Home arrow News arrow โนวาร์ตีสเห็นฝีมือ ศูนย์ไบโอเทคไทย ร่วมมือพัฒนายา
โนวาร์ตีสเห็นฝีมือ ศูนย์ไบโอเทคไทย ร่วมมือพัฒนายา Print E-mail
User Rating: / 0
PoorBest 
Post by Administrator   
อังคาร, 22 กรกฎาคม 2008

        โนวาร์ตีส จับมือกับไบโอเทค พัฒนายารักษาโรค เน้นมีส่วนผสมจากธรรมชาติ ใช้งบกว่า 10 ล้านบาทดึงนักวิจัย เพื่อเพิ่มศักยภาพในการผลิตยา และสร้างนวัตกรรมใหม่ให้กับวงการแพทย์ทั่วโลก

นายอเล็กซานเดอร์ เย็ทเซอร์ กรรมการบริหาร บริษัทโนวาร์ตีส เอจี สวิตเซอร์แลนด์ ผู้ค้นคว้าวิจัยเวชภัณฑ์ยา เปิดเผยว่า บริษัทได้ร่วมมือกับศูนย์พันธุวิศกรรมและเทคโนโลยีชีวภาพแห่งชาติ หรือศูนย์ไบโอเทค เดินหน้าโครงการ การค้นคว้ายาด้วยการลงนามในข้อตกลงร่วมกันพัฒนายารักษาโรคจากสารธรรมชาติเฟส 2 โดยมีระยะเวลา 3 ปี ตั้งแต่เดือนมิถุนายนปี 2551 ไปจนถึงเดือนพฤษภาคม 2554 หลังจากประสบความสำเร็จจากโครงการดังกล่าวในเฟสแรกมาแล้ว ที่เริ่มดำเนินงานมาตั้งแต่ปี 2548 จนถึงปัจจุบัน ซึ่งงานดังกล่าวทำให้สามารถพบทรัพยากรทางธรรมชาติที่มีคุณสมบัติเหมาะสมสำหรับการนำมาพัฒนาสกัดเป็นตัวยาในเบื้องต้นแล้วกว่า 10,000 ชนิด และมีบางชนิดที่สามารถนำมาสกัดทำเป็นยารักษาโรคได้จริงแล้วกว่า 2,000 ชนิด และสารบริสุทธิ์อีก 70 ตัวอย่าง โดยงานนี้คาดว่าจะสามารถนำมาทำเป็นยาและรักษาให้กับผู้ป่วยได้จริงต้องใช้เวลาในการศึกษาและทำการผลิตจริง 10-14 ปี ซึ่งงบลงทุนในการพัฒนายาแต่ละตัวจะอยู่ที่ประมาณ 60,000 ล้านบาทหรือประมาณ 1,700 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ


สำหรับงบประมาณช่วงแรกที่ใช้ในการศึกษาวิจัยและสำรวจทรัพยากรธรรมชาติที่นำเอามาผลิตเป็นยารักษาโรค รวมถึงการฝึกอบรมนักวิจัยให้มีความรู้กับเรื่องดังกล่าวบริษัทและศูนย์ไอบีเอได้ใช้งบไปมากกว่า 10 ล้านบาท ขณะที่ในเฟส 2 ถือเป็นโครงการต่อยอดนั้นก็คาดว่าจะใช้งบลงทุนใกล้เคียงกัน ทั้งนี้ เหตุผลที่โนวาร์ตีสเลือกที่จะเข้ามาลงทุนร่วมกับไบโอเทคนั้น เพราะบริษัทมีความเชื่อมั่นในศักยภาพของไทย ในฐานะที่เป็นแหล่งลงทุนในด้านการวิจัยและพัฒนาที่มีความหลากหลายทางชีวภาพและสารประกอบจากธรรมชาติ ซึ่งสิ่งเหล่านี้ถือเป็นทรัพยากรที่สามารถนำมาพัฒนานวัตกรรมใหม่ของยาได้


ปัจจุบันมูลค่าตลาดเวชภัณฑ์ยาในประเทศไทยมีอยู่ประมาณ 80,00 ล้านบาท โดยในปี 2550 ที่ผ่านมาบริษัทโนวาร์ตีสในประเทศไทยมีรายได้ประมาณ 3,000 ล้านบาท มีอัตราการเติบโตเพิ่มขึ้น 20% ขณะที่ในส่วนของตลาดเวชภัณฑ์ยาที่พัฒนามาจากสารชีวภัณฑ์คาดว่าในปีนี้จะมีอัตราการเติบโตเพิ่มขึ้น 4% ขณะที่ในอนาคตมองว่าถ้ามีหลายบริษัทเริ่มให้ความสำคัญกับยากลุ่มดังกล่าวนี้มากขึ้น ก็จะส่งผลให้ตลาดเวชภัณฑ์ยาที่พัฒนามาจากสารชีวภัณฑ์จะมีส่วนแบ่งตลาดเพิ่มขึ้นเป็น 25% จากตลาดเวชภัณฑ์ยาทั้งหมด

 

ที่มา  หนังสือพิมพ์ ฐานเศรษฐกิจ 23 ก.ค. 2551

< Previous   Next >