Home arrow News arrow อาการท้องเสียเพราะอาหารเป็นพิษ(2) (วิทยาศาสตร์สำหรับเยาวชน)
อาการท้องเสียเพราะอาหารเป็นพิษ(2) (วิทยาศาสตร์สำหรับเยาวชน) Print E-mail
User Rating: / 2
PoorBest 
Post by Administrator   
จันทร์, 05 มกราคม 2009

        1. เชื้อสแตฟฟิโลคอกคัส (Staphylococcus) เป็นเชื้ออีกชนิดที่สามารถทำให้อาหารเป็นพิษได้บ่อยๆ โดยมากจะพบเชื้อชนิดนี้ปนเปื้อนอยู่ในนมจากโค โดยเฉพาะโคที่มีฝีหรือบาดแผลบริเวณเต้า ซึ่งหากกรรมวิธีฆ่าเชื้อในนมไม่ดีพอ เชื้อดังกล่าวก็สามารถแอบซ่อนตัวอยู่ในนมหรือผลิตภัณฑ์จากนมได้ และถ้าเรานำอาหารที่มีเชื้อปนเปื้อนอยู่มารับประทานก็จะเกิดอาการอาหารเป็นพิษขึ้น นอกจากนี้ยังมีการตรวจพบเชื้อในฝีหรือแผลของคนเราด้วย ซึ่งหากผู้ประกอบการหรือจำหน่ายอาหารที่มีฝีหรือบาดแผลที่ติดเชื้อชนิดนี้อยู่ โอกาสที่เชื้อชนิดนี้จะปะปนไปกับอาหารก็เป็นไปได้มาก และเมื่อเชื้อเข้าสู่ร่างกายแล้วจะใช้เวลาในการฟักตัวประมาณ 1-6 ชั่วโมง ก็จะเริ่มแสดงอาการออกมา ลักษณะอาการของผู้ที่ได้รับเชื้อค่อนข้างจะมีอาการเฉียบพลัน มักเริ่มต้นจากอาการคลื่นไส้อย่างรุนแรง และยังมีอาการท้องร่วง ท้องเสียร่วมด้วย ผู้ป่วยจะรู้สึกอ่อนเปลี้ยเพลียแรง ตัวเย็น ความดันโลหิตลดต่ำลง อย่างไรก็ดี เชื้อนี้มักทำให้เกิดอาการที่ไม่ร้ายแรงนัก ผู้ป่วยส่วนใหญ่จะมีอาการดีขึ้น และหายเป็นปกติได้ภายใน 12 ชั่วโมง

2. เชื้อบาซิลลัสซีเรียส (Bacillus Cereus) เชื้อร้ายอีกชนิดที่ทำให้เกิดอาหารเป็นพิษได้ โดยเชื้อชนิดนี้เป็นพวกที่ไม่ต้องการออกซิเจนในการดำรงชีพ แต่ก็สามารถสร้างสปอร์และแพร่พันธุ์เพิ่มจำนวนขึ้นได้ แถมยังมีความทนทานต่อความร้อนได้เป็นอย่างดี ส่วนใหญ่จะพบได้ในข้าวที่ปนเปื้อนเชื้อหรือภาชนะใส่อาหารที่ไม่สะอาดและมีเชื้อปะปนอยู่ ลักษณะอาการของผู้ที่ได้รับเชื้อชนิดนี้เข้าไปประมาณ 2-12 ชั่วโมง จะเริ่มเกิดอาการท้องเดินและอาเจียนมาก แต่หลังจากที่ร่างกายของผู้ป่วยได้ขับถ่ายเชื้อโรคออกไปเรียบร้อยแล้ว อาการก็จะค่อยๆ ทุเลาลงจนหายเป็นปกติ วิธีการดูแลตัวเองเมื่อเกิดอาการท้องเสีย ปกติแล้วอาการท้องเสียแบบธรรมดาในกรณีที่ได้รับเชื้อไปไม่มากนัก การใส่ใจดูแลตัวเองด้วยวิธีการต่อไปนี้ก็สามารถช่วยทำให้อาการป่วยหายได้เร็วขึ้น

 1. เนื่องจากอาการท้องเสียจะทำให้ร่างกายเกิดภาวะขาดน้ำและเกลือแร่ ฉะนั้นจึงควรดื่มน้ำบ่อยๆ และดื่มครั้งละน้อยๆ โดยเฉพาะเครื่องดื่มผสมเกลือแร่

 2. ขณะเกิดอาการ ควรงดอาหารรสจัด และเมื่ออาการเริ่มดีขึ้น ให้เริ่มทานอาหารอ่อนๆ อย่างโจ๊กหรือข้าวต้ม

 3. ควรดื่มน้ำชาแก่ๆ ทุกๆ ครึ่งชั่วโมง เพราะน้ำชาแก่ๆ นอกจากจะมีฤทธิ์ยับยั้งการเจริญเติบโตของเชื้อแบคทีเรียต่างๆ ดังกล่าวแล้ว น้ำชายังช่วยให้ลำไส้ลดการบีบตัวลง และช่วยให้กากอาหารรวมตัวเป็นกลุ่มก้อนมากขึ้นอีกด้วย

 4. ควรหลีกเลี่ยงการรับประทานยาหยุดถ่าย เพราะยาดังกล่าวจะทำให้ร่างกายไม่อาจขับเชื้อโรคออกไปได้ และควรพักผ่อนมากๆ เพื่อให้ร่างกายฟื้นตัวได้เร็วขึ้น

 นอกเหนือจากสาเหตุที่มาจากอาหารเป็นพิษที่ทำให้เกิดอาการถ่ายเหลวท้องเสียแล้ว อาการดังกล่าวอาจเกิดจากสาเหตุอื่นๆ ได้ เช่น การทานอาหารแปลกๆ ไม่คุ้นเคย เกิดการติดเชื้อในระบบทางเดินอาหาร กระเพาะอาหารและลำไส้ อาการทางด้านจิตใจ เช่น ความเครียดหรือวิตกกังวลเกินไป เพราะฉะนั้นในการบริโภคอาหารประเภทใดนั้นควรคำนึงถึงเรื่องความสะอาดของอาหารมาเป็นอันดับต้นๆ เพื่อหลีกเลี่ยงการเกิดโรคจากอาหารเป็นพิษ


กิตติวันท์ กลองพารา
สถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย (วว.)

 

ที่มา  หนังสือพิมพ์ แนวหน้า 4 มค 52

< Previous   Next >