Home arrow News arrow เอดส์รู้เร็วรักษาได้ แต่ HIV รักษาไม่หาย
เอดส์รู้เร็วรักษาได้ แต่ HIV รักษาไม่หาย Print E-mail
User Rating: / 4
PoorBest 
Post by Administrator   
อาทิตย์, 17 สิงหาคม 2008

        

Image

 

 

        “เอดส์ รู้เร็ว รักษาได้” เป็นโครงการที่ได้รับการสนับสนุนจากสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) และสำนักงานบริหารโครงการกองทุนโลก (Global Fund to Fight AIDS, TB and Malaria)

กระทรวงสาธารณสุขพุ่งเป้าไปที่ ผู้ติดเชื้อเอชไอวี และ ผู้ป่วยเอดส์ ที่ยังไม่ได้รับการรักษา ให้เข้าสู่กระบวนการรักษาเร็วขึ้น

คาดการณ์ว่า...ปัจจุบันมีผู้ติดเชื้อเอชไอวีเกือบ 40 คนต่อวัน

        มูลนิธิเข้าถึงเอดส์ ระบุว่า คนไทยติดเชื้อเอชไอวีแล้วกว่า 800,000 คน แต่มีเพียง 140,000 คน ที่ได้รับการรักษาด้วยยาต้านไวรัส

ส่วนใหญ่จะมารับการรักษาก็ต่อเมื่อป่วยมาก หรือมาในภาวะที่ภูมิคุ้มกันต่ำมาก ทำให้การรักษามีขั้นตอนซับซ้อน มีโอกาสเสียชีวิตสูง

ข้อควรรู้...ตั้งแต่เดือนตุลาคม 2548 สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) เพิ่มสิทธิประโยชน์ด้านการดูแลรักษาด้วยยาต้านไวรัส และ กระทรวงสาธารณสุขประกาศใช้มาตรการใช้สิทธิตามสิทธิบัตร (CL)

ส่งผลให้ระบบบริการสาธารณสุขมีความพร้อมดูแลรักษาผู้ติดเชื้อเอชไอวี ผู้ป่วยเอดส์ได้มากขึ้น หากใช้สิทธิบัตรทอง ประกันสังคม สวัสดิการข้าราชการ...ก็รักษาฟรี

โลกเราเรียนรู้ รู้จักเอดส์มา 20 ปีแล้ว โรคเอดส์เป็นปัญหาที่สะสมมานาน แต่คนจำนวนไม่น้อยไม่รู้ข้อมูลที่เปลี่ยนไป ยังมีความคิด ความเชื่อที่เป็นอุปสรรคต่อการรักษา

ที่สำคัญ...ยังเชื่อว่า เอดส์ไม่มีทางรักษา รักษาไปก็ไม่มีอะไรดีขึ้น

ผู้ที่รู้ตัวว่าติดเชื้อได้แต่เก็บตัว ไม่กล้าออกมารับการรักษา

ผนวกกับผู้ติดเชื้อจำนวนมากไม่รู้ว่าติดเชื้อจนกระทั่งป่วย ทำให้ที่ผ่านมา มีผู้ติดเชื้อเอชไอวีเสียชีวิตเร็วกว่าที่ควร

ปัญหาใหญ่ผู้ติดเชื้อ คือ การไม่ได้รับการรักษาที่เหมาะสม ทั้งด้วยความไม่รู้ของผู้ติดเชื้อ และความไม่เข้าใจ...“เอดส์ รู้เร็ว รักษาได้” จะช่วยให้ทุกคนรู้ว่า ตนเองมีสิทธิที่จะได้รับการรักษาภายใต้ระบบหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้า

นับตั้งแต่บริการให้คำปรึกษา ตรวจหาการติดเชื้อเอชไอวีกับผู้ที่มีพฤติกรรมเสี่ยง หากพบว่าติดเชื้อจะได้รับการตรวจทางห้องปฏิบัติการที่จำเป็น ประเมินสภาวะสุขภาพ เพื่อวางแผนการรักษา

หากถึงเกณฑ์ต้องได้รับยา จะได้รับการรักษาตามมาตรฐาน รวมไปถึงได้รับถุงยางอนามัย เพื่อการมีเพศสัมพันธ์ที่ปลอดภัย

ปัจจุบัน เรารู้ว่า...เชื้อเอชไอวีเข้าไปทำลายเม็ดเลือดขาว ซึ่งเป็นกลไกหลักในระบบสั่งการของการป้องกันเชื้อโรคต่างๆของร่างกาย

ทางการแพทย์ การให้ยาต้านไวรัส จะป้องกันไม่ให้เชื้อเอชไอวีทำลายเม็ดเลือดขาว ในทางอ้อมเท่ากับเสริมสร้างระบบภูมิคุ้มกันของร่างกายขึ้นมาใหม่ ทำให้กลับมามีร่างกายที่แข็งแรง หายจากการเจ็บป่วยจากโรคติดเชื้อฉวยโอกาสต่างๆ

ผู้ป่วย...ต้องดูแลรักษาตัวเอง ด้วยยาต้านไวรัสอย่างต่อเนื่องไปตลอด เหมือนกับผู้ป่วยโรคเรื้อรังที่รักษาไม่หายอื่นๆ เช่น โรคเบาหวาน โรคหัวใจ

การตรวจระดับภูมิคุ้มกัน (CD4) เป็นการตรวจเลือดนับจำนวนเม็ดเลือดขาว ถ้าซีดี 4 ลดลงเหลือ 200 หรือต่ำกว่า...โอกาสเกิดโรคติดเชื้อฉวยโอกาสจะปรากฏมากขึ้น

อาทิ ริ้วขาวข้างลิ้น เชื้อราในปาก เชื้อราในหลอดอาหาร เริมที่อวัยวะเพศบ่อยเดือนละครั้ง ตุ่มพีพีอี งูสวัดรุนแรง วัณโรค เยื่อหุ้มสมองอักเสบ ปอดอักเสบ

จำไว้ว่า...อาการของโรคเหล่านี้ ป้องกันไม่ให้เกิดได้

หรือเมื่อเกิดแล้ว รักษาให้หายได้

กรณีหญิงตั้งครรภ์ จะมีการให้ยาต้านไวรัส...เพื่อลดโอกาสส่งเชื้อต่อให้ลูก

ผลสรุปจากการศึกษาพบว่า หากได้รับยาต้านไวรัสสูตรที่เหมาะสมระหว่างตั้งครรภ์จนกระทั่งคลอด และให้เด็กกินยาต้านต่อหลังคลอด 1-6 สัปดาห์ ร่วมกับการเลี้ยงลูกด้วยนมผง จะช่วยลดอัตราที่เด็กจะติดเชื้อจากแม่ได้มาก

นี่คือความหวังสำหรับผู้ติดเชื้อที่ต้องการมีลูก วันนี้...ถึงจะป้องกันไม่ได้ร้อยเปอร์เซ็นต์ แต่ช่วยลดอัตราการติดเชื้อจากร้อยละ 30 เหลือร้อยละ 2-8

“เอดส์ รักษาได้” จะทำให้ทุกคนมีความเข้าใจดีขึ้น เมื่อผู้ติดเชื้อ...ผู้ป่วยเอดส์ถูกควบคุมจนมีปริมาณเชื้อเอชไอวีลดลง ก็หมายถึง โอกาสที่จะส่งต่อเชื้อให้ผู้อื่นลดลงไปด้วย

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่มูลนิธิเข้าถึงเอดส์ โทร. 0-2372-2222 ได้ทุกวัน ตั้งแต่เวลา 10.00-20.00 น. หรือคลิกไปที่ www.aidsaccess.com

เปิดบันทึก “แก้วไดอารี่ เว็บบอร์ด” เว็บไซต์ www.kaewdiary.com ที่ซึ่งมีแต่กำลังใจ และ...กำลังใจ สำหรับคนหัวอกเดียวกัน อายุครบ 7 ขวบไปเมื่อวันอาทิตย์ที่ 13 กรกฎาคมที่ผ่านมา
mookaew เจ้าของไดอารี่ เขียนไว้เช้าวันที่ 31 กรกฎาคม ว่า...วันนี้ หายไข้แล้ว หลังนอนซมอยู่ 3-4 วัน...น้ำมูกยังไหล ก็กินยาลดน้ำมูก ทำให้ง่วงทั้งวัน เผลอไม่ได้ เผลอเป็นหลับ เบื่อตัวเองมากๆๆ เพราะไม่ได้ทำอะไรเลย

เมื่อวาน นั่งทานข้าวเย็นหน้าทีวีกับคุณอา ก็ต้องสะดุ้งกับสกู๊ปข่าวสั้นๆ บอกว่าสำนักเขตอะไรสักเขตนี่ล่ะ รณรงค์เรื่องโรคเอดส์ แล้วก็บอกว่า “เอดส์รักษาหาย ให้รีบไปหาหมอกันซะตั้งแต่แรก...”

“หุ หุ...จะขำก็ขำไม่ออก ใครหนอช่างเขียนข่าว เอดส์นะเฟ้ย...ไม่ใช่หวัด หรือไข้เลือดออก ถ้ารักษาหายคงหายไปนานแล้ว เราไปหาหมอตั้งแต่แรกๆ ที่รู้ว่าติดเชื้อ...7 ปีผ่านไป ก็ยังเป็นเอดส์อยู่แฮะ”

น่าเศร้า...ที่ความรู้ความเข้าใจที่ถูกต้องเกี่ยวกับเอดส์ยังมีน้อยมาก แม้ เวลาจะผ่านมานานแล้ว สมัยแรกๆตอนโรคเข้ามาในเมืองไทยใหม่ๆ ก็ทำประชาสัมพันธ์ซะน่าเกลียดน่ากลัว จนคนฝังใจรังเกียจโรคเอดส์ และคนเป็นเอดส์มาจนทุกวันนี้

มาวันนี้ก็ทำประชาสัมพันธ์แบบคิกขุว่า...รักษาหาย “เอดส์น่ะ! เป็นแล้วเป็นเลย ไม่มีทางหายนะ ตอนนี้...มีแค่ยาต้านไวรัส กินเพื่อกดเชื้อไว้เท่านั้น”

mookaew ระบายต่อไปว่า ทุกวันนี้...คนก็ยังไม่เข้าใจ มีกระทู้ถามอยู่เรื่อยๆ ยุงกัดจะติดเอดส์มั้ย? กินน้ำหลอดเดียวกันจะติดเอดส์มั้ย? กินสมุนไพรตัวนี้แล้วจะหายมั้ย?

จะว่าไปแล้ว...เอดส์เป็นโรคที่ล้มเหลวทางการประชาสัมพันธ์ ในการให้ความรู้ความเข้าใจอย่างมาก

mookaew บอกอีกว่า เจ้าไวรัส HIV นี่เธอมีเสน่ห์นะ เธอมีความสามารถเฉพาะที่ไม่เหมือนกันเลย คนที่ติดเชื้อ HIV เหมือนกัน เป็นโรค AIDS เหมือนกัน...กินยาตัวเดียวกัน บางทียังมีอาการไม่เหมือนกัน เป็นอะไร...หมอก็ยังไม่รู้

เพื่อนสนิทคนนึง กินยาต้านพร้อมๆกัน ยังนอนอยู่โรงพยาบาล เดินไม่ได้มาเดือนกว่าแล้ว โดนเจาะไขสันหลังไป 2 รอบ หมอก็หาสาเหตุไม่ได้ว่า... ทำไมอยู่ดีๆ แขนขาชา

โทร.ไปหาก็สงสาร ตอนแรกๆก็มีกำลังใจกันดี คุยกันขำๆ ว่าอะไรกันนักหนาเนอะชีวิต ปลอบใจกันว่าเดี๋ยวคงจะเดินได้...

นอนโรงพยาบาล 1 เดือนเต็ม เริ่มไม่ขำ คนโทร.ไปก็หมดมุกให้กำลังใจ... ลางาน 1 เดือนแล้ว จะลาต่อยังไง ที่ทำงานก็เริ่มสงสัย ครอบครัวก็เริ่มลำบากที่ต้องเฝ้าดูแล

“เรื่องมันเศร้า...แต่ทำงัยได้ ก็ต้องสู้กันต่อไป”

คุณอันดามัน เพื่อนร่วมไดอารี่ออนไลน์ แสดงความเห็นว่า ตามความรู้สึกของคนทั่วๆไปที่ไม่ได้เป็นโรคนี้ มักจะเหมารวมว่าผู้ติดเชื้อเอชไอวี

ก็คือ...คนเป็นเอดส์

ความจริง ผู้ติดเชื้อเอชไอวี กับ ผู้ป่วยเป็นโรคเอดส์ หรือผู้ป่วยเอดส์ ต่างกัน...ผู้ติดเชื้อเป็นผู้ที่ได้รับเชื้อเอชไอวีเข้าสู่ร่างกาย หากภูมิคุ้มกันของร่างกายไม่ลดลงจนทำให้เชื้อโรคต่างๆที่มีอยู่ในร่างกายกำเริบ แสดงอาการได้ คนคนนั้น ก็เป็นแค่...ผู้ติดเชื้อเอชไอวี

ร่างกายมีลักษณะปกติเหมือนคนทั่วไปที่ไปรับเชื้อโรคต่างๆไว้ในร่างกายแล้ว... ภูมิคุ้มกันกดไว้ไม่ให้แสดงอาการ

เมื่อใดเชื้อโรคต่างๆในร่างกายกำเริบ แสดงอาการของโรคได้ ที่เรียกว่า... โรคแทรกซ้อน หรือโรคฉวยโอกาส คนคนนั้นจึงจะเรียกว่าเป็น “ผู้ป่วยเอดส์”

หรือ...คนที่ติดเชื้อเอชไอวี มีภูมิคุ้มกันลดลงต่ำมาก จนเกิดอาการสัมพันธ์ กับเอดส์ ก็เรียกว่า “ผู้ป่วยเอดส์”

ตามสถานพยาบาล รวมทั้งแพทย์ผู้รักษา จึงมักบอกว่า “โรคเอดส์” หรือ “โรคแทรกซ้อน” รักษาให้หายได้หากไปพบแพทย์ แต่...ต้องย้ำพ่วงท้ายไว้ด้วยว่า “โรคเอดส์รักษาให้หายได้ แต่การเป็นผู้ติดเชื้อเอชไอวี ยังรักษาไม่หายขาด”

สรุปว่า...ระหว่างผู้ติดเชื้อเอชไอวี กับผู้ป่วยเอดส์ แตกต่างกัน เพราะบางคนเป็นผู้ติดเชื้อเอชไอวี แต่ยังไม่เคยเป็นโรคเอดส์เลยก็ยังมี

ดังนั้น ถ้าเป็นโรคเอดส์ อย่าหดหู่ท้อใจ ให้รีบไปพบแพทย์เสียในวันนี้.

 

ที่มา หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ  16 ส.ค. 51

Last Updated ( อาทิตย์, 17 สิงหาคม 2008 )
< Previous   Next >