Home arrow News arrow เตือนอย่ากินปลาตายบางแสน
เตือนอย่ากินปลาตายบางแสน Print E-mail
User Rating: / 0
PoorBest 
Post by Administrator   
อังคาร, 14 ตุลาคม 2008
นักวิชาการชี้ปรากฏการณ์น้ำทะเลเปลี่ยนเป็นสีน้ำตาลแดงที่บางแสน เกิดจากแพลงก์ตอน เตือนประชาชนอย่าด่วนบริโภคปลา ปู กุ้ง หอยที่ลอยตาย เพราะแพลงก์ตอนบางชนิดสร้างสารพิษได้

ผศ.ดร.สมถวิล  จริตควร  ภาควิชาวาริชศาสตร์ คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยบูรพา กล่าวถึงกรณีน้ำทะเลเปลี่ยนเป็นสีน้ำตาลแดงบริเวณชายหาดบางแสน  จ.ชลบุรี จนเป็นเหตุให้สิ่งมีชีวิตตายลงจำนวนมาก  ว่าเป็นปรากฏการณ์น้ำทะเลเปลี่ยนสี  หรือปรากฏการณ์ขี้ปลาวาฬ(water  discolouration  หรือ  red tide) เป็นปรากฏการณ์ธรรมชาติที่เกิดจากการเจริญเติบโตและเพิ่มปริมาณอย่างรวดเร็วของแพลงก์ตอนพืช  เนื่องจากแพลงก์ตอนเหล่านี้ต่างก็มีสีในตัวเอง  เมื่อเจริญเติบโตจำนวนมากก็จะทำให้น้ำทะเลเปลี่ยนไปตามสีของแพลงก์ตอนชนิดที่มีมากในขณะนั้น  ทั้งนี้ ผลการเก็บตัวอย่างน้ำทะเลบางแสนมาวิเคราะห์ พบว่าปรากฏการณ์น้ำทะเลเปลี่ยนเป็นสีน้ำตาลแดงครั้งนี้ เกิดขึ้นจากการบลูม (Bloom) ของแพลงก์ตอนกลุ่มคีโตเซอรอส  (Chaetoceros  spp.)  ซึ่งเป็นสาหร่ายขนาดเล็กที่เซลล์มีรูปร่างเป็นทรงกระบอกต่อกันเป็นสายยาว และยังไม่เคยมีรายงานว่าสร้างสารพิษ

"สาเหตุการเกิดปรากฏการณ์น้ำทะเปลี่ยนสี  คาดว่าเกิดจากช่วงนี้มีฝนตกหนักบ่อยครั้ง เกิดการชะล้างเอาแร่ธาตุจากหน้าดินไหลลงสู่ทะเลจำนวนมาก  กอปรกับน้ำทิ้งจากบ้านเรือนที่มีปริมาณธาตุอาหาร  เช่น ไนโตรเจนและฟอสเฟตมากอยู่แล้ว จึงยิ่งเหมือนเติมปุ๋ยลงน้ำทะเล ขณะเดียวกันอุณหภูมิ  ความเค็มของน้ำทะเล  รวมถึงแสงแดดอยู่ในช่วงพอเหมาะ จึงทำให้แพลงก์ตอนเกิดการสังเคราะห์แสงและเจริญเติบโตอย่างรวดเร็วปกคลุมผิวหน้าน้ำ"

ผศ.ดร.สมถวิลกล่าวว่า  เมื่อมีปริมาณแพลงก์ตอนมากก็ยิ่งทำให้มีการใช้ออกซิเจนในการหายใจมากตามไปด้วย  ออกซิเจนที่อยู่ในน้ำจึงลดลงอย่างรวดเร็ว ส่งผลทำให้น้ำเริ่มเน่า สิ่งมีชีวิตทั้งในน้ำ สัตว์หน้าดิน และสัตว์ที่ฝังตัวอยู่ตัวในดิน เริ่มขาดอากาศหายใจและตายเป็นจำนวนมาก  ทั้งปลา  ไส้เดือนดิน  หอยทับทิม ปูเสฉวน หอยเสียบ ปูม้า ปลาลิ้นหมา และพบว่าชาวบ้านเก็บปู  ปลา เพื่อนำไปประกอบอาหาร จึงอยากเตือนว่าไม่สามารถทำได้เช่นนี้ทุกครั้งไป  เพราะแม้ว่าการบลูมของแพลงก์ตอนกลุ่มคีโตเซอรอสครั้งนี้จะไม่มีพิษ  แต่ในน้ำทะเลมีแพลงก์ตอนมากกว่า  5,000  ชนิด ซึ่งชนิดที่ทำให้เกิดปรากฏการณ์น้ำทะเลเปลี่ยนสีมีถึง 300 ชนิด  และในจำนวนนั้นมีกว่า  40  ชนิดที่ผลิตสารพิษได้ 

"สารพิษนี้จะเข้าสู่ห่วงโซ่อาหารของมนุษย์ได้จากการที่สัตว์น้ำกินแพลงก์ตอนพืชกลุ่มนี้เข้าไป  พิษจะถูกสะสมอยู่ในตัวของสัตว์ทะเล  เช่น หอย โดยที่ไม่เกิดอันตราย แต่จะไปมีผลต่อผู้บริโภคแทน  ทั้งนี้ พิษบางชนิดรุนแรงถึงขั้นเสียชีวิตได้  อาทิ  พิษอัมพาตในหอย (paralytic shellfish  poison,  PSP)  เกิดจากการบริโภคหอยสองฝา เช่น หอยแมลงภู่ และหอยนางรมที่กรองแพลงก์ตอนพืชบางชนิดของกลุ่มอเล็กซานเดรียม   (Alexandrium  sp.) หรือกลุ่มไพโรดิเนียม  (Pyrodinium  sp.)  เป็นต้น  แพลงก์ตอนเหล่านี้จะสร้างสารพิษต่อระบบประสาท  ที่สำคัญสารพิษนี้ละลายได้ในน้ำ  และมีคุณสมบัติทนต่อความร้อนที่ใช้ในการปรุงอาหาร  จึงไม่สามารถทำลายด้วยการหุงต้ม  โดยผู้ที่ได้รับสารพิษจะมีอาการชาบริเวณปาก  ลิ้น และปลายนิ้วหายใจลำบาก  กล้ามเนื้อเป็นอัมพาต  และอาจเสียชีวิตเนื่องจากการล้มเหลวของระบบหายใจ เป็นต้น" ผศ.ดร.สมถวิลกล่าว

ทั้งนี้ ในเมืองไทยได้มีรายงานการเกิดน้ำแดงที่เป็นพิษอัมพาต (PSP)  ครั้งแรกเมื่อเดือนพฤษภาคม  พ.ศ.2526 โดยเกิดที่ปากแม่น้ำปราณบุรี จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ มีผู้ป่วย 63 ราย และเสียชีวิต  1 ราย เนื่องจากกินหอยแมลงภู่ที่จับมาจากบริเวณที่เกิดน้ำแดง.

 

ที่มา หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์ 14 ตุลาคม 2551  
< Previous   Next >