Home arrow News arrow คน ช้าง วัณโรค ตระหนกแต่อย่าตกใจ
คน ช้าง วัณโรค ตระหนกแต่อย่าตกใจ Print E-mail
User Rating: / 1
PoorBest 
Post by Administrator   
จันทร์, 07 กรกฎาคม 2008

       

Image

 

        กรณีการเกิดข้อสงสัยเกี่ยวกับการเกิดวัณโรคกับช้างบ้านในประเทศไทย แล้วมีความเสี่ยงที่จะติดกับคนทั่วไปที่เข้าใกล้ช้างนั้น เป็นประเด็นที่มองข้ามไม่ได้ เนื่องจากว่าโรคดังกล่าว สามารถติดต่อได้ระหว่างคนและสัตว์นั้น จึงเป็นอีกความเสี่ยงหนึ่งที่สังคม คงต้องกลับมามองและให้น้ำหนักกับเรื่องนี้มากขึ้น

วัณโรค เป็นโรคสัตว์สู่คนที่ถูกจัดให้เป็นโรคในกฎกระทรวงสาธารณสุข ที่ต้องมีการควบคุมและป้องกันอย่างเข้มงวดเพราะเป็นปัญหาสำคัญทางด้านเศรษฐกิจและสาธารณสุขของประเทศ โรคนี้มีสาเหตุมาจากเชื้อแบคทีเรีย Mycobacterium tuberculosis และ Mycobacterium spp. อีกหลายชนิด เช่น M. bovis, M. africanum, M. microti (M.tuberculosis complex) โรคนี้มีการระบาดในทุกประเทศทั่วโลก สัตว์ที่ป่วยจะเป็นตัวแพร่โรค โดยการขับเชื้อออกมากับน้ำลาย อุจจาระ น้ำนม ปัสสาวะ และสิ่งขับถ่ายต่างๆ โดยจะขับเชื้อออกมาหลังจากที่ได้รับเชื้อประมาณ 90 วัน แต่คนหรือสัตว์ที่อยู่ในระยะแรกของการเป็นโรคก็สามารถขับถ่ายเชื้อออกมาได้ การติดต่อของโรคสามารถติดต่อได้ทางการหายใจ การกิน การดื่มนม และการผสมพันธุ์ เชื้อวัณโรคจะมีชีวิตอยู่ได้นานหลายเดือน ในพื้นดินที่ชุ่มชื้นและมืดและมีชีวิตได้นานถึง 6 เดือน ในเนื้อเยื่อที่แช่แข็ง เชื้อนี้จะทนต่อความร้อนและยาฆ่าเชื้อบางตัว แต่จะถูกทำลายได้ง่ายเมื่อถูกแสงแดด

การติดเชื้อวัณโรคแบ่งออกได้เป็น 2 ลักษณะ คือ

เชื้อวัณโรคอนุภาคเล็ก แขวนลอยอยู่ในอากาศที่เกิดจากการไอ การจาม การพูด หัวเราะ เป็นต้น ของผู้ป่วยที่เป็นโรค เมื่อมีผู้สูดเข้าไป อนุภาคเล็กๆ นี้จะลงไปในถุงลมได้ ในคนที่ไม่มีภูมิต้านทาน อนุภาคเล็กๆ นี้จะมีการแบ่งตัวทันทีแล้วเชื้อจะขยายพันธุ์มากขึ้นจนกระทั่งมีการก่อโรคขึ้น

เชื้อวัณโรคที่อยู่เป็นอนุภาคใหญ่ เกิดจากคนที่ปล่อยเสมหะให้แห้งกับพื้น ต่อมามีการระเหยกลายเป็นฝุ่นละออง เนื่องจากเป็นอนุภาคใหญ่ เมื่อหายใจเข้าไป เชื้อมักจะติดจมูก และโพรงหายใจส่วนต้น

ในประเทศไทย มีรายงานว่า ช้างตายด้วยวัณโรคที่สวนสัตว์ดุสิต ปี พ.ศ.2539 และช้างที่นำมารักษาที่โรงพยาบาลช้าง ศูนย์อนุรักษ์ช้างไทย จ.ลำปาง ในปี พ.ศ.2548 โดยผลการเพาะแยกเชื้อพบว่าเป็น Mycobacterium bovis (สิทธิเดชและคณะ, 2548) อาการทั่วไปที่พบในช้างได้แก่ สูญเสียน้ำหนักตัวแบบเรื้อรัง เบื่ออาหาร และเหนื่อยง่าย อาการทางระบบหายใจอาจพบหรือไม่พบก็ได้ ที่พบได้แก่ หายใจลำบาก การวินิจฉัยโดยการถ่ายภาพรังสีเอ็กซ์ของปอดอาจทำได้ในลูกช้างเท่านั้น

ส่วนกรณีที่มีความกังวลเรื่องของโอกาส หรือความเสี่ยงที่ประชาชนทั่วไปที่เข้าไปใกล้ช้างบ้าน หรือช้างเร่ร่อนนั้น จะได้รับการติดเชื้อวัณโรคนั้น ในความเป็นจริง หากช้างตัวนั้นหรือคนมีเชื้อวัณโรคอยู่ในร่างกาย แล้วอยู่ในระดับความรุนแรงที่สามารถถ่ายทอดติดต่อสู่กันได้ หรือช้างและคนคนนั้นอยู่ในภาวะภูมิคุ้มกันบกพร่อง ก็อาจได้รับเชื้อวัณโรคได้ ทางการหายใจ หรือสารคัดหลั่งจากงวงหรือน้ำลาย

แต่ ณ วันนี้ สุขภาพคนไทยส่วนใหญ่แข็งแรง และการดูแลสุขภาพช้างเลี้ยงหรือช้างที่เร่ร่อนในประเทศไทยนั้น ได้รับการตรวจดูแลสุขภาพ โดยสถาบันวิจัยและบริการสุขภาพช้างแห่งชาติ กรมปศุสัตว์ สถาบันคชบาลแห่งชาติ มูลนิธิช้างแห่งประเทศไทย และมูลนิธิเพื่อนช้าง เป็นอย่างดี โดยเฉพาะในส่วนของการสำรวจวัณโรคในช้างเลี้ยงของไทยนั้น สถาบันวิจัยและบริการสุขภาพช้างแห่งชาติ กรมปศุสัตว์ องค์การสวนสัตว์ สถาบันคชบาลแห่งชาติ และคณะสัตวแพทย์มหาวิทยาลัยต่างๆ ได้ร่วมมือกันทำ workshop และบริการสำรวจวัณโรคช้างทั่วประเทศ

วันนี้ยังไม่มีรายงานว่าพบสิ่งผิดปกติ

จึงถือว่านี่เป็นสัญญาณเตือนอย่างหนึ่งที่สังคมต้องพึงตระหนัก เกี่ยวกับโรคติดต่อระหว่างสัตว์และคน

มันเป็นเรื่องที่จะติดต่อกันยากมากๆ หากทุกภาคส่วนใส่ใจและให้ความร่วมมือป้องกัน คนกับช้างอยู่ร่วมกันได้

แต่มันก็เป็นเรื่องที่ติดต่อกันง่ายมากๆ หากทุกฝ่ายละเลย ไม่เอาใจใส่

นี่จึงเป็นความปรารถนาดีของบุคคลที่คลุกคลีในวงการช้างว่า มันกำลังจะเกิดอะไรขึ้นภายใต้ความเป็นเปลี่ยนแปลงทางสังคมและสิ่งแวดล้อม แต่อย่างลืมนะครับว่ากับเรื่องนี้ "ตระหนกได้ แต่อย่าตกใจ" เพราะลำพังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับเรื่องนี้ คงต้องดำเนินการทุกวิถีทาง เพื่อไม่ให้มันเกิด เพราะทุกคนรู้ว่าหากเกิดขึ้นมาแล้ว คงจะทำอะไรได้ยาก

 

ที่มา  หนังสือพิมพ์ มติชน  วันที่ 07 กรกฎาคม พ.ศ. 2551

Last Updated ( จันทร์, 07 กรกฎาคม 2008 )
< Previous   Next >