Home arrow News arrow หัดอาละวาดหนัก! แค่ต้นปีป่วยแล้ว กว่า 800 ราย
หัดอาละวาดหนัก! แค่ต้นปีป่วยแล้ว กว่า 800 ราย Print E-mail
User Rating: / 0
PoorBest 
Post by Administrator   
จันทร์, 09 มีนาคม 2009

Image

สธ.พบโรคหัดอาละวาดเด็กโต-ผู้ใหญ่ ปีนี้ป่วยกว่า 800 ราย กำชับ อสม.แนะนำพ่อ-แม่ นำเด็กไปฉีดวัคซีนป้องกัน
       
       เช้าวันนี้ (8 มี.ค.) ที่มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี จังหวัดนครราชสีมา นายวิทยา แก้วภราดัย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ให้สัมภาษณ์ภายหลังเปิดประชุมประธานชมรม อสม.ระดับจังหวัด อำเภอ ตำบล จากจังหวัดอุบลราชธานี อำนาจเจริญ ศรีสะเกษ ยโสธร นครราชสีมา ชัยภูมิ บุรีรัมย์ สุรินทร์ จำนวน 1,600 คน เพื่อเตรียมความพร้อมนำนโยบายรัฐบาลไปสู่การปฏิบัติ เกี่ยวกับการส่งเสริมสุขภาพและการป้องกันโรคแก่ประชาชนในพื้นที่ และการสร้างขวัญกำลังใจของ อสม.ปี 2552 ว่า การประชุมในวันนี้ เป็นการเตรียมความพร้อม ความเข้าใจของเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง ในการดำเนินงานส่งเสริมบทบาทของ อสม.กลุ่มภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง 8 จังหวัด ซึ่งมี อสม.แจ้งยืนยันสถานภาพแล้ว จำนวน 202,787 คน

        นายวิทยา กล่าวต่อว่า ในวันนี้ ได้ย้ำเตือนให้ อสม.ใน 8 จังหวัดภาคอีสานตอนล่าง รวมทั้ง อสม.ทั่วประเทศด้วย เฝ้าระวังโรคติดต่อในพื้นที่ โดยเฉพาะโรคหัดหรือที่ชาวบ้านเรียกว่าไข้ออกผื่น ซึ่งขณะนี้กำลังแนวโน้มระบาดมากขึ้นในกลุ่มประชาชนที่มีอายุมากกว่า 6 ปีขึ้นไป ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม-22 กุมภาพันธ์ 2552 สำนักระบาดวิทยา รายงานพบผู้ป่วยโรคหัดทั่วประเทศ 837 ราย กลุ่มอายุมากกว่า 6 ปีขึ้นไป ป่วยมากกว่าเด็กอายุต่ำกว่า 6 ปี ประมาณ 2 เท่าตัว โดยใน 8 จังหวัดของภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง พบ 90 ราย ได้แก่ บุรีรัมย์ 36 ราย นครราชสีมา และ สุรินทร์ จังหวัดละ 19 ราย ศรีสะเกษ 7 ราย อุบลราชธานี 6 ราย ยโสธร ชัยภูมิ อำนาจเจริญ จังหวัดละ 1 ราย
       

       ทั้งนี้ ได้กำชับให้ อสม.ทุกคน เฝ้าระวังการระบาดของโรคหัด พร้อมทั้งให้ความรู้ในการป้องกันและดูแลเมื่อเป็นหัด เนื่องจากอาจมีโรคแทรกซ้อนทำให้ถึงเสียชีวิตได้ ซึ่งโรคนี้มีวัคซีนฉีดป้องกันได้ผลดี โดยให้ อสม.ติดตามให้ผู้ปกครองพาเด็กอายุ 9 -12 เดือน ไปฉีดวัคซีนป้องกันหัดเข็มแรก และฉีดเข็มที่ 2 เมื่อเด็กเข้าเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 หรือ อายุ 7 ปี
       

       ทางด้านนายแพทย์ปราชญ์ บุณยวงศ์วิโรจน์ ปลัดกระทรวงสาธารณสุขกล่าวว่า โรคหัดเป็นโรคไข้ออกผื่น เกิดจากเชื้อไวรัสมีเซิลส์ (Measles) พบได้ในลำคอของผู้ป่วย ติดต่อกันได้ง่ายมากทางการไอ จาม หรือพูดกันในระยะใกล้ชิด ผู้ติดเชื้อจะเป็นโรคเกือบทุกราย จะมีอาการป่วย หลังติดเชื้อประมาณ 3-5 วัน โรคนี้พบได้ตลอดปี พบบ่อยในกลุ่มอายุ 1-6 ปี ถ้าไม่มีภูมิต้านทานจะเป็นได้ทุกอายุ
       
       อาการ เริ่มด้วยมีไข้ น้ำมูกไหล ไอ ตาแดง ตาแฉะ และกลัวแสง อาการต่างๆ จะมากขึ้นพร้อมกับไข้สูงขึ้น และจะสูงเต็มที่เมื่อมีผื่นขึ้นในวันที่ 4 ของไข้ ลักษณะผื่นที่ขึ้นจะนูนแดง ติดกันเป็นปื้นๆ โดยจะขึ้นที่หน้า บริเวณชิดขอบผมก่อน แล้วแผ่กระจายไปตามลำตัว แขน ขา เมื่อผื่นแพร่กระจายไปทั่วตัว กินเวลาประมาณ 2-3 วัน
       
       ไข้ก็จะเริ่มลดลง ระยะแรกผื่นมีสีแดง ต่อมาสีจะเข้มขึ้น เป็นสีแดงคล้ำ หรือน้ำตาลแดง คงอยู่นาน 5-6 วัน กว่าจะจางหายไปหมด กินเวลาประมาณ 2 สัปดาห์ บางครั้งจะพบผิวหนังลอกเป็นขุยด้วย ทั้งนี้ควรให้เด็กหยุดเรียนหรือแยกเด็กที่ป่วยออกจากเด็กอื่น เป็นเวลาอย่างน้อย 1 อาทิตย์
       
       นายแพทย์ปราชญ์ กล่าวต่อว่า กลุ่มที่ต้องระวัง ได้แก่เด็กที่อยู่ในสภาพยากจน อยู่ในชุมชนแออัด มีภาวะทุพโภชนาการ อาจจะมีโรคแทรกซ้อนเกิดขึ้นง่าย เช่น หูส่วนกลางอักเสบ (Otitis media) หลอดลมอักเสบ ปอดอักเสบ ถ่ายเหลวเป็นน้ำ ซึ่งจะทำให้เด็กขาดอาหารรุนแรงขึ้น นอกจากนี้ยังอาจพบสมองอักเสบพบได้ประมาณ 1 ใน 1,000 ราย ซึ่งหากไม่เสียชีวิต อาจทำให้พิการได้ โรคนี้ไม่มียารักษาโดยเฉพาะ ในการป้องกันโรค ขอให้ประชาชนหลีกเลี่ยงการสัมผัสกับผู้ป่วย วิธีที่ดีที่สุดคือให้วัคซีนป้องกัน ปัจจุบันกระทรวงสาธารณสุขให้วัคซีนป้องกันโรคหัด 2 ครั้งฟรี ครั้งแรกเมื่อเด็กอายุ 9-12 เดือน โดยให้ในรูปของวัคซีนหัดชนิดเดี่ยว (M) ครั้งที่ 2 เมื่อเด็กเข้าเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 โดยให้ในรูปของวัคซีนรวมป้องกันโรคหัด คางทูม หัดเยอรมัน (MMR)

ที่มา  ASTVผู้จัดการออนไลน์ 8 มีนาคม 2552 

Last Updated ( จันทร์, 09 มีนาคม 2009 )
< Previous   Next >