Home arrow News arrow ไทย-ลาว” ร่วมเฝ้าระวังโรค-หลังพบเชื้อมิวรีนไทฟัสระบาด
ไทย-ลาว” ร่วมเฝ้าระวังโรค-หลังพบเชื้อมิวรีนไทฟัสระบาด Print E-mail
User Rating: / 0
PoorBest 
Post by Administrator   
อาทิตย์, 22 มีนาคม 2009
น่าน - ไทย-ลาว เร่งเฝ้าระวังโรคติดต่อชายแดนหลังพบเชื้อมิวรีนไทฟัสระบาดในลาว
       
       จังหวัดน่าน โดย นายสุนทร รัตนวราหะ รอง ผวจ.น่าน ประชุมร่วมกับ นพ.บุญหลาย พรหมศักดิ์ รองอธิบดี Deparment of Hygiene and Prevention ผู้แทนกระทรวงสาธารณสุขลาว ทั้งส่วนกลางและแขวงไชยบุรี ผู้แทนจากสำนักงานระบาดวิทยาการควบคุมกระทรวงสาธารณสุขผู้แทนจากสาธารณสุขจังหวัดน่าน เชียงราย พะเยา พิษณุโลก อุตรดิตถ์ และเลย ฯลฯ เพื่อสร้างเสริมศักยภายของการเฝ้าระวังโรค

 โดยมีการจัดให้มีการศึกษาดูงานเฝ้าระวังงานแพทย์แผนไทยและงานบริการสาธารณสุขต่างๆของจังหวัดน่านที่โรงพยาบาลเฉลิมพระเกียรติ โรงพยาบาลท่าวังผาโรงพยาบาล และสถานีอนามัยตำบลน้ำแก่น เพื่อหาความร่วมมือในการสอบสวนโรคและเผ้าระวังโรคตามแน่วชายแดนระหว่างไชยบุรีสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาวและ6จังหวัดของประเทศไทย หลังจากผลสอบสวนโรคที่ผู้ป่วยเสียชีวิตไม่ทราบสาเหตุ ณ แขวงไชยบุรี ประเทศสาธารณรัฐประชาชนลาวระหว่างวันที่ 15-18 ธันวาคม 2551 ที่ผ่านมา มีผู้ป่วยรวม 62 ราย เสียชีวิต 3 ราย
       
       ทั้งนี้ ทีมสอบสวนเคลื่อนที่เร็ว หรือที่เรียกย่อๆ ว่า ทีม SRRT ได้สันนิษฐานว่า การระบาดนี้เกิดจากเชื้อมิวรีนไทฟัส เนื่องจากผลตรวจทางห้องปฏิบัติการสนับสนุน และพบว่า มีจำนวนหนูซึ่งเป็นแหล่งเชื้อโรคเพิ่มขึ้นในหมู่บ้าน แต่ไม่สามารถยืนยันสาเหตุที่ชัดเจน แผนกสาธารณสุขแขวงไชยบุรี ได้ดำเนินการเฝ้าระวังโรคในหมู่บ้านใกล้เคียง พร้อมทั้งให้ความรู้แก่ประชาชนและเจ้าหน้าที่สาธารณสุขในพื้นที่ตลอดจนได้ปรับปรุงสิ่งแวดล้อมในหมู่บ้านเพื่อลดประชากรหมูทั้งที่มี SRRT ได้จัดทำข้อเสนอแนะ เพื่อลดการแพร่ระบาดโรคมายังประเทศไทย
       
       โดยดำเนินการเผ้าระวังโรคใน6จังหวัดได้แก่ จ.น่าน เชียงราย พะเยา พิษณุโลก อุตรดิตถ์ และจังหวัดเลย ทีมีชายแดนติดต่อกับแขวงไชยบุรี สปป.ลาวและรวมถึงการสร้างเสริมความสัมพันธ์อันดีระหว่างทีม SRRT ไทย กับ SRRTของลาว เพื่อสอบสวนโรคร่วมกันระหว่างสองประเทศ เพื่อให้ได้ข้อมูลที่ครบถ้วนซึ่งจะเป็นประโยชน์ต่อการกำหนดการตามมาตรฐานป้องกันโรคต่อไป

ที่มา  ASTVผู้จัดการออนไลน์ 19 มีนาคม 2552 

< Previous   Next >