Home arrow News arrow "มะกัน" ทำใจดีเสนอระบบ "sms-เน็ต" เฝ้าระวังหวัดนกให้ไทย
"มะกัน" ทำใจดีเสนอระบบ "sms-เน็ต" เฝ้าระวังหวัดนกให้ไทย Print E-mail
User Rating: / 0
PoorBest 
Post by Administrator   
พฤหัสบดี, 17 พฤษภาคม 2007

 

 

 

       “มะกัน” เสนอช่วยสร้างเครือข่ายป้องกัน "ไข้หวัดนก" ในไทย ชู "เอสเอ็มเอส เทมเพลต" และหน้าเว็บรายงานการเฝ้าติดตาม ชี้ใช้ได้ผลมาแล้วในหลายประเทศ ฝ่ายไทยจัดเวทีศึกษาความเป็นไปได้ของความร่วมมือก่อนได้ข้อสรุป เผยเทคโนโลยีที่เสนอใกล้เคียงกับของไทยที่มีอยู่ แต่ยังก็น่าจะปรับมาประยุกต์ใช้ได้    
      

       กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (วท.) ร่วมกับองค์การบริหารวิเทศกิจแห่งสหรัฐอเมริกา (USAID: ยูเสด) จัดงานประชุมเชิงปฏิบัติการ “การใช้งานข้อมูลปฏิบัติการเพื่อสนับสนุนการควบคุมโรคไข้หวัดนกในประเทศไทย” ขึ้น ระหว่างวันที่ 15-16 พ.ค. ณ โรงแรมอินเตอร์คอนติเนนทัล กรุงเทพฯ โดยทางยูเสดได้นำเสนอเทคโนโลยีสารสนเทศเพื่อการเฝ้าระวังและติดตามการระบาดของโรคไข้หวัดนก
       
       ดร.ปิยวุฒิ ศรีชัยกุล ผอ.โครงการโปรแกรมเทคโนโลยีวิศวกรรมความรู้ ศูนย์เทคโนโลยีอิเล็กทรอนิกส์และคอมพิวเตอร์แห่งชาติ (เนคเทค) กล่าวว่า การประชุมดังกล่าวเกิดขึ้นโดยยูเสดได้เสนอการสนับสนุนระหว่างรัฐบาลในด้านเทคโนโลยี เครื่องไม้เครื่องมือ และความเชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารเพื่อใช้ในการนำร่องการเฝ้าระวังและติดตามการระบาดของโรคไข้หวัดนกให้แก่ประเทศไทย
       
       ด้านเทคโนโลยีดังกล่าว เป็นเทคโนโลยีที่มีผลความสำเร็จมาแล้วจากหลายประเทศ โดยยูเสดได้ติดต่อผ่านมายังกระทรวงวิทยาศาสตร์ฯ ซึ่ง ศ.ดร.ยงยุทธ ยุทธวงศ์ รมว.วิทย์ได้มอบหมายให้เนคเทคเป็นตัวแทนของกระทรวงเพื่อศึกษาความเป็นไปได้ของเรื่องดังกล่าว
       
       สำหรับการประชุมครั้งนี้จัดขึ้นหลังจากก่อนหน้านี้ ในการประชุมรัฐมนตรีวิทยาศาสตร์อาเซียนอย่างไม่เป็นทางการ เมื่อวันที่ 29 ส.ค. ณ ประเทศมาเลเซีย ได้มีการตกลงให้ประเทศไทยเป็นผู้นำในอาเซียนด้านวิจัยและประยุกต์ใช้เทคโนโลยีเพื่อสนับสนุนระบบติดตามและเฝ้าระวังการระบาดของไข้หวัดนกในภูมิภาค
       
       ดร.ปิยวุฒิ เผยว่า สิ่งที่ได้พูดคุยกันในที่ประชุม จะเป็นการระดมความคิดเห็นเพื่อศึกษาความเป็นไปได้ที่จะนำเทคโนโลยีที่ยูเสดเสนอมาใช้จริงในประเทศไทย อาทิ การจัดทำเครือข่ายข้อมูลไข้หวัดนกที่มีเทคโนโลยีการสื่อสารและสารสนเทศเป็นสื่อในการเชื่อมโยงกันทั้งภาครัฐบาล เอกชน และประชาชนทั่วไป
        
       ยกตัวอย่างเช่น การส่งข้อความอย่างสั้น (เอสเอ็มเอส) ทางโทรศัพท์เคลื่อนที่ การส่งเทมเพลต (Template) ของเครื่องคอมพิวเตอร์พีดีเอ และการรายงานการระบาดทางหน้าเว็บไซต์ ส่วนการพิจารณาว่าจะมีรูปแบบการใช้งานแบบใดก็แล้วแต่ความพร้อมของโครงสร้างพื้นฐานทางโทรคมนาคมของแต่ละพื้นที่
       
       อย่างไรก็ตาม งานชิ้นนี้จำเป็นต้องมีกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และกระทรวงสาธารณสุข เป็น 2 หน่วยงานสำคัญที่เข้าร่วมศึกษาความเป็นไปได้ด้วย เพราะเรื่องดังกล่าวเป็นงานที่มีเนื้อหาครอบคลุมหลายด้าน กระทรวงวิทยาศาสตร์ฯ ไม่สามารถทำงานได้ตามลำพัง ขณะที่จะพิจารณาให้เกิดการนำร่องในประเทศหรือไม่ และจะมีรูปแบบอย่างไรนั้น จะทราบภายหลังจากการประชุมในวันที่ 16 พ.ค. ซึ่งจะมีการทำรายงานเสนอให้แก่รัฐบาลได้พิจารณาต่อไป
       
       ส่วนความพร้อมของประเทศไทย ดร.ปิยวุฒิ บอกว่า เนื่องจากเทคโนโลยีดังกล่าวไม่ใช่เทคโนโลยีเกิดใหม่ หากมีการพิจารณานำร่องโครงการจริง ประเทศไทยก็มีความพร้อมและศักยภาพที่ทำได้ในระดับสูง และน่าจะใช้บูรณาการทำงานการติดตามและการเฝ้าระวังโรคไข้หวัดนกทั่วประเทศได้อย่างมีประสิทธิภาพ รวดเร็ว และยังทำให้เกิดการบูรณาการกันทั้งข้อมูลการปศุสัตว์จากกระทรวงเกษตรฯ และการติดตามการระบาดในผู้ป่วยของกระทรวงสาธารณสุข
       
       “แน่นอนว่า ถ้ามีการนำร่องในลักษณะนี้ ก็จะต้องนำร่องด้วยเทคโนโลยีที่ผ่านการพิสูจน์มาแล้ว หน้าที่ของหน่วยงานไทยคือ หนึ่ง.บูรณาการมันให้เข้ากับระบบงานของเราให้ได้ ไม่ใช่เปลี่ยนระบบงานของเรา และสอง.เทคโนโลยีที่นำเข้ามาและถ่ายทอดเทคโนโลยีให้กับเราจะต้องเป็นเทคโนโลยีที่เปิด ไม่ถูกล็อกสเป็คด้วยกระบวนการต่างๆ ส่วนการนำร่องก็นำร่องเพื่อพิสูจน์ให้เห็นแนวความคิดว่ามันใช้ได้กับเมืองไทย หลังจากนั้นก็ขยายไปสู่ทั่วประเทศ” ผู้แทนจากเนคเทคกล่าว
       
       ด้านนายนิรันดร เอื้องตระกูลสุข ผอ.สำนักควบคุม ป้องกัน และบำบัดโรคสัตว์ กรมปศุสัตว์ กล่าวว่า ในส่วนของกรมปศุสัตว์เอง ปัจจุบัน กรมปศุสัตว์ได้มีการใช้การส่งเอสเอ็มเอสและการรรายงานข้อมูลผ่านอินเทอร์เน็ตเพื่อติดตามและเฝ้าระวังโรคไข้หวัดนกอยู่แล้วแต่ยังไม่สมบูรณ์แบบนัก โดยปัญหาปัจจุบันที่พบคือ ยังติดปัญหาที่ยังไม่สามารถกระจายการใช้งานสู่ระดับอำเภอและหมู่บ้านได้ เพราะยังขาดระบบอินเตอร์เน็ตที่ลงไปถึง ที่ผ่านมาจึงเป็นการติดต่อประสานงานกันเฉพาะจังหวัดและส่วนกลางโดยตรง
       
       อย่างไรก็ดี ในเร็วๆ นี้ กระทรวงเกษตรฯ ยังจะได้ทำบันทึกข้อตกลงความร่วมมือกับกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (ไอซีที) เพื่อประยุกต์ใช้เทคโนโลยีที่กระทรวงไอซีทีพัฒนาขึ้น ซึ่งมีลักษณะใกล้เคียงกับเทคโนโลยีที่ยูเสดนำมาเสนอทั้งการส่งเอสเอ็มเอสและการใช้หน้าเว็บอินเทอร์เน็ต
       
       นอกจากนั้นยังทราบมาด้วยว่า ทางกระทรวงสาธารณสุขเองก็จะใช้งานเทคโนโลยีของกระทรวงไอซีทีนี้ด้วยเช่นกัน แต่กระนั้นจากการเสนอการสนับสนุนของยูเสดครั้งนี้ หากมีการพิจารรานำร่องจริงก็น่าจะนำมาเสริมการทำงานเดิมของสิ่งที่มีอยู่ให้ดีขึ้นอีกได้
       
       ขณะที่ ศ.ดร.ยงยุทธ กล่าวเสริมว่า ในรอบปี 2549 ที่ผ่านมา ประเทศไทยถือว่าประสบความสำเร็จในการติดตามและเฝ้าระวังไข้หวัดนกด้วยดี โดยเวลานี้กระทรวงสาธารณสุขก็ได้ทำสัญญาก่อสร้างโรงงานผลิตวัคซีนไข้หวัดนกด้วยเทคโนโลยีของประเทศจีนแล้ว ทว่า หากในอนาคตมีการระบาดของโรค การผลิตวัคซีนในระยะแรกอาจยังไม่เพียงพอแก่ความต้องการมากนัก
       
       ดังนั้น การนำเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารมาช่วยในการติดตามและเฝ้าระวังจึงเข้ามามีบทบาทสำคัญมาก โดยหากพบว่าพื้นที่ใดมีการระบาดและมีความเสี่ยงเกิดขึ้น ก็จะให้วัคซีนกับพื้นที่นั้นๆ แบบล้อมกรอบจนความเสี่ยงหมดไป ซึ่งเป็นวิธีที่เหมาะสมมากที่สุดในกรณีที่ยังมีวัคซีนไม่เพียงพอ จึงเห็นว่ามีความเป็นไปได้สูงที่ไทยจะรับข้อเสนอดังกล่าวจากยูเสด

 

ที่มา ผู้จัดการออนไลน์ 16 พฤษภาคม 2550 01:58 น.  

< Previous   Next >