Home arrow News arrow สธ.เตือนอย่าให้ยุงก้นปล่องกัดหลังไข้มาลาเรียแพร่ระบาด
สธ.เตือนอย่าให้ยุงก้นปล่องกัดหลังไข้มาลาเรียแพร่ระบาด Print E-mail
User Rating: / 0
PoorBest 
Post by Administrator   
พุธ, 09 กรกฎาคม 2008

        นายแพทย์ปราชญ์ บุญยวงศ์วิโรจน์ ปลัดกระทรวงสาธารณสุข กล่าวถึงสถานการณ์โรคไข้มาลาเรีย หรือไข้ป่า ในปีนี้ว่า จากการสำรวจช่วงครึ่งปีแรกพบปริมาณผู้ป่วยด้วยโรคไข้มาลาเรียลดลงจากปีที่ผ่านมาจาก 33,000 ราย เหลือเพียง 12,000 ราย และอัตราเสียชีวิตมีทั้งหมด 26 ราย จาก 96 ราย โดยพื้นที่บริเวณช่วงรอยต่อของประเทศในทุกภาค เช่น จังหวัดยะลา นราธิวาส กาญจนบุรี สุรินทร์ สระแก้ว จันทบุรี และตราด จะพบเชื้อไข้มาลาเรียมากที่สุด ส่วนสาเหตุเกิดจากการเข้าไปเดินป่าและถูกยุงก้นปล่องกัด สำหรับอาการป่วยของผู้ป่วยมาลาเรียหลังถูกยุงก้นปล่องกัดมาระยะ 10-14 วัน หรือประมาณ 1-2 สัปดาห์ จะมีไข้สูง หนาวสั่น ให้รีบพบแพทย์ทันที

        อย่างไรก็ตามกระทรวงสาธารณสุขได้จัดตั้งหน่วยมาลาเรียประมาณ 300 แห่งทั่วประเทศ และมาลาเรียคลินิกอีก 500 แห่ง พร้อมแนะนำแนวทางการป้องกันไม่ให้ป่วยด้วยโรคไข้มาลาเรีย คือ ป้องกันตัวเองโดยอย่าเข้าไปในพื้นที่ป่าและไม่ให้ยุงกัด หากได้รับเชื้อไข้มาลาเรียแล้วจำเป็นต้องรักษาให้เชื้อหายขาด รวมถึงการกำจัดพาหะนำโรคโดยการฉีดสารเคมีลดอายุของยุงก้นปล่อง พร้อมยอมรับว่าขณะนี้กระทรวงสาธารณสุขยังขาดบุคลากรผู้เชี่ยวชาญในการทำลายยุงก้นปล่อง เนื่องจากมีการเกษียณอายุราชการและไม่มีการวางตำแหน่งใหม่ขึ้นมาอีก ขณะเดียวกันสถานการณ์โรคไข้มาลาเรียกำลังฟื้นขึ้นมาอีก จึงจำเป็นต้องเร่งสร้างบุคลากรด้านดังกล่าวให้เพียงพอ

 

ที่มา  INN news  08   กรกฎาคม   2551  

< Previous   Next >