Home arrow News arrow สธ.เตือน7โรคอันตราย แพร่ระบาดช่วงฤดูหนาว
สธ.เตือน7โรคอันตราย แพร่ระบาดช่วงฤดูหนาว Print E-mail
User Rating: / 0
PoorBest 
Post by Administrator   
อังคาร, 16 ธันวาคม 2008

        นพ.ปราชญ์ บุณยวงศ์วิโรจน์ ปลัดกระทรวงสาธารณสุข(สธ.)เปิดเผยเมื่อวันที่ 14 ธันวาคมว่า ปีนี้โรคทางเดินอาหารมีแนวโน้มรุนแรงกว่าเดิม เนื่องจากภาวะโลกร้อน เชื้อเจริญเติบโตได้เร็วขึ้นและมีการปรับตัวตามสิ่งแวดล้อมที่เปลี่ยนแปลงไป ประกอบกับคนยังมีพฤติกรรมการบริโภคอาหารที่ไม่ถูกต้อง บางกลุ่มยังนิยมกินอาหารดิบ หรือปรุงสุกๆดิบๆ นอกจากนี้ ยังมีแรงงานย้ายถิ่น ทำให้เชื้อแพร่กระจายง่ายและควบคุมยาก สถานการณ์โรคมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะในเด็กอายุต่ำกว่า5ปี

        ดังนั้น ในปี 2552 นี้ กระทรวงสาธารณสุข มีเป้าหมายจะป้องกันและควบคุมโรคในกลุ่มเสี่ยงชัดเจน ได้แก่ กลุ่มเด็กเล็ก เด็กนักเรียนและประชาชนทั่วไป ซึ่งกลุ่มหลังนี้ จะเน้นไปที่งานบุญ เทศกาลต่างๆ ซึ่งประชาชนต้องเดินทางและรับประทานอาหารนอกบ้าน จะให้ทุกจังหวัดเริ่มป้องกันตั้งแต่เนิ่นๆ ประชาสัมพันธ์แจ้งเตือนประชาชนให้ป้องกันโรคระบบทางเดินอาหารมีทั้งหมด 7โรค ได้แก่ โรคอหิวาตกโรค โรคอุจจาระร่วงเฉียบพลัน โรคอาหารเป็นพิษ โรคบิด โรคไทฟอยด์ โรคพาราไทฟอยด์และโรคไข้เอนเทอริก โดยเริ่มตั้งแต่ช่วงฤดูหนาวตั้งแต่เดือน พฤศจิกายน2551 ไปจนถึงจนสิ้นฤดูร้อนเดือนพฤษภาคม2552 มั่นใจว่าจะทำให้จำนวนผู้ป่วยด้วยโรคเหล่านี้ลดลง

         ด้าน นพ.ม.ล.สมชาย จักรพันธุ์ อธิบดีกรมควบคุมโรค กล่าวว่า จากการเฝ้าระวังโรคระบบทางเดินอาหาร ตั้งแต่ต้นปี2551 จนถึงวันที่ 20พฤศจิกายน2551 พบผู้ป่วยทั้งหมด 1,190,277ราย เสียชีวิต 42ราย โรคที่พบมากที่สุด ได้แก่ โรคอุจจาระร่วงเฉียบพลันป่วย 1,074,262ราย เสียชีวิต 33 ราย ส่วนใหญ่เป็นเด็กอายุต่ำกว่า 5ปีและผู้สูงอายุ ขณะที่อหิวาตกโรคป่วย 230ราย เสียชีวิต 3ราย

 สำหรับในช่วงหน้าหนาวนี้ ซึ่งเป็นฤดูกาลท่องเที่ยว ให้ระวังเรื่องอาหารการกินระหว่างทาง ขอให้หลีกเลี่ยงอาหารประเภทยำ ลาบ หลู้ อาหารที่ปรุงสุก ๆ ดิบ ๆ เนื่องจากมีความเสี่ยงสูงต่อการปนเปื้อนเชื้อโรคที่มากับเครื่องปรุง ขอให้เลือกซื้ออาหารจากร้านที่สะอาด ในส่วนของการจัดเลี้ยงเป็นหมู่คณะ ซึ่งต้องปรุงอาหารจำนวนมาก ควรเสิร์ฟอาหารหลังปรุงไม่เกิน 6ชั่วโมง เพื่อป้องกันอาหารบูดเน่า อันเป็นที่มาของโรคระบบทางเดินอาหาร

 

ที่มา  หนังสือพิมพ์ แนวหน้า  วันที่ 15/12/2008

< Previous   Next >