Home arrow News arrow สาวไฮโซกลัวมะเร็งปากมดลูก ฉีดวัคซีนป้องกัน ล่วงหน้า
สาวไฮโซกลัวมะเร็งปากมดลูก ฉีดวัคซีนป้องกัน ล่วงหน้า Print E-mail
User Rating: / 0
PoorBest 
Post by Administrator   
จันทร์, 21 กรกฎาคม 2008

       

Image

 

        เพื่อรณรงค์ให้ผู้หญิงไทยได้รับความรู้ความเข้าใจอย่างถูกต้องเกี่ยวกับโรคมะเร็ง โดยเฉพาะมะเร็งปากมดลูก เป็นมะเร็งที่พบมากที่สุดเป็นอันดับหนึ่งในผู้หญิงไทย โรงพยาบาลกรุงเทพ จึงจัดกิจกรรม “เพื่อผู้หญิงไทยสบายดี” ในโอกาสครบรอบ 36 ปี ที่โรงพยาบาลกรุงเทพ เมื่อเร็วๆนี้ โดยมีบรรดาสาวรักสุขภาพมาร่วมงานกันคับคั่ง อาทิ ชลิดา ตันติพิภพ, รมณีย์ เธียรประสิทธิ์, สุชัญญา ธนาลงกรณ์, อรรถวดี จิรมณีกุล, วันทิตา ลิ่วเฉลิมวงศ์ และนักเทควันโดหญิงคนดัง “เยาวภา บุรพลชัย” ซึ่งหลายคนอดใจไม่อยู่ร่วมรับการฉีดวัคซีน HPV ป้องกันมะเร็งปากมดลูกอีกด้วย

พญ.วนิชา ปัญญาคำเลิศ ได้ชี้ถึงอันตรายของโรคมะเร็งปากมดลูกว่า จากรายงานของสำนักงานวิจัยมะเร็งนานาชาติ ในปี 2547 พบว่า ประเทศไทยมีผู้ป่วยมะเร็งปากมดลูกรายใหม่ทั้งสิ้น 6,243 คน และเกือบครึ่งหนึ่งเสียชีวิต และหากคิดเป็นวันจะพบว่า มีผู้หญิงไทยเสียชีวิตจากมะเร็งปากมดลูกเฉลี่ยถึงวันละ 7 คน ความน่ากลัวของมะเร็งปากมดลูกคือ โรคนี้ไม่มีอาการเตือนในระยะแรก ทำให้ผู้หญิงไม่ทราบเลยว่าตนเองมีความผิดปกติหรือไม่ กว่าจะรู้ตัวเมื่อมีอาการ ก็มักพบว่าเป็นมะเร็งในระยะลุกลามแล้ว ซึ่งอาจจะสายเกินที่จะรักษา

คุณหมอวนิชากล่าวต่อว่า ปัจจุบันทราบแน่นอนแล้วว่า การติดเชื้อไวรัสฮิวแมนแพพิโลมา ซึ่งเรียกย่อๆว่า “เชื้อเอชพีวี” เป็นสาเหตุสำคัญของมะเร็งปากมดลูก ซึ่งมีมากกว่า 100 ชนิด โดยทั่วไปแล้วเชื้อเอชพีวี มักติดต่อได้จากการมีเพศสัมพันธ์ หรือการสัมผัสโดยตรงทางผิวหนัง การใช้ถุงยางอนามัยไม่สามารถป้องกันการติดเชื้อได้ 100% การติดเชื้อเอชพีวีพบได้บ่อยมาก แม้ว่าจะมีเพศสัมพันธ์ เพียงครั้งเดียวก็ตาม การติดเชื้อเอชพีวีนี้ส่วนใหญ่จะเป็นแบบชั่วคราว คือ เชื้อจะอยู่ในเซลล์ปากมดลูกช่วงระยะเวลาหนึ่งแล้วหายไปได้เอง และอาจจะติดเชื้อซ้ำใหม่ได้อีกภายหลัง โดย 50-80% ของผู้หญิงที่มีเพศสัมพันธ์แล้วจะติดเชื้อเอชพีวีในช่วงใดช่วงหนึ่งของชีวิต หรือ 50% ของผู้หญิงที่มีคู่นอนคนเดียวจะติดเชื้อเอชพีวีภายใน 2-3 ปีแรกที่เริ่มมีเพศสัมพันธ์

นอกจากนี้ คุณหมอวนิชายังชี้ถึงภัยของเชื้อเอชพีวีด้วยว่า มีคุณสมบัติพิเศษคือ สามารถหลบหลีกภูมิคุ้มกันของร่างกายได้ ทำให้เชื้อไม่ถูกทำลาย และการที่เชื้อชอบอยู่เฉพาะบริเวณเยื่อบุผิวปากมดลูก ทำให้ผู้ติดเชื้อส่วนใหญ่ไม่มีการสร้างภูมิคุ้มกัน ดังนั้น ผู้หญิงจึงยังมีความเสี่ยงในการติดเชื้อไวรัสนี้ได้ตลอด ตราบใดที่ยัง มีเพศสัมพันธ์ ซึ่งป้องกันได้โดยหลีกเลี่ยงปัจจัยเสี่ยง เช่น มีเพศสัมพันธ์ตั้งแต่อายุยังน้อย การมีคู่นอนหลายคน และการสูบบุหรี่ การป้องกันยังทำได้อีกโดยตรวจคัดกรองมะเร็งปากมดลูก หรือที่เรียกว่า “แพปสเมียร์” เป็นประจำ ทุกปี และฉีด “วัคซีนเอชพีวี” เป็นการกระตุ้นให้ร่างกาย สร้างภูมิคุ้มกัน เพื่อป้องกันการติดเชื้อเอชพีวีชนิดก่อมะเร็ง ซึ่งเป็นสาเหตุสำคัญของมะเร็งปากมดลูก

ที่มา หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ  21 ก.ค. 51

Last Updated ( จันทร์, 21 กรกฎาคม 2008 )
< Previous   Next >