Home arrow News arrow โรคติดต่อที่ชื่อ "มะเร็งปากมดลูก"
โรคติดต่อที่ชื่อ "มะเร็งปากมดลูก" Print E-mail
User Rating: / 1
PoorBest 
Post by Administrator   
ศุกร์, 17 เมษายน 2009
       รู้กันอยู่แล้วว่า "มะเร็ง" เป็นโรคร้าย และเป็นปัญหาใหญ่ที่สาธารณสุขของโลกระดมสรรพกำลังป้องกันและ ปราบปรามอย่างขนานใหญ่

องค์การอนามัยโลกได้คาดการณ์ไว้ว่าในปี 2563 ทั่วโลก จะมีคนตายด้วยโรคมะเร็งมากกว่า 11 ล้านคน และจะเกิดขึ้นในประเทศที่กำลังพัฒนามากกว่า 7 ล้านคน
มะเร็ง6 อันดับแรกที่เข้าวินมาคร่าชีวิตมนุษย์โลกมากที่สุด

มีตั้งแต่ มะเร็งปอด มะเร็งกระเพาะอาหาร มะเร็งเต้านม มะเร็งลำไส้ใหญ่ มะเร็งตับ และมะเร็งปากมดลูก ตามลำดับ

สำหรับประเทศไทย มะเร็งที่คร่าชีวิตสาวไทยไปมากที่สุดเป็นอันดับ 1 ได้แก่ "มะเร็งปากมดลูก" ด้วยมีผู้ที่ต้องผจญกับโรคนี้มีจำนวนสูงถึงปีละกว่า 6,000 คน และมีแนวโน้มสูงขึ้นเรื่อยๆ จนมีการคาดการณ์กันว่าในปี 2551 ที่ผ่านมาจะมียอดผู้ป่วยเพิ่มขึ้นเป็น 8,000 คน และครึ่งหนึ่งในจำนวนนี้จะต้องเสียชีวิต หรือ...จะมีผู้ต้องตายด้วยโรคมะเร็งปากมดลูกนี้ เฉลี่ยวันละ 9 คน

เป็นตัวเลขที่น่ากลัวยิ่ง

และจะยิ่งน่ากลัวไปกว่า ถ้าได้รู้ว่า "มะเร็งปากมดลูก" นี้ เป็นโรคติดต่อ !

ที่สำคัญเป็นโรคติดต่อที่เกิดจาก "ผู้ชาย"

จากผลงานการวิจัยของคณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย พบว่า โรคนี้ติดต่อจากการมีเพศสัมพันธ์กับ

ผู้ชายที่เป็นพาหะของโรค

เรียกได้ว่า แม้สาวเจ้าเลือกที่จะมีคู่นอนเพียงคนเดียว มีแฟนคนเดียว ก็สามารถติดโรคนี้ได้ถ้าคู่ของเขาเป็นพาหะของโรค

มีสถิติรายงานว่า 50% ของผู้หญิงที่มีคู่นอนคนเดียวจะ ติดเชื้อไวรัส HPV (Human Papilloma Virus) ภายใน 2-3 ปีแรกที่เริ่มมีเพศสัมพันธ์ และการติดเชื้อแบบเรื้อรังนี้เองที่เป็น จุดเริ่มต้นของการเป็นมะเร็งปากมดลูก

เชื้อไวรัสที่ว่านี้จะเข้าไปทำลายเยื่อบุปากช่องคลอดและกัดกินลุกลามไปเรื่อยๆ จนเนื้อเยื่อเสียหาย แต่...กลับไม่แสดงอาการใดๆ ให้เจ้าของร่างรับรู้ แถมยังเก่งกล้าสามารถหลบภูมิคุ้มกันของร่างกายที่มักจะเข้าไปกำจัดเชื้อ แปลกปลอมได้อีกด้วย

ระยะที่จะลุกลามนั้นจะใช้เวลา 2-25 ปี เรียกได้ว่า กว่าที่อาการจะออกทำให้รู้ว่าตัวเองเป็นมะเร็งปากมดลูกก็สายเสียแล้ว นั่นหมายถึงเป็นในระยะลุกลาม โดยมีจะมีอาการ อาทิ มีเลือดออกในช่องคลอดอย่างผิดปกติ หรือมีเลือดออกหลังการมีเพศสัมพันธ์

ส่วนการรักษาคือต้องฉายรังสีและทำเคมีบำบัดหรือคีโมเท่านั้น แต่ถึงจะรักษาแต่ก็มีผู้หญิงจำนานไม่น้อยที่ต้องเสียชีวิตไปด้วยโรคนี้

ด้วยอันตรายถึงชีวิตดังกล่าวทำให้ปัจจุบันมีการคิดค้นวัคซีนป้องกันได้แล้ว โดยจะสามารถใช้ได้กับหญิงสาวตั้งแต่วัยแรกรุ่น 10 ขวบ ไปจนถึงวัยเกษียณ 60 ปีและถ้าจะให้ได้ผลที่สุด น่าจะอยู่ในช่วงวัยรุ่นอายุตั้งแต่ 9-26 ปี ที่ยังไม่เคยมีเพศสัมพันธ์มาก่อน

การฉีดจะแบ่งออกเป็น 3 เข็ม เมื่อฉีดเข็มแรกแล้วให้เว้นระยะไป 1 เดือน แล้วจึงฉีดเข็มที่สอง หลังจากนั้นเว้นไปอีก 6 เดือน จึงฉีดเข็มที่สาม ส่วนสนนราคาวัคซีนก็อยู่ที่ประมาณหลัก 1,000 บาทต่อเข็ม

ส่วนวิธีการป้องกันหรือหลีกหนีมะเร็งร้ายนี้ให้ไกลตัวมากที่สุด สูตินารีแพทย์ผู้เชี่ยวชาญแนะนำไว้ว่า

1.ควรหลีกเลี่ยงการมีเพศสัมพันธ์ตั้งแต่อายุยังน้อย

2.ไม่ควรมีเพศสัมพันธ์กับคู่นอนหลายคน

3.ไม่สูบบุหรี่

4.ตรวจคัดกรองมะเร็งปากมดลูกที่เรียกว่า "แพบสเมียร์" เป็นประจำทุกปี

5.ฉีดวัคซีนป้องกัน

เป็นอีกหนึ่งโรคร้ายที่ไม่มีใครอยากให้มาเยือน !!


ที่มา  หนังสือพิมพ์ ประชาชาติธุรกิจ 16 เมษายน พ.ศ. 2552
< Previous   Next >