Home arrow News arrow ชาวเมืองน้ำดำแห่เปิบเนื้อ'ค้างคาว'หมอแนะปรุงสุก
ชาวเมืองน้ำดำแห่เปิบเนื้อ'ค้างคาว'หมอแนะปรุงสุก Print E-mail
User Rating: / 0
PoorBest 
Post by Administrator   
อังคาร, 06 มกราคม 2009
        แห่เปิดค้างคาว บำรุงร่างกาย คลายหนาว เชื่อช่วยเพิ่มสมรรณภาพทางเพศ ทำราคาพ่ง ขณะที่หมอชี้ความอันตรายอยู่ที่ตอนจับ หากถูกกัด-ข่วน เสี่ยงเป็นโรคพิษสุนัขบ้า ย้ำเป็นแค่ความเชื่อตามวิถีท้องถิ่น แนะต้องปรุงสุกฆ่าเชื้อโรคก่อนรับประทาน
 
        ชาวบ้านเมืองน้ำดำ แห่เปิบค้างคาว คลายหนาวรายนี้เปิดเผยขึ้น เมื่อวันที่ 5 ม.ค. ผู้สื่อข่าว จ.กาฬสินธุ์ รายงานว่าจากสภาพอากาศที่หนาวเย็นลงอย่างต่อเนื่องและตามวิถีชีวิตชาวบ้านในชนบทจำเป็นต้องพึ่งอาหารเพื่อสร้างความอบอุ่นให้กับร่างกาย โดยที่ จ.กาฬสินธุ์ ชาวบ้าน นิยมนำเอาค้างคาวมาประกอบอาหารทั้งผัดเผ็ด ลาบ ปิ้ง ย่าง โดยเชื่อว่าทำให้ร่างกายมีความ อบอุ่นมากขึ้น และเลือดสด ๆ ยังสามารถเพิ่มสมรรถภาพทางเพศอีกด้วยทำให้ค้างคาวที่อยู่ตามหัวไร่ปลายนากลับกลายเป็นอาหารที่ขึ้นชื่อและเป็นที่นิยมอยู่ในขณะนี้ จากการสำรวจพบว่าตามตลาดในหมู่บ้านต่าง ๆ เริ่มมีการนำค้างคาวตัวเป็น ๆ และที่ผ่านการชำแหละแล้วมาวางขายจำนวนมาก โดยช่วงที่อากาศหนาวจัด ราคาของค้างคาวก็จะพุ่งสูงขึ้น

        ด้านนายเรียง ภูคานา อายุ 47 ปี ราษฎรบ้านตูม หมู่ 4 ต.บัวบาน อ.ยางตลาด เปิดเผยว่า เมื่อเข้าสู่ฤดูหนาว ตนกับเพื่อนบ้านจะนำอุปกรณ์ที่เป็นถุงตาข่าย ออกหาจับค้างคาวที่อาศัยอยู่ตามต้นมะพร้าวและต้นตาลมาประกอบ อาหาร โดยปกติค้างคาวจะออกหากินอาหารที่เป็นผลไม้สุก ดังนั้นอวัยวะทุกส่วนของค้างคาวจึงมีประโยชน์ หรือเรียกว่าเป็นยาสมุนไพรทั้งตัวก็ว่าได้ นอกจากค้างคาวจะทำอาหารรสเด็ดได้หลายอย่างแล้ว ยังมีสรรพคุณบำรุงร่างกาย โดยเฉพาะไขมันที่สะสมในตัวของค้าวคาวจะทำให้ ร่างกายเกิดความอบอุ่น แก้หนาว แถมบางคนยังเชื่อด้วยว่าถ้าบริโภคเป็นประจำ จะทำให้ร่างกาย กระปรี้กระเปร่า และช่วยสร้างเสริมสมรรถภาพทางเพศได้เป็นอย่างดี
 
        ขณะที่ นพ.สมยศ ศรีจารนัย รองสาธารณสุข จ.กาฬสินธุ์ กล่าวว่า การบริโภคค้างคาวถือเป็นการบริโภคตามวิถีชีวิตของคนใน ท้องถิ่น ที่นิยมบริโภคกันในช่วงหน้าหนาว โดยเชื่อว่ามีสรรพคุณในการบำบัดความหนาวซึ่งเป็นเพียงความเชื่อเท่านั้น ส่วนผู้ที่นิยมบริโภคค้างคาวจะต้องปรุงให้สุกเพื่อฆ่าเชื้อโรค นอกจากนี้ ความอันตรายจะอยู่ที่ตอนจับค้างคาว เพราะเสี่ยงต่อการถูกกัด หรือข่วน ที่อาจจะทำให้เป็นโรคพิษสุนัขบ้าได้เหมือนที่ประเทศสหรัฐอเมริกาเคยเกิดมาแล้ว โดยประชาชนที่ออกไปจับควรเพิ่มความระมัดระวังให้มากยิ่งขึ้น.

 

ที่มา หนังสือพิมพ์ เดลินิวส์  6 มกราคม 2552

< Previous   Next >