Home arrow News arrow โอลั่นล้า... สเต็มเซลล์
โอลั่นล้า... สเต็มเซลล์ Print E-mail
User Rating: / 0
PoorBest 
Post by Administrator   
อังคาร, 17 มีนาคม 2009
เป็นเพราะท่านประธานาธิบดี สหรัฐอเมริกา ลุกขึ้นมายกเลิกการห้ามทำวิจัยสเต็มเซลล์ตัวอ่อนมนุษย์ ข่าวสเต็มเซลล์ที่ซาๆ ไปพักหนึ่ง ก็กลับมาน่าสนใจขึ้นอีกครั้ง เพราะถ้าทำวิจัยสเต็มเซลล์ตัวอ่อนมนุษย์ได้ สามารถเลี้ยงสเต็มเซลล์ตัวอ่อนได้ จะสามารถนำมาทดลองอะไรต่าง ๆ ได้อีกเยอะ และได้ผลที่ชัดเจนกว่า เพราะเป็นเซลล์ที่ใกล้เคียงมนุษย์ที่สุด
สาเหตุที่เกิดข้อห้ามตอนนั้น เป็นเพราะเรื่องทางศาสนา เพราะทั้งศาสนาคริสต์ นิกายโปรเตสแตนต์ และพุทธ ต่างถือว่าการปฏิสนธิแล้ว ถือว่ามีชีวิต ถ้าวิจัยไม่สำเร็จ ก็เหมือนการฆ่าคน...ว่างั้น ต่างจากศาสนาอิสลาม ที่ต้องปฎิสนธิแล้ว 14 วัน ถึงจะถือว่ามีชีวิต...อันนี้เป็นเรื่องที่ค่อนข้างละเอียดอ่อนนะ แต่มองข้ามไม่ได้ ที่นำมาบอก ก็แค่ให้รู้ไว้ใช่ว่า...เฉยๆ

ส่วนสิ่งที่อยากพูดถึงจริงๆ คือเรื่องของการวิจัย เพราะที่ผ่านมา โรงพยาบาลเอกชนทั้งหลาย ยกเอาเรื่องการวิจัยสเต็มเซลล์ มาเป็นเนื้อหาสำคัญเนื้อหาหนึ่งในการประชาสัมพันธ์องค์กรตัวเอง ซึ่งการประชาสัมพันธ์ แน่นอนว่า เป็นส่วนหนึ่งของแผนการตลาด อันนี้เป็นหลักวิชาการทางการตลาดกันเลยนะ...องค์การ หรือแบรนด์ต่างๆ ที่ลุกขึ้นประชาสัมพันธ์ตัวเอง ก็เพื่อสื่อสารให้ผู้บริโภครู้ว่า ตัวเองมีดีอะไร เมื่อผู้บริโภครู้ และเกิดความเชื่อถือ สิ่งที่ตามมาคือ การซื้อ หรือการเข้ารับบริการ อย่างโรงพยาบาล ที่ออกมาประชาสัมพันธ์หรือแถลงข่าวเรื่อง

สเต็มเซลล์ ก็เป็นเพราะต้องการแสดงให้ผู้บริโภคเห็นว่า โรงพยาบาลของฉันก้าวหน้านะ มีการพัฒนา และมีการศึกษาค้นคว้าวิจัยอะไรใหม่ๆ ทันโลก ทันสมัยนะจ๊ะ

ก่อนจะว่ากันไปไกล ขอย้อนมาให้ข้อมูลพื้นฐาน เพิ่มเติมกันก่อนว่า สเต็มเซลล์ (Stem Cell) หรือเซลล์ต้นกำเนิด เป็นเซลล์ที่มีคุณสมบัติพิเศษในการแบ่งตัวให้เป็นเซลล์ของเนื้อเยื่อชนิดต่างๆในร่างกายได้ และยังสามารถแบ่งตัวเองให้เป็นเซลล์ต้นกำเนิดเหมือนเดิมได้ด้วย ที่พบหาได้จากตัวอ่อนระยะ blastocyst และในเนื้อเยื่อที่โตเต็มวัย เช่น เลือด ไขกระดูก ฟันน้ำนม ผิวหนัง สาเหตุที่มีคนวิจัยเรื่องนี้กันมากทั่วโลก ก็เพราะสามารถนำสเต็มเซลล์มาใช้ในการรักษาโรค เช่น ธาลัสซีเมีย ลูคีเมีย อัลไซเมอร์ พาร์กินสัน อัมพาตไขสันหลัง กล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือด เบาหวาน ให้หายขาดได้

ในสหรัฐอเมริกา แค่แคลิฟอร์เนียรัฐเดียว ใช้งบวิจัยสเต็มเซลล์ 3,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ แต่ของไทย งบวิจัยสเต็มเซลล์ทั้งประเทศ ไม่เกิน 20 ล้านบาท ส่วนโรงพยาบาลของรัฐไทย จะอาศัยขอทุนวิจัยจากสภาวิจัยแห่งชาติ (วช.) ซึ่งมีสายงานวิจัยสเต็มเซลล์โดยตรง

แต่รู้ม่ะ... ถึงโอบามา จะยกเลิกข้อห้าม ประเทศไทยก็ไม่ได้ยกเลิก และถึงประเทศไทยจะยกเลิก ก็ไม่ได้มีผลอะไรอีกนั่นแหละ เพราะประเทศไทยการวิจัยสเต็มเซลล์ตัวอ่อนยังทำไม่ได้ เฮ้ออ...แล้วเราจะไปตื่นเต้นกะเขาทำไม???

สาเหตุที่เราตื่นเต้น ประการที่หนึ่ง ...การที่ท่านโอลั่นล้า...เอ๊ย โอบามา ลุกขึ้นมายกเลิกข้อห้ามครั้งนี้ ไทยเราจะได้รับอานิสงส์แน่นอน ในแง่ขององค์ความรู้ใหม่ที่สหรัฐฯอาจจะวิจัยสำเร็จ ไทยเราก็จะได้เรียนรู้ไปด้วย

ประการที่ 2...ในเร็ววันนี้ เราจะได้เห็นการประชาสัมพันธ์ครั้งใหญ่ ของบรรดาโรงพยาบาลเอกชน ซึ่งตอนนี้ เริ่มแล้วโดยภาครัฐ หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

ขอบอกว่า นี่คือนวัตกรรม แห่งการประชาสัมพันธ์ อีกครั้งของโรงพยาบาล โปรดทราบ...!!

 

ที่มา  ฐานเศรษฐกิจ ฉบับที่ 2409 15 มี.ค. - 18 มี.ค. 2552

< Previous   Next >