Home arrow News arrow ระวังโรคระบาดจากภาวะอากาศร้อนมาเยือน‘เด็ก-คนชรา’เสี่ยงสูง- สธ.ชี้6โรคอันตราย
ระวังโรคระบาดจากภาวะอากาศร้อนมาเยือน‘เด็ก-คนชรา’เสี่ยงสูง- สธ.ชี้6โรคอันตราย Print E-mail
User Rating: / 1
PoorBest 
Post by Administrator   
ศุกร์, 27 กุมภาพันธ์ 2009
        คณบดีคณะเวชศาสตร์เขตร้อนเตือนให้ระวัง “ไข้เลือดออก”ระบุภาวะโลกร้อนเหตุทำให้ระบาด เผยตั้งแต่ต้นปีมีผู้ป่วยแล้วเกือบ 2 พันราย ขณะเดียวกันคนที่ต้องดูแลผู้สูงอายุ –เด็ก ต้องระวัง “โรคขาดน้ำด้วย” ด้านกรมควบคุมเตือนประชาชนใส่ใจดูแลสุขภาพอนามัย ห่างไกลโรค “โรคฤดูร้อน” ชี้หน้าร้อนบวกฤดูแล้ง เชื้อโรคโตเร็ว หวั่นเกิด 6 โรค ที่ติดต่อจากอาหาร-น้ำ –โรคที่มาจากสัตว์ รวมทั้งปัญหาสุขภาพจิตเพราะอาจฉุนเฉียวได้ง่าย 

        สิ่งที่น้องๆและคุณพ่อคุณแม่ ผู้ปกครองต้องพึงระวัง และไม่ควรมองข้ามจากสภาวะอากาศร้อนและมีแนวโน้มว่าอุณหภูมิโลกจะร้อนขึ้นเรื่อย ๆ โดยเฉพาะในช่วงเดือนมีนาคม-เมษายนนี้ ทำให้เราทุกคนต้องเตรียมร่างกายและจิตใจให้พร้อมที่จะเผชิญอากาศร้อนกว่าที่เป็นอยู่ในปัจจุบันนี้
       
       ทั้งนี้ในช่วงฤดูร้อนจะมีโรคที่เกิดตามมามากมาย แต่ปีนี้เมื่ออากาศร้อนมาเยือนเร็วกว่าปกติตั้งแต่กลางเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา ทำให้หน่วยงานรัฐที่เกี่ยวข้องต้องเฝ้าระวังโรคเมืองร้อนที่จะเกิดขึ้นเพื่อป้องกันและสกัดกั้นไม่ให้เกิดการระบาดของโรคต่อไป
       
        “ไข้เลือดออก”ระบาดผิดฤดู
       
       รศ.ประตาป สิงหศิวานนท์ คณบดี คณะเวชศาสตร์เขตร้อน มหาวิทยาลัยมหิดล บอกว่า ในช่วงฤดูร้อนปีนี้อยากเตือนให้ประชาชนได้ระวัง “โรคไข้เลือดออก” เพราะตั้งแต่ช่วงเดือนมกราคม 2552 เป็นต้นมาปรากฏว่ามีประชาชนป่วยด้วยโรคไข้เลือดออกแล้วถึง 1700 ราย เสียชีวิต 3 ราย ซึ่งในทุกๆปีไข้เลือดออกมักจะระบาดหนักในช่วงฤดูฝนเท่านั้นแต่มาในปีนี้กลับพบว่ามีการระบาดในช่วงนี้ด้วย
       
       “เรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องธรรมดา กระทรวงสาธารณสุขและทางเราก็พยายามหาสาเหตุว่าทำไมเกิดการระบาดของไข้เลือดออกในช่วงเวลานี้ได้ซึ่งขณะนี้ยังไม่มีข้อสรุปที่แน่นอนแต่โดยส่วนตัวแล้วคาดว่าจะเกิดจากภาวะโลกร้อน จะมีผลต่อการปรับตัวของเชื้อโรค ที่สำคัญขณะนี้กระทรวงสาธารณสุขก็ได้ตั้งศูนย์เฝ้าระวังเพื่อเตรียมการรองรับกับการระบาดในครั้งนี้แล้วเช่นกัน”
       
       เตือนระวัง “คนแก่ – เด็ก”
       
       อย่างไรก็ตามการระบาดของโรคติดต่อที่จะเกิดขึ้นในหน้าร้อนนั้นกลุ่มคนที่ต้องระวังมากที่สุดคือคนชราและเด็กเพราะมีภูมิคุ้มกันน้อย ประการสำคัญในช่วงหน้าร้อนนี้คนจะเสียเหงื่อได้ง่ายและมากซึ่งอาจจะส่งผลต่อการสูญเสียน้ำในร่างการจนถึงขั้นเกิดเป็น “โรคขาดน้ำ”ได้ง่ายขึ้น
       
       รศ.ประตาป ย้ำว่า ผู้ที่ต้องดูแลเด็กและคนชราในหน้าร้อนต้องคอยระวังให้คนทั้งสองกลุ่มดื่มน้ำให้มากๆเพราะอาจจะเสี่ยงต่อการเป็น “โรคขาดน้ำ”เพราะถ้าดื่มน้ำน้อยและไม่เพียงพอต่อความต้องการของร่างกายเป็นเวลานาน ร่างกายก็จะ เป็นโรคขาดน้ำเรื้อรัง (Chronic Dehydration) ซึ่งจะก่อให้เกิดปัญหาโรคภัยไข้เจ็บอีกมากมาย เช่น ตัวหดและเตี้ยลง มีอาการเจ็บปวดและอักเสบทั่วตัว อ่อนเพลียและเหนื่อยเมื่อยล้าง่าย ท้องผูก รู้สึกหนาวง่าย-ร้อนง่าย ระบบย่อยอาหารผิดปกติ ฮอร์โมนของร่างกายลดลง อวัยวะทำงานรวน ใบหน้าเหี่ยวย่น ดูแก่ก่อนวัย มีสิวเสี้ยนมาก อาจเป็นภูมิแพ้ รวมถึงการเป็นโรคหืดหอบ ความดันโลหิตสูง โรคกระเพาะ ฯลฯ
       
       “ในปีนี้คาดว่าประเทศเราจะร้อนมากขึ้นมากกว่าปีที่ผ่านมาแถมอากาศยังร้อนเร็วขึ้นด้วยดังนั้นการดูแลและการเอาใจใสต่อสุขภาพจึงเป็นสิ่งที่เราไม่ควรมองข้ามโดยเด็ดขาด”
       
       6 โรคหน้าร้อนอันตราย
       
       นอกเหนือจากโรคประจำถิ่นที่ระบาดนอกฤดูกาลอย่างไข้เลือดออกแล้ว โรคที่มากับหน้าร้อนซึ่งจะเกิดขึ้นเป็นประจำก็มีอันตรายไม่แพ้กัน
       
       ในเรื่องนี้ นพ.คำนวณ อึ้งชูศักดิ์ ผู้ทรงคุณวุฒิกรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข ได้ออกมาแนะนำและข้อพึงระวังสำหรับทุกๆคนไว้ดังนี้คือ ในช่วงหน้าร้อนอย่างนี้อยากให้ประชาชนคนไทยใส่ใจในสุขภาพให้มากขึ้นเนื่องจากลักษณะอากาศที่ร้อนและแห้งแล้งเหมาะต่อการเจริญเติบโตของเชื้อโรคอย่างมาก และยิ่งอยู่ในภาวะขาดแคลนน้ำดื่มน้ำใช้ที่สะอาดก็ยิ่งจะเพิ่มให้มีความเสี่ยงต่อการระบาดของโรคที่มากับหน้าร้อนได้ง่ายขึ้น
       
        สำหรับโรคระบาดที่มากับหน้าร้อนมี 2 กลุ่มใหญ่คือกลุ่มที่ 1 เป็นโรคติดต่อทางอาหารและน้ำ มี 6โรค ได้แก่ อุจจาระร่วง อาหารเป็นพิษ บิด อหิวาตกโรค ไข้รากสาดน้อย หรือไทฟอยด์ และโรคตับอักเสบชนิด เอ โดยปีนี้สถานการณ์ทั่วประเทศตั้งแต่เดือนมกราคม-ปัจจุบัน ยังไม่พบมีการระบาดแต่อย่างใด
       
       ส่วนกลุ่มที่ 2 คือ โรคติดต่อจากสัตว์สู่คน ได้แก่ โรคพิษสุนัขบ้า หรือโรคกลัวน้ำ ซึ่งเกิดขึ้นเกือบทุกเดือน เป็นโรคที่รักษาไม่ได้ เมื่อป่วยแล้วจะเสียชีวิตทุกราย หากถูกสุนัขหรือสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมกัด ให้รีบล้างแผลด้วยสบู่และน้ำสะอาดหลายๆ ครั้ง และรีบไปพบแพทย์เพื่อรับคำแนะนำในการฉีดวัคซีนป้องกัน
       
       นอกจากนี้ ภาวะอากาศที่ร้อนแล้งจะมีผลให้ประชาชนเกิดความเครียด หงุดหงิดได้ง่าย หากมีการดื่มสุราร่วมด้วยจะยิ่งส่งเสริมให้มีอาการมากขึ้น โดยเฉพาะผู้ที่มีปัญหาด้านสุขภาพจิตอยู่แล้ว ในเรื่องนี้กระทรวงสาธารณสุขได้มอบหมายให้กรมสุขภาพจิตเตรียมบุคลากรไว้รองรับเรื่องนี้ไว้แล้ว โดยประชาชนสามารถขอรับบริการได้ที่ศูนย์สุขภาพจิต โรงพยาบาลประจำจังหวัด หรือโทรปรึกษาที่สายด่วน 1323 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง
       
       เตือนระวังการจมน้ำ – ลมแดด
       
        นอกเหนือจากโรคติดต่อแล้วสิ่งที่น่ากลัวที่ตามมากับฤดูร้อนคือการจมน้ำตายและการเป็นลมแดด ซึ่งทั้งสองอย่างนี้มีสถิติที่เพิ่มสูงขึ้นในทุกๆปี
       
        นพ.คำนวณ อธิบายว่าในปี 2551 ที่ผ่านมาสถิติของคนจมน้ำตายโดยเฉพาะในเด็กที่มีอายุไม่เกิน 15 ปีมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นโดยปีที่แล้วมียอดผู้เสียชีวิตกว่า 1 หมื่นคนซึ่งในจำนวนนั้นมีเด็กถึง 80%หรือประมาณ 8,000 คน
       
        “การจมน้ำตายถือเป็นการสูญเสียที่น่ากลัวมากเพราะมีสถิติเพิ่มขึ้นเรื่อยๆสาเหตุเกิดจากอากาศที่ร้อนจัดจะทำให้เด็กๆหันไปคลายร้อนด้วยการไปเล่นน้ำซึ่งเขาจะได้ทั้งความสนุกสนานและคลายร้อน แต่บางคนว่ายน้ำไม่เก่งหรือว่ายน้ำไม่เป็นก็จะจมน้ำตาย ดังนั้นจึงอยากเตือนพ่อแม่ผู้ปกครองให้ความสนใจและดูแลเด็กๆให้ดีด้วย”
       
       นอกจากนี้ “ลมแดด”ก็ถือเป็น “โรค”อีกอย่างหนึ่งที่ทุกคนไม่ควรจะละเลยโดยเฉพาะกลุ่มคนที่ต้องทำงานหรือทำกิจกรรมกลางแดดนานๆเช่นการฝึกทหารเกณฑ์ นักศึกษาวิชาทหาร กรรมกร ชาวนา ชาวสวน ซึ่งหากมีอาการหนักจะถึงกับชักกระตุกได้
       
       “ลมแดดสามารถป้องกันได้ด้วยการหลีกเลี่ยงการอยู่กลางแจ้งนานๆ หรือสวมใส่เสื้อผ้าที่อากาศถ่ายเทได้สะดวก”
       
       ดังนั้นในฤดูร้อนจัดแบบนี้ หากประชาชนทุกคนรู้จักดูแลรักษาสุขภาพกายและสุขภาพจิตให้มีความสมบูรณ์และแข็งแรงก็จะเป็นภูมิคุ้มกันโรคที่มาจากอากาศร้อนได้ !
       
       *********
       
        แนะหลากวิธีดูแลตนเองหน้าร้อน
       
       สำหรับวิธีการดูแลและป้องกันตัวเองง่ายๆห่างไกลจากโรหน้าร้อนนี้ รศ.ประตาป บอกว่ามี 5 วิธีง่ายๆคือ
       
       1. ปรับพฤติกรรมบริโภค ช่วงหน้าร้อน ประชาชนต้องดูแลเอาใจใส่สุขภาพร่างกายมากเป็นพิเศษกว่าช่วงปกติ ต้องปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการบริโภคให้เข้ากับสภาวะอากาศร้อนอบอ้าว อุณหภูมิที่ร้อนอบอ้าวมากๆ จะมีผลให้อาหารเกิดการบูด-เน่าเสียง่าย เร็วกว่าฤดูกาลอื่นๆ จึงต้องเลือกบริโภคอาหาร น้ำดื่ม และนม ถูกสุขอนามัย โดยต้องพิถีพิถันความสด-ใหม่-สะอาด
       
       2. ปรับสภาพร่างกายสมบูรณ์แข็งแรงตลอดเวลา เพื่อเตรียมตัวให้พร้อม รับมือภัยร้ายฤดูร้อน ด้วยการหมั่นออกกำลังกายสม่ำเสมอ ให้ได้อย่างน้อยสัปดาห์ละ 2-3ครั้งๆ ละ 30 นาทีอย่างน้อย การออกกำลังกายช่วงหน้าร้อน แต่ไม่ควรหักโหมมาเกินไป ที่สำคัญ ควรพักเหนื่อยบ่อยๆ เป็นระยะๆ เมื่อหายเหนื่อยทุกครั้ง ควรดื่มน้ำสะอาดอย่างน้อย 4-6 แก้ว เพื่อทดแทนสูญเสียเหงื่อมาก
       
       3. ปรับสภาพแวดล้อมในที่พักอาศัยให้เหมาะสม เช่น ที่พักอาศัยไม่มีเครื่องปรับอากาศ ใช้วิธีเปิดประตู-หน้าต่างมากบานที่สุด เท่าที่จะเป็นไปได้ เพื่อให้อากาศร้อนระบาย-ถ่ายเทดี
       
       4.ปรับพฤติกรรมเดินทางออกนอกบ้าน หรืออยู่กลางแดด วันที่อากาศร้อนจัดจ้าน โดยเฉพาะช่วงเวลา 10.00-15.00 น.จะดีที่สุด แต่หากจำเป็นต้องออกจากบ้านในภาวะอากาศร้อนอบอ้าวมากๆ ช่วงเวลาดังกล่าว ขอแนะนำดื่มน้ำสะอาดเย็นๆ สัก 1-2 แก้ว และสิ่งที่ขาดไม่ได้คือหากคนที่ต้องอยู่ท่ามกลางแสงแดดนานๆควรจะหาโลชั่นทากันแดดทาก่อนออกจากบ้านด้วยเพื่อเป็นการป้องกันไม่ให้ผิวไหม้ และเป็นมะเร็งผิวหนัง
       
       5. หลีกเลี่ยงดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ทุกประเภท ช่วงเทศกาลสงกรานต์อากาศร้อนอบอ้าวมาก ควรงดดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ เพราะสภาวะอากาศร้อนอบอ้าว แอลกอฮอล์จะซึมผ่านเข้าสู่กระแสโลหิตเร็ว และเพิ่มแรงดันโลหิตสูงขึ้น มากกว่าช่วงอากาศหนาวเย็น หรือช่วงปกติ การดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ อาจทำให้ร่างกายปรับสภาพไม่ทัน จนถึงขั้นเกิดภาวะช็อกได้ หากร่างกายไม่ฟิต และไม่มีความสมบูรณ์มากพอ หรือผู้มีโรคประจำตัวก่อนแล้ว เช่น เป็นโรคความดันโลหิตสูง หรือโรคหัวใจ

 

ที่มา  ผู้จัดการ 360° รายสัปดาห์ 26 กุมภาพันธ์ 2552 

< Previous   Next >