Home arrow News arrow ไทยพบผู้ป่วยวัณโรคปอดมากเป็นอันดับ 18 ของโลก
ไทยพบผู้ป่วยวัณโรคปอดมากเป็นอันดับ 18 ของโลก Print E-mail
User Rating: / 0
PoorBest 
Post by Administrator   
พุธ, 22 ตุลาคม 2008

        เวลา 09.30 น. โรงแรมสีมาธานี ถ.มิตรภาพ อ.เมือง นครราชสีมา นพ.ปราชญ์ บุณยวงศ์วิโรจน์ ปลัดกระทรวงสาธารณสุข ได้เป็นประธานในพิธีเปิดการประชุมวิชาการเครือข่ายวัณโรค และโรคเอดส์ เขต 14 โดยมีนายชาญวิทย์ วสยางกูร รอง ผวจ.นครราชสีมา นพ.วิชัย ขัตติยวิทยากุล สาธารณสุขจังหวัดนครราชสีมา

        พร้อมแพทย์ พยาบาล เภสัชกร จนท.อนามัย และอาสาสมัครสาธารณสุข ( อสม. ) ที่ปฏิบัติหน้าที่ในเขต 14 ซึ่งมี 4 จังหวัด คือนครราชสีมา,สุรินทร์,ชัยภูมิ และบุรีรัมย์ จำนวน 520 คน เข้าร่วมรับฟัง การชี้แจงมอบนโยบายให้ทุกจังหวัดเร่งสกัดการแพร่ระบาดของวัณโรค ซึ่งจะเป็นการพัฒนาระบบควบคุมการป้องกันการแพร่ระบาดของวัณโรค และโรคเอดส์ อย่างมีประสิทธิภาพ และเป็นรูปธรรม และมีกำหนดการเดินทางไปตรวจเยี่ยมการดำเนินการป้องกันควบคุมวัณโรค ที่ทัณฑสถานหญิงนครราชสีมา อ.สีคิ้ว นครราชสีมา

นพ.ปราชญ์ กล่าวว่า ขณะนี้วัณโรคกำลังกลับมาเป็นปัญหาใหม่ ที่กำลังคุกคามประชากรทั่วโลก โดยเฉพาะวัณโรคปอด ที่สามารถแพร่เชื้อสู่มนุษย์ได้ง่ายมาก องค์การอนามัยโลก ได้จัดให้ประเทศไทย มีผู้ป่วยมากเป็นลำดับที่ 18 จาก 22 ประเทศทั่วโลก จากข้อมูลในปีนี้ ( พ.ศ 2551 ) ประเทศไทยมีอัตราผู้ป่วยรายใหม่ค่อนข้างสูง จำนวน 9 หมื่นราย ในจำนวนนี้อยู่ในระยะแพร่เชื้อประมาณ 4 หมื่นราย และเสียชีวิตกว่า 1.3 หมื่นราย

การระบาดของวัณโรคครั้งใหม่ ได้เกี่ยวข้องกับโรคเอดส์ โดยพบผู้ที่ติดเชื้อเอช ไอ วี เสี่ยงเป็นวัณโรคร้อยละ 50 ส่วนคนทั่วไปเสี่ยงร้อยละ 5-10 ปัญหาที่ต้องเร่งแก้ไขโดยด่วน คือต้องเร่งค้นหาผู้ป่วยให้นำมาบำบัดรักษาอย่างถูกต้อง และมากที่สุด พร้อมกับกินยาครบสูตร 6 เดือน

สำหรับวัณโรคปอด ติดต่อกันได้โดยฝอยละอองเสมหะจากการไอจาม ผู้ป่วยวัณโรคจะมีอาการไอเรื้อรังนานกว่า 2 สัปดาห์ มีไข้ต่ำ ในช่วงบ่าย หรือเย็น เหงื่อออกเวลากลางคืน อ่อนเพลีย เบื่ออาหาร น้ำหนักลด ควรรีบไปปรึกษาแพทย์ทันที

ส่วนแนวทางการป้องกันได้เร่งออกค้นหาผู้ป่วยให้ครอบคลุมทุกพื้นที่ ให้ได้ร้อยละ 70 ของผู้ป่วยระยะแพร่เชื้อ โดยเน้นตามพื้นที่ชุมชนแออัด และในเรือนจำ กลุ่มผู้สูงอายุ และผู้ติดเชื้อเอช ไอ วี เพื่อนำเข้าสู่ระบบการรักษาที่ถูกต้อง ให้ได้มากกว่าร้อยละ 85 พร้อมจัดบริการปรึกษา ตรวจหาเชื้อเอช ไอ วี ในผู้ป่วยวัณโรคทุกราย ซึ่งถือเป็นตัวชี้วัดการทำงาน โดยจะมีผู้ตรวจราชการติดตามกำกับทุกเดือน มั่นใจภายใน 7-10 ปี จะสามารถลดผู้ป่วยรายใหม่ให้เหลือไม่เกินปีละ 4.5 หมื่นราย อัตราผู้ป่วยจะลดลงกว่าครึ่งหนึ่ง ทั้งนี้ในการดำเนินการรักษาทางสาธารณสุข และโรงพยาบาลทั่วประเทศจะให้การรักษาฟรี

ทางด้าน นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดนครราชสีมา กล่าวว่า ได้ระดมอาสาสมัครค้นหาผู้ป่วยวัณโรคแบบปูพรม จากประชากร 2.6 ล้านคน ในการควบคุมป้องกันวัณโรค มีการจัดหน่วยแพทย์พยาบาลหมุนเวียนไปตรวจสอบรักษาโรคเรือนจำทั้ง 7 แห่ง คือ อ.เมือง 1 แห่ง อ.บัวใหญ่ 1 แห่ง และ อ.สีคิ้ว 5 แห่ง สำหรับทัณฑสถานหญิงนครราชสีมา มีผู้ต้องขัง 2,381 คน มีการตรวจเสหะของผู้ต้องขังรายใหม่ทุกราย ทุก 6 เดือน มีอาสาสมัครเรือนจำเป็นผู้ติดตามสังเกตอาการ และดูแลการกินยาร่วมกับพยาบาล พบผู้ป่วย 14 ราย ได้ให้ยากินรักษา และแยกออกจากผู้ต้องขังอื่นเป็นเวลา 6 เดือนจนหายขาด

ส่วนผู้ต้องขังที่ย้ายเรือนจำ หรือพ้นโทษ แต่ยังกินยาไม่ครบ จะมีการประเมินติดตามอย่างต่อเนื่อง ผลการตรวจเรือนจำทั้ง 5 แห่ง พบ 55 คน

 

ที่มา  สำนักข่าวเนชั่น วันพุธที่ 22 ตุลาคม พ.ศ. 2551

< Previous   Next >