Home arrow News arrow อภ .รับทุนวิจัยวัคซีนหวัดนกจาก WHO ลงเข็มสร้างโรงงานผลิตปี 52
อภ .รับทุนวิจัยวัคซีนหวัดนกจาก WHO ลงเข็มสร้างโรงงานผลิตปี 52 Print E-mail
User Rating: / 0
PoorBest 
Post by Administrator   
พฤหัสบดี, 02 เมษายน 2009

        เมื่อเวลา 09.00 น . ณ ห้องประชุมชัยนาทนเรนทร ตึกสำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุข นายมานิต นพอมรบดี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุข ได้เป็นประธานใน พิธีลงนามรับมอบทุนวิจัยวัคซีนไข้หวัดใหญ่ / หวัดนก ปีที่ 2 ระหว่าง นายแพทย์วิทิต อรรถเวชกุล ผู้อำนวยการองค์การเภสัชกรรม ( อภ .) และ ดร . แมรี่ พอล คีนี ผู้อำนวยการวิจัยวัคซีน องค์การอนามัยโลก (WHO)

        จากนั้นได้มีการแถลงข่าวการลงนามในครั้งนี้ โดย นายมานิต นพอมรบดี รัฐมนตรี ช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุข เปิดเผยว่า จากอุบัติการณ์การระบาดของโรคไข้หวัดนก H5N1 ตั้งแต่ปี 2547 โดยประเมินว่าความรุนแรงอยู่ในระยะที่ 4 แม้ยังไม่ถึงขั้นที่ 5 ซึ่งจะรุนแรงเป็นการติดต่อจากคนสู่คน และในระยะที่ 6 กระจายไปทั่วโลก อย่างไรก็ตาม ผู้ป่วยที่ติดเชื้อ H5N1 ที่ผ่านมา ตายในอัตราที่สูงกว่าร้อยละ 50 และเป็นสถานการณ์ที่เกิดขึ้นในหลายประเทศทั่วโลก ประชากรโลกมีมากกว่า 6 พันล้านคน ในขณะที่กำลังการผลิตวัคซีนป้องกันไข้หวัดใหญ่ที่มีอยู่สามารถรองรับได้ 300 กว่าล้านโด๊ส ซึ่งไม่เพียงพอ และใช้เวลาในการผลิตนานและถ้าหากมีความจำเป็นต้องใช้วัคซีนมากกว่า 1 โด๊สต่อคน ย่อมไม่มีโอกาสเลยที่ประเทศที่ไม่มีการผลิตเองหรือการเตรียมความพร้อมจะมีวัคซีนใช้

ขณะเดียวกัน องค์การอนามัยโลกเสนอโอกาสให้ประเทศกำลังพัฒนาที่มีความพร้อม และประสงค์ที่จะพัฒนาวัคซีนไข้หวัดใหญ่รองรับการระบาดใหญ่เสนอขอรับทุนการพัฒนาวัคซีนป้องกัน ไข้หวัดใหญ่ขึ้นใช้ในประเทศ และสำรองร้อยละ 10 ให้กับองค์การอนามัยโลกด้วย

ประเทศไทยยังไม่มีเทคโนโลยีในการผลิตวัคซีนป้องกันไข้หวัดใหญ่ และจากสถิติที่รายงานตั้งแต่ปี 2547 มีอัตราการตาย 17 รายจากผู้ป่วย 25 รายที่ติดเชื้อ H5N1 กระทรวงสาธารณสุขได้ตระหนักในความสำคัญที่จะต้องพึ่งพาตนเองด้านการผลิตวัคซีนขึ้นเอง จึงมอบหมายให้ องค์การเภสัชกรรมเป็นหน่วยงานทำข้อเสนอขอรับทุนสำหรับโครงการนำร่องการผลิตวัคซีนป้องกันไข้หวัดใหญ่ / ไข้หวัดนก และได้รับทุน เป็น 1 ใน 6 ประเทศจากทั่วโลก เป็นจำนวนเงิน 1.996 ล้านเหรียญสหรัฐหรือประมาณ 68.8 ล้านบาท

รัฐบาลยังได้อนุมัติ โครงการจัดตั้งโรงงานผลิตวัคซีนป้องกันไข้หวัดใหญ่ / ไข้หวัดนก ระดับอุตสาหกรรมตามมาตรฐาน GMP ขององค์การอนามัยโลก มูลค่า 1,411.7 ล้านบาท ตามที่กระทรวงสาธารณสุขนำเสนอ มอบให้องค์การเภสัชกรรมดำเนินการควบคู่กันไป ซึ่งจะเป็นหลักประกัน ความมั่นคงด้านสุขภาพในระยะยาวโดยมีโรงงานผลิตวัคซีนรองรับการระบาดของโรคไข้หวัดใหญ่แก่ประชาชนอย่างทั่วถึงและเพียงพอ

ด้าน นายแพทย์วิทิต อรรถเวชกุล ผู้อำนวยการองค์การเภสัชกรรม ( อภ .) เปิดเผยถึงการลงนามรับมอบเงินสนับสนุนปีที่ 2 ว่า ประเทศไทยเป็นประเทศแรกใน 6 ประเทศ ได้แก่ อินเดีย เวียดนาม อินโดนีเซีย บราซิล และแม็กซิโก ที่ผ่านการเห็นชอบในความสำเร็จของแผนงานโครงการปีที่ 1 ซึ่งเป็นโครงการวิจัยการวางแนวทางการผลิต และจัดเตรียมสถานที่ผลิต เพื่อรองรับการผลิตในระดับห้องปฏิบัติการ ที่สำคัญองค์การเภสัชกรรมสามารถผลิต วัคซีนต้นแบบเป็นผลสำเร็จ และอยู่ระหว่างการทดสอบทางคลินิกในด้านความปลอดภัยกรณีนำมาใช้ในคน

สำหรับโครงการที่ 2 จะเป็นโครงการวิจัยต่อเนื่อง ซึ่งมีภารกิจหลัก คือ การดำเนิน - การวิจัยต่อยอดจากระดับห้องปฏิบัติการสู่ระดับกึ่งอุตสาหกรรมด้วยการปรับปรุงสถานที่ห้องปฏิบัติการ Pilot Plant ที่คณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยศิลปากร คาดว่าจะแล้วเสร็จประมาณเดือนสิงหาคม 2552 พร้อมประเมินผลติดตามการวิจัย เพื่อใช้ในการศึกษาประสิทธิภาพด้านคลินิก โดยได้รับทุนสนับสนุนจากองค์การอนามัยโลก ในปีที่ 2 จำนวน 2 ล้านเหรียญสหรัฐ หรือประมาณ 70 ล้านบาท

โครงการก่อสร้างโรงงานผลิตวัคซีนไข้หวัดใหญ่ / หวัดนก ขณะนี้การ ออกแบบโรงงานทั้งหมดแล้วเสร็จ คาดว่าจะประกวดราคาผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ หรือ อี - อ๊อกชั่น ได้ไม่เกินเดือนพฤษภาคมนี้ เพราะต้องใช้ระยะเวลาในการประกาศข้อกำหนดหรือ TOR และราคากลางของโรงงานผ่านเว็บไซต์ เพื่อรับฟังข้อคิดเห็นจากผู้ประกอบการ ก่อนสรุปอย่างเป็นทางการในการประกวดราคาต่อไป

ส่วน การก่อสร้างโรงงานผลิตวัคซีน ถ้าเป็นไปตามแผนที่กำหนดข้างต้น จะสามารถลงเข็มได้ในเดือนกรกฎาคมนี้ และใช้ระยะเวลาในการก่อสร้างประมาณ 18 เดือน ในพื้นที่ขององค์การเภสัชกรรม อ . แก่งคอย จ . สระบุรี และใช้เวลาติดตั้งระบบอย่างสมบูรณ์ พร้อมดำเนินการผลิตได้ในปี 2555 ควบคู่กับการพัฒนาวัคซีนซึ่งจะผ่านการตรวจสอบคุณภาพอย่างสมบูรณ์ถูกต้องตามกฎเกณฑ์ขององค์การอนามัยโลกเช่นกัน โดยโรงงาน จะมีกำลังการผลิตสูงสุด 60 ล้านโด๊ส แต่กรณีเกิดการระบาดใหญ่องค์การเภสัชกรรมสามารถใช้ห้องปฏิบัติการที่พัฒนาเป็น Lab สมบูรณ์แบบของคณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยศิลปากร ผลิตเพื่อใช้ในประเทศได้ในทันที

 

ที่มา  สำนักข่าว เนชั่น วันพุธที่ 1 เมษายน พ.ศ. 2552

< Previous   Next >