Home arrow News arrow แพทย์มช.วิจัย"เวย์โปรตีน" ลด"ไขมัน"สะสมคั่งในตับ
แพทย์มช.วิจัย"เวย์โปรตีน" ลด"ไขมัน"สะสมคั่งในตับ Print E-mail
User Rating: / 1
PoorBest 
Post by Administrator   
เสาร์, 09 สิงหาคม 2008

        รศ.ดร.นพ.ประสงค์ เทียนบุญ หัวหน้าหน่วยโภชนศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ หัวหน้าทีมวิจัยทางคลีนิคด้วยเวย์โปรตีน HMS 90 เปิดเผยงานวิจัยโดยใช้เวย์โปรตีนไอโซเลตเสริมอาหารให้กับผู้ป่วยโรคตับอักเสบจากการคั่งสะสมของไขมันในตับที่มิได้มีสาเหตุมาจากการเสพแอลกอฮอล์ โดยได้เริ่มทำการวิจัยตั้งแต่เดือนเมษายนปี 2550 มีกลุ่มเป้าหมายการวิจัยเป็นผู้ป่วยที่มีไขมันสะสมในตับจำนวน 38 คน อายุเฉลี่ย 48 ปี เป็นเพศหญิง 20 คน เพศชาย 18 คน ส่วนใหญ่หรือ 92% เป็นผู้ที่มีน้ำหนักตัวเกินหรือเป็นโรคอ้วน โดยมีแนวโน้มที่จะมีปัญหาเรื่องของไขมันพอกในตับ ซึ่งโรคชนิดนี้แม้ไม่ได้ทำให้เกิดการเจ็บป่วยในทันที แต่จะมีผลต่อการทำงานของตับ ทำให้เกิดการอักเสบจากเล็กน้อยไปจนถึงขั้นรุนแรงและในที่สุดก็จะทำให้เกิดโรคตับแข็งและมะเร็งในตับในที่สุด นอกจากนั้นกลุ่มเป้าหมาย 68% ยังเป็นผู้ที่มีความผิดปกติของระดับไขมันในเลือด เช่น มีระดับคอเรสเตอรอลสูงกว่าปกติ และระดับ HDL (ไขมันตัวดี) ต่ำกว่าปกติ

        ดร.นพ.ประสงค์เปิดเผยว่า หลังจากทดลองให้ทานเวย์โปรตีน HMS 90 แล้ว ผลการตรวจวัดด้วยคอมพิวเตอร์ซีที สแกน พบว่าผู้ป่วย 63% หรือ 24 คน จาก 38 คนที่ได้รับประทานเวย์โปรตีนไอโซเลต มีระดับไขมันคั่งสะสมในตับที่ลดลง ผู้ป่วย 66% หรือ 25 คน จาก 38 คน แสดงถึงสภาวะการทำงานของตับที่ดีขึ้น โดยวัดจากค่าเอ็นไซม์ของตับ AST, ALT และ GGT ที่ลดลงใกล้เคียงระดับปกติ นอกจากนี้การวัดระดับสารต้านอนุมูลอิสระของผู้ป่วยที่ได้รับเวย์โปรตีนไอโซเลต พบว่า กลูตาไธโอนซึ่งเป็นสารต้านอนุมูลอิสระที่สำคัญที่สุดของร่างกาย เพิ่มขึ้นโดยเฉลี่ย 28% ในขณะที่ระดับสารพิษในเลือดที่เกิดจากการทำลายโมเลกุลไขมันโดยอนุมูลอิสระ (MDA) และระดับโมเลกุลโปรตีนที่ถูกทำลายโดยอนุมูลอิสระ (protein hydroperoxide) ลดลง 20% ถึง 26% ทั้งนี้ ค่ากลูตาไธโอนที่เพิ่มขึ้นและระดับความเสียหายของโมเลกุลในร่างกายที่ลดลงแสดงให้เห็นว่าร่างกายมีภาวะทางอ็อกซิเดทีฟสเตรส (oxidative stress) ที่ลดลง นั่นคือมีสมดุลของสารต้านอนุมูลอิสระและอนุมูลอิสระที่ดีขึ้นกว่าเดิม และนี่อาจเป็นปัจจัยสำคัญปัจจัยหนึ่งที่นำไปสู่การทำงานของตับที่ดีขึ้นของผู้ป่วย (กรอบบ่าย)

ที่มา  หนังสือพิมพ์ มติชน วันที่ 08 สิงหาคม พ.ศ. 2551

< Previous   Next >