Home arrow News arrow จุฬาฯหาระดับยาคนเอเชีย เลิกอ้างอิงตำรายาฝรั่งชี้สรีระต่างกัน
จุฬาฯหาระดับยาคนเอเชีย เลิกอ้างอิงตำรายาฝรั่งชี้สรีระต่างกัน Print E-mail
User Rating: / 0
PoorBest 
Post by Administrator   
พุธ, 09 กรกฎาคม 2008

        ศ.นพ.เกียรติ รักษ์รุ่งธรรม หัวหน้าหน่วยโรคภูมิแพ้และภูมิคุ้มกันทางคลินิก คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กล่าวว่า ทีมงานร่วมกับศูนย์วิจัยเอดส์ สภากาชาดไทย ศึกษาการลดขนาดยาในคนไทย โดยเฉพาะกลุ่มยารักษาผู้ป่วยเอดส์ เช่น ยาต้านไวรัส d4T พบว่าสามารถลดการใช้ยาได้จริง จนองค์การอนามัยโลกให้การยอมรับ และนำไปปรับใช้เป็นระดับยามาตรฐานของคนเอเชีย
พันธุกรรม อาหาร ตลอดจนพฤติกรรมของคนเอเชีย มีความแตกต่างจากคนยุโรปและอเมริกา ดังนั้นการรักษาด้วยยาชนิดเดียวกันในบางครั้งก็ไม่หาย และการใช้ปริมาณยาหรือโดสยามากเกินความจำเป็น ก่อให้เกิดผลข้างเคียงต่อสุขภาพ และค่าใช้จ่ายที่สูงเกินจำเป็น

สรีระของคนเอเชียต้องการโดสของยาน้อยกว่าคนยุโรป ที่ผ่านมายังไม่มีการศึกษาเรื่องนี้อย่างจริงจัง แต่ผลจากการวิจัยต่อเนื่องตลอด 4-5 ปี ชี้ให้เห็นว่า คนเอเชียสามารถลดการใช้ยาในสัดส่วนที่ไม่จำเป็นลงได้ 30% เมื่อเทียบกับขนาดยาของคนยุโรปและอเมริกา ซึ่งแปลว่าจะสามารถลดค่าใช้จ่ายในการซื้อยาแต่ละเดือนถึง 30% เช่นกัน ศ.นพ.เกียรติกล่าว

นอกจากนี้คณะแพทยศาสตร์มีโครงการก่อตั้ง ศูนย์วิจัยหาระดับยาที่เหมาะสม ทำหน้าที่ตรวจวิเคราะห์หาระดับยาที่เหมาะสมกับคนไทย เบื้องต้นทีมงานสนใจศึกษายาหลายชนิด คาดว่าจะลดขนาดการใช้ได้ เช่น ยาต้านไวรัสกลุ่มออกฤทธิ์ต้านเอนไซม์โปรทีเอส (PI) และยาต้านไวรัสแอฟาไวแลนซ์ในผู้ป่วยวัณโรค ซึ่งมีราคาแพงและเป็นยาที่อยู่ในบัญชีซีแอลของกระทรวงสาธารณสุข

นอกจากนี้ จุฬาฯ มีโครงการจัดตั้ง ศูนย์วิจัยทางคลินิก ทำหน้าที่เชื่อมโยงระหว่างแพทย์กับนักวิจัย ที่ต้องการทำงานวิจัยระดับคลินิก หรือการวิจัยทดสอบในคน รวมทั้งเชื่อมโยงระหว่างนักวิทยาศาสตร์กับแพทย์ เพื่อให้การทำวิจัยง่ายและสะดวกขึ้น

ในรอบ 4 ปี ที่ผ่านมา นักวิจัยไทยมีความสามารถในการพัฒนายารักษาโรค โดยเฉพาะโรคที่เป็นปัญหาในภูมิภาค ไม่ว่าจะเป็นการพัฒนาวัคซีนพิษสุนัขบ้า ชุดตรวจเชื้อไวรัสไข้หวัดนกต้นแบบ ในอนาคตคาดว่าจะสามารถผลิตยาใหม่เองได้ ในลักษณะยาทางเลือกทดแทนการพึ่งพายาจากต่างประเทศ ศ.นพ.เกียรติกล่าว

ทั้งนี้ ศ.นพ.เกียรติ เป็นนักวิจัยดีเด่นของจุฬาฯ ประจำปี 2550 และได้รับการยกย่องในฐานะนักวิจัยที่ผลงานวิจัยได้รับการอ้างอิงสูงสุด จากการบุกเบิกศึกษาเรื่องวัคซีนโรคเอดส์

 

ที่มา  คม ชัด ลึก วัน พุธ ที่ 9 กรกฎาคม พ.ศ. 2551

< Previous   Next >