Home arrow News arrow การป้องกันการแพร่เชื้อเอชไอวีจากแม่สู่ลูก
การป้องกันการแพร่เชื้อเอชไอวีจากแม่สู่ลูก Print E-mail
User Rating: / 0
PoorBest 
Post by Administrator   
พฤหัสบดี, 21 สิงหาคม 2008

คอลัมน์ พบแพทย์จุฬา
โดย รศ.นพ.สุรสิทธิ์ ชัยทองวงศ์วัฒนา



แต่ละปีทั่วโลกมีทารกและเด็กที่เกิดจากการติดเชื้อเอชไอวีรายใหม่ราวสี่แสนราย ซึ่งเกือบทั้งหมดได้รับเชื้อเอชไอวีโดยการแพร่เชื้อจากแม่สู่ลูก และส่วนใหญ่เป็นเด็กในประเทศกำลังพัฒนาในแถบแอฟริกา

การแพร่เชื้อเอชไอวีจากแม่สู่ลูกสามารถเกิดได้ในระยะที่อยู่ในครรภ์ ระยะคลอด และแพร่ผ่านการดูดนมมารดา โดยมีปัจจัยที่สำคัญคือปริมาณไวรัสในเลือดโดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงใกล้คลอดและระยะคลอดเนื่องจากเป็นช่วงที่ทารกมีโอกาสสัมผัสกับเลือดและสิ่งคัดหลั่งของมารดามากที่สุด และมีโอกาสติดเชื้อสูงสุด

การลดปริมาณไวรัสในเลือดมารดาโดยการให้ยาต้านไวรัสตั้งแต่ในระยะตั้งครรภ์และระยะคลอดจึงมีความสำคัญอย่างสูงในการป้องกันการแพร่เชื้อเอชไอวีจากแม่สู่ลูก

ทั้งนี้ ปัจจุบันแนะนำให้ใช้ยาต้านไวรัสหลายชนิดร่วมกันเพื่อผลในการลดปริมาณไวรัสในเลือดให้เหลือน้อยที่สุด กรณีที่ยังพบปริมาณไวรัสในเลือดมากกว่า 1,000 copies ต่อมิลลิลิตรในช่วงใกล้คลอด การผ่าท้องคลอดก็สามารถลดความเสี่ยงของการแพร่เชื้อเอชไอวีจากแม่สู่ลูกลงได้ หลังคลอดทารกต้องทานนมผสมและควรได้รับยาต้านไวรัสเอแซดทีประมาณสี่ถึงหกสัปดาห์

จะเห็นได้ว่าการทราบผลเลือดของมารดามีความสำคัญ หญิงตั้งครรภ์จึงควรได้รับการตรวจครรภ์แต่เนิ่นๆ ในอดีตที่ยังไม่มียาต้านไวรัสและความเข้าใจในการดูแลหญิงตั้งครรภ์ติดเชื้อเอชไอวี ทารกมีความเสี่ยงที่จะติดเชื้อประมาณร้อยละ 25 แต่การดูแลรักษาที่กล่าวมาแล้วสามารถลดการติดเชื้อในทารกลงเหลือเพียงน้อยกว่าร้อยละ 2

การลดจำนวนทารกและเด็กติดเชื้อเอชไอวี นอกจากป้องกันการแพร่เชื้อเอชไอวีจากแม่สู่ลูกเมื่อมีการตั้งครรภ์ การคุมกำเนิดที่เหมาะสม การใช้ถุงยางอนามัย การล้างอสุจิและช่วยเจริญพันธุ์กรณีที่ต้องการมีบุตรในครอบครัวซึ่งสามีมีการติดเชื้อเอชไอวีขณะที่ภรรยาไม่มีการติดเชื้อ

 

 

ที่มา มติชนรายวัน วันที่ 21 สิงหาคม พ.ศ. 2551 ปีที่ 31 ฉบับที่ 11121 

Last Updated ( ศุกร์, 22 สิงหาคม 2008 )
< Previous   Next >