Home arrow Articles arrow องค์การอนามัยโลกยก รพ. จุฬาฯ เป็นศูนย์ความร่วมมือวิจัยโรคติดต่อไวรัสสัตว์สู่คน
องค์การอนามัยโลกยก รพ. จุฬาฯ เป็นศูนย์ความร่วมมือวิจัยโรคติดต่อไวรัสสัตว์สู่คน Print E-mail
User Rating: / 0
PoorBest 
Post by Administrator   
พฤหัสบดี, 19 มีนาคม 2009

สกว. - ตามความเชื่อที่ว่าในช่วงฤดูร้อนโรคพิษสุนัขบ้าเป็นโรคที่น่าเป็นห่วงไม่เป็นความจริง ทั้งนี้เนื่องจากอุบัติการณ์ของสุนัขบ้าพบได้ตลอดเวลา 
                             Image
       แม้ว่าหน่วยงานของ กทม. ที่เกี่ยวข้องได้เร่งพื้นที่เชิงรุกให้บริการฉีดวัคซีนป้องกันและทำหมันสัตว์เลี้ยงให้ฟรี รวมทั้งเตรียมทำโครงการป้องกันโรคพิษสุนัขบ้าร่วมกับจังหวัดพื้นที่ใกล้เคียงด้วย ก็มิได้หมายความว่าเจ้าของสุนัขจะเพิกเฉยรอให้หน่วยงานราชการมาให้บริการฟรีเท่านั้น จำเป็นต้องวัคซีนป้องกันโรคพิษสุนัขบ้าในสุนัขทุกตัวตั้งแต่อายุ 3 เดือนและเป็นประจำทุกปี เพื่อป้องกันไม่ให้มีประชาชนต้องเสียชีวิตด้วยโรคพิษสุนัขบ้า
      
       ทั้งนี้รายงานล่าสุดจากสำนักอนามัย กทม. พบว่ามีผู้เสียชีวิตด้วยโรคพิษสุนัขบ้าของปี 2552 เพียงแค่ 3 เดือนมีจำนวนถึง 3 ราย ซึ่งถือว่าเพิ่มขึ้นจาก 2 ปีที่ผ่านมา ที่พบผู้เสียชีวิตเพียงปีละ 1 รายเท่านั้น
      
       ด้าน ศ.นพ.ธีระวัฒน์ เหมะจุฑา สังกัดศูนย์ปฏิบัติการโรคทางสมอง คณะแพทยศาสตร์ โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ และคณะ ซึ่งได้รับทุนสนับสนุนจากฝ่ายวิชาการ สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย (สกว.) ในการศึกษาโรคพิษสุนัขบ้าซึ่งรวมกลไกการเกิดโรค การวินิจฉัยโดยใช้คอมพิวเตอร์สนามแม่เหล็กไฟฟ้า (MRI) ร่วมกับการวินิจฉัยทางอณูชีววิทยา แทนการวินิจฉัยแบบเดิมที่วิเคราะห์ผู้ป่วยจากอาการกลัวน้ำ กลัวลมเพียงอย่างเดียว ซึ่งมีโอกาสผิดพลาดสูงมาก และพบว่าการใช้วิธีเพาะเลี้ยงเชื้อจากน้ำลายเพื่อการวินิจฉัยต้องใช้เวลานาน และอาจไม่ทันต่อการควบคุมและป้องกันการแพร่กระจายไปยังผู้ใกล้ชิดได้ ในปัจจุบันโรคนี้ยังไม่มีวิธีการรักษาที่ได้ผล การรักษาตามที่รายงานในสหรัฐพิสูจน์แล้วว่าใช้ไม่ได้ โดยรายงานจาก ศ.นพ.ธีระวัฒน์ และคณะในการรักษาผู้ป่วยที่ รพ.จุฬาลงกรณ์ และอีก 12 รายทั่วโลก ก็ไม่ประสบผลสำเร็จเช่นกัน ซึ่งสาเหตุการรอดชีวิตขึ้นอยู่กับชนิดของเชื้อและภาวะการตอบสนองพิเศษของผู้ป่วยเอง
       

ที่มา ASTVผู้จัดการออนไลน์ 18 มีนาคม 2552 15:46 น.

  จากการศึกษาด้วยภาพคอมพิวเตอร์สนามแม่เหล็กไฟฟ้า (MRI) ในผู้โรคพิษสุนัขบ้า พบลักษณะเฉพาะตัวในบริเวณก้านสมอง แกนใจกลางสมอง สมองกลีบขมับทางด้านในและเนื้อสมองส่วนสีขาวที่ลึกจากบริเวณผิวลงมา และในไขสันหลัง จากตำแหน่งของสมองที่มีความแปรปรวน และลักษณะความเข้มของความผิดปกติทำให้วินิจฉัยแยกโรคจากเชื้ออื่นๆ ได้อย่างชัดเจน นอกจากนั้นยังยืนยันว่าผนังกั้นระหว่างสมองกับหลอดเลือด ยังแน่นหนาไม่ยอมปลดปล่อยให้มีการไหลเทของเซลล์และภูมิต้านทานเข้าสู่สมองที่ติดเชื้อ โดย ศ.นพ.ธีระวัฒน์ และคณะได้ทำการศึกษาสุนัขที่เป็นบ้า และพบว่ากระบวนการโต้ตอบทางภูมิคุ้มกันจากเซลล์สมองเองต่อไวรัสก็บกพร่องด้วย โดยเฉพาะในกลุ่มอาการดุร้าย มีปริมาณไวรัสในสมองมากกว่ากลุ่มอัมพาต และยังเสียชีวิตในเวลาอันสั้น และภาพคอมพิวเตอร์สมองมีความผิดปกติน้อยกว่ากลุ่มอัมพาตที่ภูมิคุ้มกันในสมองมากกว่า

      Image

              อีกหนึ่งงานวิจัยที่สำคัญในการตรวจวินิจฉัยก่อนที่ผู้ป่วยจะเสียชีวิต คือ การตรวจหา RNA ในปัสสาวะของผู้ป่วยร่วมกับการตรวจจากปมรากผมเป็นครั้งแรก โดยใช้กระบวนการทางอณูชีววิทยาด้วยการตรวจวิเคราะห์ RNA แบบ nucleic acid sequence based amplification-(NASBA) โดยที่การตรวจแบบเดิมใช้น้ำไขสันหลังหรือน้ำลายเท่านั้น ซึ่งจะช่วยให้การเก็บสิ่งส่งตรวจทำได้ง่ายและสะดวกมากขึ้น เมื่อตรวจน้ำลาย ปัสสาวะ และปมรากผมพร้อมกันจะมีความไวและแม่นยำมากขึ้น โดยไม่ต้องตรวจจากน้ำไขสันหลัง นับเป็นการพัฒนาทางเทคโนโลยีที่มีความเหมาะสม ปัจจุบันโรงพยาบาลต่างๆ ได้ใช้ตัวอย่างปัสสาวะ และปมรากผมร่วมกับน้ำลายในการตรวจวินิจฉัย ซึ่งในสหรัฐก็ใช้ตัวอย่างจากปมรากผมด้วย ทั้งนี้ การตรวจในน้ำลายและปัสสาวะ รวมทั้งวิธีการเก็บเนื้อสมองสัตว์หรือคนที่เสียชีวิตลงบนกระดาษกรองโดยไม่ต้องใช้ตู้เย็น ก็สามารถนำมาตรวจหาไวรัสพิษสุนัขบ้าได้ แม้เก็บไว้นาน 1 ปีก็ตาม ได้รวมอยู่ในคู่มือฉบับล่าสุดขององค์การอนามัยโลก ส่วนในประเทศไทยมีการเผยแพร่ในคู่มือแนวทางเวชปฏิบัติโรคติดเชื้อ “โรคพิษสุนัขบ้า” ของกระทรวงสาธารณสุข นอกจากนี้ ศ.นพ.ธีระวัฒน์ ยังได้รับเชิญให้เขียนเรื่องโรคพิษสุนัขบ้าโดยรวมลักษณะของอาการ วิธีการวินิจฉัยทางคอมพิวเตอร์สมอง ทางอณูชีววิทยา และการรักษาให้แก่วิทยาลัยแพทย์ของสหรัฐ และในตำราโรคติดเชื้อทางสมองของสหรัฐ และอังกฤษหลายเล่ม
       
       จากการศึกษาไวรัสด้วยวิธีทางอณูชีววิทยาดังกล่าว ทำให้ขยายขอบเขตครอบคลุมไปถึงการประยุกต์ใช้สายพันธุ์ของไวรัสในการระบุตำแหน่งที่มา และทิศทางของการระบาด โดยพบว่าใน กทม. และปริมณฑล 5 จังหวัดที่มีประชากรหนาแน่น (นนทบุรี, ปทุมธานี, นครปฐม, สมุทรปราการ, สมุทรสาคร) กับจังหวัดที่มีประชากรเบาบางกว่า ได้แก่ กาญจนบุรี และชัยภูมิ เมื่อแยกไวรัสออกตามลักษณะของพันธุกรรมยังสามารถจัดแบ่งได้เป็น 6 กลุ่ม โดย 4 กลุ่มปะปนปนเปใน กทม. และปริมณฑล ในขณะที่กาญจนบุรีและชัยภูมิ มีไวรัสแยกกลุ่มชัดเจนไม่มีการปะปน โดยมีความสัมพันธ์กับปัจจัยจากคน ทั้งการอาศัยแออัด ความไม่ใส่ใจการเลี้ยงดูสุนัข มีส่วนช่วยทำให้มีการแพร่ระบาดข้ามถิ่นได้ง่าย เมื่อทำการศึกษาขยายผลเพิ่มเติมทั่วประเทศ ยังได้พบลักษณะการกระจายตัวดังกล่าว จังหวัดหรือพื้นที่ใดเมื่อมีการปะปนของไวรัสมากกว่า 2 สายพันธุ์ขึ้นไปจะพบว่ามีความซับซ้อนแออัดในโครงสร้างของประชากร และอาคารบ้านเรือน รวมทั้งจากการที่เป็นศูนย์กลางของการคมนาคม เช่น เป็นชุมทางของรถโดยสารหลายๆ จังหวัด ทำให้ระบุความยากง่ายของพื้นที่ในการควบคุมสุนัขได้ โดยที่พื้นที่ที่มีไวรัสสายพันธุ์เดี่ยว ควรจะเป็นพื้นที่ที่มีการควบคุมโรคและจำกัดการสัญจรของสุนัขง่ายกว่า และควรเลือกลำดับพื้นที่ในการควบคุมขยายออกไปจากง่ายไปหายาก และจากการทราบสายพันธุ์ของไวรัสทั่วประเทศได้นำมาสู่การพัฒนาวิธีการตรวจไวรัสที่ให้ผลแม่นยำได้ทั้งประเทศไทย
      
       ในส่วนของอาการของโรค โดยเฉพาะอาการอ่อนแรง อัมพาตแขนขา ในกลุ่มผู้ป่วยที่ไม่ค่อยมีอาการดุร้าย กระวนกระวาย จากการศึกษาทางไฟฟ้ากระแสประสาท และกล้ามเนื้อทำให้ระบุโครงสร้างได้ว่า เกิดเส้นประสาทที่ผิดปกติไม่ใช่ไขสันหลังที่ติดเชื้อ โดยที่กลไกดังกล่าวต่างจากไวรัสชนิดอื่นๆ ที่ให้อาการอ่อนแรงของแขนขา เหมือนกัน เช่น ไวรัสเวสไนล์ และโปลิโอ
      
       การศึกษาทางกลไกความเสียหายในสมองและไขสันหลัง พบว่า ไขสันหลังมีกระบวนการที่ทนทานมากกว่าสมอง ทำให้สอดคล้องกับความเป็นจริงที่ไวรัสต้องการทางวิ่ง จากไขสันหลังขึ้นสู่ด้านบน คือ ก้านสมองและสมองใหญ่ และกลไกด้งกล่าว ขณะนี้ผู้วิจัยทำการศึกษาถึงกลไกโปรติโอมิคส์ เพื่อเจาะลึกถึงปัจจัยที่ควบคุมความทนทนดังกล่าว
      
       งานวิจัยทั้งหมดนี้นับว่าเป็นประโยชน์อย่างมากต่อการแพทย์และสาธารณสุขของประเทศและระดับนานาชาติทั้งในเชิงนโยบายและการนำไปปฏิบัติ และด้านกลไกการเกิดโรค โดยคณะวิจัยได้ประสานกับกรมควบคุมโรคติดต่อ กรมปศุสัตว์ สถานเสาวภา องค์การระหว่างประเทศ อาทิ องค์การอนามัยโลก องค์การโรคระบาดสัตว์ระหว่างประเทศ ศูนย์ควบคุมโรคสหรัฐอเมริกา เกี่ยวกับการรับรู้ข้อมูลและการนำผลการวิจัยของโครงการไปใช้ควบคุมและรักษาโรคพิษสุนัขบ้าต่อไป จนขณะนี้ได้รับการแต่งตั้งจากองค์การอนามัยโลกให้เป็นศูนย์ความร่วมมือองค์การอนามัยโลกด้านค้นคว้าและอบรม โรคไวรัสจากสัตว์สู่คน ตั้งแต่เดือนตุลาคม 2551 โดยมีงานส่วนอื่นๆ ที่เกี่ยวกับการระบาดของไวรัสตัวอื่นผ่านทางค้างคาวด้วย

Last Updated ( พฤหัสบดี, 19 มีนาคม 2009 )
< Previous   Next >