Home arrow News arrow ชิคุนกุนยา...ไข้ตัวงอ โรคเก่าไม่ถึงขั้นตาย
ชิคุนกุนยา...ไข้ตัวงอ โรคเก่าไม่ถึงขั้นตาย Print E-mail
User Rating: / 0
PoorBest 
Post by Administrator   
พฤหัสบดี, 19 มีนาคม 2009

       

Image

        โลกร้อนเร่งให้ยุงโตเร็ว วางไข่ออกลูกได้หลายรอบ  ยุงเลยเยอะ  โรคที่มากับยุงเลยระบาดมากตามมาด้วย  โดยเฉพาะโรคชื่อไม่ค่อยคุ้นหู คนไทย...ชิคุนกุนยา 

และด้วยปีนี้ ตอนนี้กำลังระบาดหนักในพื้นที่ชายแดนใต้ มีผู้ป่วยอยู่ในข่ายต้องสงสัยว่าจะป่วยด้วยโรคนี้นับหมื่นคน

ทำเอาคนไทยขวัญผวา ตื่นตกใจว่าโรคชื่อแปลกๆนี้จะเป็นโรคใหม่ที่ยังไม่มียารักษา จะมาคร่าชีวิตคนไทยแบบเดียวกับไข้เลือดออก เพราะเป็นโรคที่มียุงลายเป็นตัวพาหะในการแพร่เชื้อเหมือนกัน 

ยิ่งคนในพื้นที่ 4 จังหวัดภาคใต้ที่กำลังมีปัญหาเรื่องความมั่นคงด้วยแล้ว อาการหวั่นวิตกหวาดผวายิ่งไปกันใหญ่ ป่วยด้วยโรคนี้ไปหาหมอ หมอก็ตรวจแบบลวกๆ จ่ายยาแล้วก็ให้กลับบ้าน  เหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น... เหมือนไม่เต็มใจรักษา

ชาวบ้านสอบถามว่า  ตัวเองป่วยด้วยโรคอะไร  ได้รับอธิบายที่ไม่ชัดเจน ไม่เข้าใจ...ตั้งข้อสงสัยว่า ทางราชการปกปิดข้อมูล จนทำให้เกิดเสียงร่ำลือแบบปากต่อปาก  ถึงขั้นลือว่า  การแพร่ระบาดโรคแปลกประหลาดนี้เป็นปฏิบัติการณ์สงครามเชื้อโรค ที่หน่วยงานความมั่นคงบางแห่ง แอบนำมาปล่อยแพร่เชื้อหวังกวาดล้างพี่น้อง 3 จังหวัดชายแดนใต้...ลือเข้าไปนั่น จริงเท็จเรื่องนี้เป็นอย่างไร....โรคแปลกๆ ชื่อละม้ายคล้ายไปทางญี่ปุ่นร้ายแรงแค่ไหน? ไม่ใช่โรคแปลกใหม่ เป็นโรคเก่าที่มีการตรวจพบเชื้อครั้งแรกเมื่อปี 2498 ที่ทวีปแอฟริกา ในพื้นที่ชายแดนรอยต่อของประเทศแทนซาเนียกับโมซัมบิก คำว่า ชิคุนกุนยา ไม่ใช่ภาษาญี่ปุ่น แต่เป็นภาษามาคอนเด ภาษาพื้นเมืองของคนในพื้นที่นั้น แปลตรงตัวมีความหมายว่า ตัวงอ ถ้าแปลให้ได้ใจความสมบูรณ์ ชิคุนกุนยา ก็คือโรคที่ทำให้เจ็บกระดูกจนตัวงอ นพ.มานิต ธีระตันติกานนท์ อธิบดีกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ ให้ข้อมูลที่มาของโรค สำหรับประเทศไทย มีการตรวจค้นพบเชื้อว่ามีการแพร่ระบาดครั้งแรก ที่กรุงเทพฯ เมื่อปี 2501 ถัดจากนั้นมาเกือบ 20 ปี...2519 มีการระบาดขึ้นมาอีกครั้งที่ปราจีนบุรี เงียบหายไปนานกว่า 10 ปี มีการระบาดอีกครั้งที่สุรินทร์ ปี 2531...ปี 2534 ที่ขอนแก่น...ปี 2536 ที่เลยและพะเยา...2538 นครศรีธรรมราชและหนองคาย การแพร่ระบาดในอดีต สถิติจำนวนผู้ป่วยจะอยู่ในระดับหลักร้อยหลักพันเท่านั้น ไม่เหมือนครั้งนี้ ระบาดใน 4 จังหวัดภาคใต้ ตั้งแต่ ส.ค.2551 ถึง ก.พ.2552 มีรายงานพบผู้อยู่ในข่ายสงสัยว่าจะติดเชื้อชิคุนกุนยา ประมาณ 11,000 คน 

นราธิวาสมากที่สุด ประมาณ 6,100 คน...สงขลา 3,300 คน...ปัตตานี 1,600 คน...ยะลา 385 คน

 

รูปแบบการระบาดครั้งนี้  ก็ไม่เหมือนในอดีตที่เกิดบ่อยในภาคอีสาน สาเหตุมาจากก่อนหน้านี้โรคชิคุนกุนยามีการระบาดอยู่ในมาเลเซีย...ยุงลายบ้านและยุงลายสวน โดยเฉพาะในสวนยางจากมาเลเซีย  ก็เลยมีโอกาสข้ามมาแพร่เชื้อในจังหวัดชายแดนภาคใต้ได้ง่าย อีกปัจจัยหนึ่งที่สำคัญ  พบการแพร่เชื้อแล้ว  การป้องกันกำจัดยุงลายที่อยู่ในสวนทำได้ยาก...อย่างที่รู้กันพื้นที่ 3 จังหวัดภาคใต้มีปัญหาความรุนแรง เจ้าหน้าที่ไม่กล้าเข้าไปกำจัดยุง ด้วยกลัวว่าจะถูกฆ่าตายก่อนที่จะได้ฆ่ายุง  ยิ่งพื้นที่เป้าหมายในการกำจัดยุงเป็นสวนยางด้วยแล้ว อัตราเสี่ยงอันตรายยิ่งสูงมากไปด้วย เมื่อในพื้นที่มีปัญหาเช่นนี้...โรคชิคุนกุนยาคราวนี้จึงแพร่ระบาดได้มากกว่าปกติ ถึงจะระบาดมาก แต่ นพ.มานิต บอกว่า ไม่ต้องกังวล โรคนี้ไม่น่ากลัวเหมือนอย่างที่เขาร่ำลือกัน ไข้หวัดใหญ่ยังอันตรายกว่า และที่ผ่านมาไม่มีรายงานทางการแพทย์ทั่วโลกว่า มีผู้ป่วยเสียชีวิตด้วยโรคชิคุนกุนยาแม้แต่รายเดียว ถึงจะไม่ร้ายแรง แต่ด้วยเป็นโรคมียุงลายเป็นพาหะ ก็มากพอที่จะทำให้ผู้ป่วยหวาดวิตกได้ เพราะอาการเริ่มต้นของโรคจะคล้ายไข้เลือดออกมาก... หลังจากถูกยุงมีเชื้อมากัด ผู้ป่วยจะเริ่มมีอาการให้เห็นภายใน 1-12 วัน แต่ส่วนใหญ่อาการจะแสดงภายใน 2-3 วัน หลังจากถูกยุงกัด อาการแรก มีไข้สูง มีผื่นแดงตามร่างกาย กินยาลดไข้ ไข้จะลดลงมาประมาณ 4-5 ชั่วโมง แต่พอยาหมดฤทธิ์ไข้จะกลับขึ้นมาใหม่ พร้อมกับมีอาการปวดกระดูกตามข้อ... ข้อเล็กๆ ข้อนิ้วมือ นิ้วเท้า แต่อาการจะปวดตามข้อจะไม่ปวดเป็นที่...อาการปวดข้อจะย้ายจุดปวดตลอดเวลา เดี๋ยวปวดข้อโน้น เดี๋ยวปวดข้อนี้ เมื่อมีอาการอย่างนี้ กินยาไปแล้วไข้ลดแค่ชั่วคราว ผู้ป่วยจะไปโรงพยาบาล หาหมอสอบถามอาการเบื้องต้น ฟังดูจะคล้ายไข้เลือดออก เดี๋ยวไข้สูง เดี๋ยวไข้ลดตามฤทธิ์ยา หมอจะรัดแขนตรวจดูจุดเม็ดเลือดออก ผลที่ออกมาจะเหมือนไข้เลือดออก ตรงนี้จะสร้างความสับสนในการรักษาให้กับแพทย์ที่ไม่คุ้นเคยกับโรคนี้มาก่อนว่า... เป็นไข้เลือดออกหรือเปล่า? แพทย์จะให้วิธีรักษาตามอาการไข้เลือดออกเบื้องต้นไปก่อน แต่ยังไม่ทันถึงระยะเวลาถึงขั้นที่จะต้องเจาะเลือดว่าเป็นไข้เลือดออกจริงหรือเปล่า...คนป่วยด้วยโรคชิคุนกุนยา จะหายป่วยจากอาการไข้ไปก่อนแล้ว โรคนี้อาการไข้สูงมักจะหายไปได้เองภายใน 2-3 วัน ไม่เหมือนไข้เลือดออก ที่ไข้จะหายไปใน 4-5 วัน ฉะนั้น จึงไม่ใช่เรื่องแปลกเลยที่ป่วยด้วยโรคนี้ไปหาหมอแล้ว มักจะได้แต่ยาลดไข้เป็นหลัก เพราะจริงๆ แล้ว อาการป่วยเป็นไข้แล้วเจ็บข้อกระดูก ไม่ได้มีแค่โรคชิคุนกุนยาโรคเดียว...ไข้ธรรมดา ไข้หวัดเป็นแล้วก็ปวดข้อปวดกระดูกเหมือนกัน แม้แต่ผู้ที่ถูกขึ้นบัญชีสงสัยเป็นโรคชิคุนกุนยาในภาคใต้ แต่พอนำเลือดไปตรวจวิเคราะห์จริงๆ พบว่า เป็นโรคนี้จริงแค่ 50% เท่านั้น...อีกครึ่งจะเป็นไข้อื่นๆที่เกิดขึ้นประจำ อาการไข้ของโรคหายไปภายใน 2-3 วัน แต่อาการปวดกระดูกจะยังคงอยู่ต่อไปอีกประมาณ 1-12 สัปดาห์ ขึ้นอยู่กับสภาพร่างกายของแต่ละคน มีบางรายเหมือนกันที่อาการปวดข้อกระดูกจะเป็นอยู่นานนับปี แต่ก็น้อยมาก...กระนั้นก็ตามไม่มีอันตรายถึงชีวิต โรคนี้ไม่น่ากลัว ไม่ใช่โรคแปลกใหม่ ไม่ต้องกังวล เพราะวันนี้กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์สามารถตรวจวิเคราะห์แยกเชื้อได้ภายใน 24 ชั่วโมงแล้ว แต่ที่ยังไม่มียารักษาเป็นการเฉพาะ  เนื่องจากโรคนี้ป่วยแล้วไม่เสียชีวิต  เป็นไข้หายเร็ว สามารถหายได้เอง เลยไม่จำเป็นต้องคิดค้นหายามารักษาเป็นการเฉพาะ ถึงจะไม่ร้ายแรง นพ.มานิต บอกว่า ทางกระทรวงสาธารณสุขก็ไม่ได้นิ่งนอนใจในโรคนี้ ที่ผ่านมามีการเฝ้าระวังติดตามศึกษาพัฒนาการของไวรัสโรคชิคุนกุนยามาตลอดว่า จะพัฒนากลายพันธุ์ไปในทิศทางไหน เพราะเป็นธรรมชาติของสิ่งมีชีวิตทุกชนิด จะต้องมีการพัฒนาสายพันธุ์ ของตัวเองตลอดเวลา ไวรัสโรคนี้ก็เหมือนกัน แรกเริ่มเดิมทีในยุคที่ค้นพบโรคนี้ในแอฟริกา การแพร่ระบาดของโรคชิคุนกุนยาจะต้อง พิ่งโฮสต์... แหล่งเพาะเชื้อโรคที่เป็นลิงบาร์บูน ลิงบาร์บูนมีเชื้อชิคุนกุนยา  ยุงไปกัดลิงแล้วมากัดคน  คนถึงจะป่วยแต่มาตอนหลังการระบาดในประเทศแถบเอเชียรูปแบบเปลี่ยนไป เชื้อชิคุนกุนยาไม่จำเป็นต้องพึ่งลิงอีกต่อไป ไวรัสสามารถพัฒนาเผ่าพันธุ์อยู่ในตัวคนได้โดยไม่ต้องพึ่งลิงอีกต่อไป...มันสามารถอยู่ในตัวคนได้ยั่งยืน ยุงลายมากัดคนไปแพร่ให้อีกคนได้ทันที...เลยต้องติดตามเฝ้าระวังอย่างกระชั้นชิด 

แต่ตอนนี้เบาใจได้ว่า มันยังเหมือนเดิม...ไวรัสชิคุนกุนยา ยังไม่มีการพัฒนาเปลี่ยนแปลง.

 

ที่มา หนังสือพิมพ์ ไทยรัฐ 19 มีนาคม 2552
Last Updated ( พฤหัสบดี, 19 มีนาคม 2009 )
< Previous   Next >