปิ้งต่างๆ พากันปิดหรือเหลือร้านรวงหงอยเหงา และผู้คนที่ออกไปตามท้องถนนต่างสวมหน้ากากปิดปากปิดจมูก
       
       ทหารเม็กซิโกช่วยกันแจกหน้ากากแบบนี้ และรัฐมนตรีสาธารณสุข โฮเซ อันเคล คอร์โดบา บอกให้กับประชาชนสวมหน้ากาก และหลีกเลี่ยงสถานที่ซึ่งมีคนชุมนุมกันมากๆ ตลอดจนละเว้นการกระทบกันอย่างใกล้ชิดทางร่างกาย เขาบอกด้วยว่า ไม่มีหลักประกันว่าวัคซีนที่มีอยู่ในปัจจุบัน จะช่วยต้านทานเชื้อไวรัสสายพันธุ์ใหม่นี้ได้หรือไม่
       
       คอร์โดบาบอกว่า เม็กซิโกนั้นมียาต่อต้านไวรัสอยู่จำนวน 1 ล้านโดส ซึ่งเพียงพอที่จะใช้รักษาคนป่วยที่มีรายงานเข้ามาในเวลานี้ ทั้งยา “ทามิฟลู” ของบริษัท โรช เอจี และ ยา “เรเลนซา” ของบริษัทแกล็กโซสมิธไคลน์ ต่างได้รับการแนะนำให้นำมาใช้รักษาไข้หวัดใหญ่ และต่างแสดงว่าใช้ได้ผลในการต่อสู้กับตัวอย่างเชื้อไวรัสที่นำมาจากคนป่วย 8 คนซึ่งติดเชื้อในสหรัฐฯ

ที่มา  ASTVผู้จัดการออนไลน์ 26 เมษายน 2552 

< Previous   Next >