Home arrow News arrow พบโรคอุบัติใหม่ในไก่ทำลายย่อยยับ
พบโรคอุบัติใหม่ในไก่ทำลายย่อยยับ Print E-mail
User Rating: / 0
PoorBest 
Post by Administrator   
อังคาร, 28 ตุลาคม 2008

        หน่วยงานชันสูตรโรคสัตว์ คณะสัตวแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ วิทยาเขตกำแพงแสน ได้รับตัวอย่างลูกไก่เนื้อเพื่อเลี้ยงเป็นพ่อแม่พันธุ์อายุอยู่ในช่วง 3-7 วัน แสดงอาการซึมอ่อนเพลีย

บางตัวชักและตายภายในระยะเวลาไม่เกิน 12 ชั่วโมง หลังแสดงอาการป่วย สร้างความเสียหาย 10-15% ของฝูง

ความเสียหายที่เกิดขึ้นเป็นเวลาประมาณ  1 สัปดาห์ หลังจากนั้นปัญหาดังกล่าวค่อยๆ คลี่คลายไป  ไก่ที่รอดชีวิตมักจะแคระแกร็นไม่สมบูรณ์ สำหรับรอยโรคที่พบเด่นชัดมักจะเกิดในไก่อายุน้อย นอกจากนั้นยังพบในนกพิราบ ห่าน ไก่งวง นกกระทา ซึ่งจะมีระยะฟักตัวประมาณ 3-7 วัน ที่สำคัญคือโรคนี้มีการถ่ายทอดเชื้อจากแม่สู่ลูกไก่โดยผ่านไข่  จึงมีผลต่อการฟักออกของลูกไก่และความเสียหายระหว่างการฟักไข่ด้วย เมื่อตรวจดูรอยโรคจากซากจะพบการอักเสบของตับและตับอ่อน  ในรายเรื้อรังจะพบจุดเนื้อตายเป็นหย่อมๆ ที่ตับและตับอ่อน อาจพบของเหลวจำนวนมากที่ถุงหุ้มหัวใจ

หลังจากที่ทำการวิจัยและตรวจทางห้องปฏิบัติการ พบว่าไก่ดังกล่าวป่วยเป็นโรค "อินคลูชั่น  บอดี เฮปาโตติส" ซึ่งโรคนี้ไม่ติดต่อสู่คน และสามารถบริโภคไข่และเนื้อไก่ได้ตามปกติ โดยโรคนี้เกิดจากเชื้อไวรัส "เอเวียน อะดีโนไวรัส กลุ่ม 1" ซึ่งมีหลายสายพันธุ์และก่อให้เกิดโรคอินคลูชั่น บอดี เฮปาไตติส ในระดับความรุนแรงที่ต่างกัน เท่าที่พบในปัจจุบันมีการแยกกลุ่มของเชื้อโรคนี้เป็น 12 กลุ่มย่อย

เชื้ออะดีโนไวรัสนี้จะก่อให้เกิดโรคไข่ลด เปลือกไข่นิ่มในไก่ แต่สำหรับเชื้ออะดีโนไวรัสที่ก่อให้เกิดโรคอินคลูชั่น  บอดี เฮปาไตติสนี้ จะเป็นคนละชนิดกับโรคไข่ลดไข่นิ่ม โดยโรคอินคลูชั่น บอดี เฮปาไตติส สามารถติดต่อระหว่างไก่ด้วยกันทางอาหารและน้ำดื่มที่มีเชื้อนี้อยู่ และสามารถถ่ายทอดจากแม่ไก่ที่ติดเชื้อนี้มายังลูกไก่ได้โดยทางไข่

ลักษณะทั่วไปของเชื้อนี้เป็นดีเอ็นเอในรูปหกเหลี่ยมขนาด 70-80 นาโนเมตร  เจริญและเพิ่มจำนวนได้ดีในเซลล์ตับของไก่และสัตว์ปีก ซึ่งจะทำให้เกิดความเสียหายทางเศรษฐกิจไก่เนื้อ ทำให้การฟักออกเป็นตัวของลูกไก่ลดลง ไข่ตายโคมมากขึ้น แม้ลูกไก่ที่ฟักออกมาได้ก็จะอ่อนแอและแสดงอาการป่วยได้ภายใน 3 สัปดาห์ จึงควรมีการเฝ้าระวังโรคนี้โดยเฉพาะอย่างยิ่งในฝูงพ่อแม่พันธุ์ แม้โรคนี้จะติดต่อระหว่างไก่ด้วยกัน แต่ก็แพร่จากที่หนึ่งไปอีกที่หนึ่งได้โดยคน ยานพาหนะ ภาชนะและอุปกรณ์ต่างๆ ที่ใช้ในฟาร์ม นกที่อาศัยอยู่ในฟาร์มและสัตว์อื่นที่จะนำเชื้อได้คือหนู แมลงวัน แมลงสาบ

ฟาร์มที่เกิดปัญหานี้ควรระวังไม่ให้เชื้อแพร่กระจายไปยังฝูงอื่น และไม่แนะนำให้นำไข่จากฝูงเข้าฟักและระบบป้องกันไข้หวัดนกก็ใช้ได้ดีในโรคนี้เช่นกัน ทั้งสามารถทำลายเชื้อนี้ได้ด้วยน้ำยาฆ่าเชื้อในกลุ่มกลูตาร์อัลดีไฮต์  และควรกำจัดเชื้อในสิ่งปูรองอย่างมีประสิทธิภาพด้วย ซึ่งเกษตรกรสามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่หน่วยงานชันสูตรโรคสัตว์  คณะสัตวแพทยศาสตร์  มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ วิทยาเขตกำแพงแสน โทร 0-3435-1901-3 ต่อ 1201.

 

ที่มา  หนังสือพิมพ์ ไทยโพสต์  28 ตุลาคม 2551   

< Previous   Next >