Home arrow News arrow ฟาสต์ฟูดมะกันหวั่นภัยจากมะเขือเทศ + สั่งถอดจากเมนู หลังเอฟดีเอชี้เป็นพาหะแพร่เชื้อโรคร้ายใน 39 รัฐ
ฟาสต์ฟูดมะกันหวั่นภัยจากมะเขือเทศ + สั่งถอดจากเมนู หลังเอฟดีเอชี้เป็นพาหะแพร่เชื้อโรคร้ายใน 39 รัฐ Print E-mail
User Rating: / 0
PoorBest 
Post by Administrator   
พฤหัสบดี, 19 มิถุนายน 2008

        ห้างค้าปลีกและเชนร้านฟาสต์ฟูดชั้นนำในสหรัฐฯ หวั่นผลกระทบจากการระบาดของเชื้อซาลโมเนลลา ที่พบผู้ป่วยจากการรับเชื้อดังกล่าวจากการรับประทานมะเขือเทศแล้ว 290 ราย ประกาศยกเลิกการจำหน่ายมะเขือเทศบางชนิดชั่วคราวเพื่อหลีกเลี่ยงผลกระทบต่อธุรกิจ

        เมื่อเร็วๆนี้องค์การอาหารและยา (เอฟดีเอ) แห่งประเทศสหรัฐอเมริกา ได้ประกาศเตือนผู้บริโภคชาวอเมริกันให้หลีกเลี่ยงการบริโภคมะเขือเทศพันธุ์ เรด พลัม เรด โรม่า และ มะเขือเทศพันธุ์กลม รวมทั้งผลิตภัณฑ์อาหารที่มีส่วนผสมของมะเขือเทศชนิดดังกล่าว เพื่อหลีกเลี่ยงการรับเชื้อแบคทีเรียซาลโมเนลลาสายพันธุ์ เซนต์พอล ซึ่งเป็นสายพันธุ์ที่ไม่ได้พบบ่อยครั้ง โดยเอฟดีเอระบุว่ามะเขือเทศเหล่านั้นมีส่วนเกี่ยวข้องกับการระบาดของเชื้อแบคทีเรียชนิดนี้ในเวลานี้

ล่าสุดเอฟดีเอเปิดเผยว่าพบผู้ป่วยที่รับเชื้อซาลโมเนลลา 290 รายใน 39 มลรัฐทั่วประเทศครอบคลุมพื้นที่ตั้งแต่มลรัฐอลาสกาทางตอนเหนือของประเทศไปจนถึงมลรัฐเท็กซัส ที่อยู่ทางตอนใต้ซึ่งมีพรมแดนติดกับประเทศเม็กซิโก โดยการระบาดของเชื้อดังกล่าวเริ่มต้นในช่วงกลางเดือนเมษายนที่ผ่านมา


อย่างไรก็ตามห้างค้าปลีก และ เชนร้านฟาสต์ฟูดชั้นนำของสหรัฐฯได้ใช้มาตรการป้องกันไม่ให้ลูกค้าได้รับเชื้อแบคทีเรียอันตรายดังกล่าว โดยสมัครใจยกเลิกการจำหน่ายและเลิกใช้มะเขือเทศเป็นส่วนประกอบในเมนูอาหารที่จำหน่ายให้กับลูกค้าในช่วงที่เกิดการระบาดของเชื้อซาลโมเนลลา


วอล-มาร์ต ห้างค้าปลีกสินค้าลดราคาชั้นนำของสหรัฐฯ ประกาศผ่านเว็บไซต์ของบริษัทในวันพฤหัสบดี (5 มิถุนายน) ว่าทางห้างได้เรียกเก็บและยกเลิกการจำหน่ายมะเขือเทศที่เอฟดีเอระบุว่าเป็นพาหะของเชื้อซาลโมเนลลา เป็นการชั่วคราวแล้ว ส่วนแมคโดนัลด์ คอร์ป เจ้าของเชนร้านฟาสต์ฟูดชั้นนำของสหรัฐฯ ออกคำสั่งไปยังร้านสาขาทั่วประเทศยกเลิกการใช้มะเขือเทศฝานเป็นส่วนหนึ่งของเมนูแซนด์วิช แต่ยังคงใช้มะเขือเทศพันธุ์ เกรฟ โทมาโต้ เป็นส่วนประกอบของเมนูสลัดต่อไป และจนถึงขณะนี้ยังไม่มีรายงานเกี่ยวกับผู้ติดเชื้อแบคทีเรียซาลโมเนลลา จากการรับประทานอาหารที่ร้านแมคโดนัลด์แต่อย่างใด


ด้าน ชิโพเทล เม็กซิกัน กริลล์ เชนร้านอาหารเม็กซิกันในสหรัฐฯก็ได้ยกเลิกการใช้มะเขือเทศมาประกอบอาหารเช่นเดียวกัน นายคริส อาร์โนลด์ โฆษกของชิโพเทล กล่าวว่า ทางบริษัทได้หยุดใช้มะเขือเทศประกอบในอาหารเป็นการชั่วคราวตราบเท่าที่ยังมีความกังวลเกี่ยวกับปัญหาการระบาดของเชื้อซาลโมเนลลา ในประเทศ เช่นเดียวกับที่ผู้ประกอบการร้านอาหารรายอื่นได้ดำเนินการในลักษณะเดียวกัน


ส่วนโฆษกของ ปาป้า จอห์นส์ เชนร้านพิซซ่ารายใหญ่อันดับต้นๆของสหรัฐฯกล่าวว่าปัญหาดังกล่าวไม่ส่งผลกระทบต่อธุรกิจของร้านสาขาของบริษัทเนื่องจาก ปาป้า จอห์นส์ ไม่ได้เสิร์ฟมะเขือเทศที่ไม่ผ่านการปรุงสุก ซึ่งความร้อนจะช่วยฆ่าเชื้อแบคทีเรียซาลโมเนลลา ได้


ทั้งนี้ผู้ที่รับเชื้อซาลโมเนลลา เข้าไปจะมีอาการคลื่นไส้ อาเจียน ท้องร่วง มีไข้ และปวดท้อง ภายในระยะเวลา 12-72 ชั่วโมงนับตั้งแต่การรับเชื้อ เด็ก และผู้สูงอายุที่มีภูมิต้านทานโรคต่ำอาจจะเสียชีวิตจากเชื้อโรคดังกล่าวได้หากไม่ได้รับยาปฏิชีวนะทันเวลา


ก่อนหน้านี้ในช่วงเดือนสิงหาคม 2550 เอฟดีเอ ได้ตรวจพบการระบาดของเชื้อแบคทีเรียซาลโมเนลลา ในผักโขมแช่แข็งบรรจุถุงที่ผลิตโดย บริษัท เม็ทซ์ เฟรช จำกัด ในมลรัฐแคลิฟอร์เนีย ซึ่งวางจำหน่ายอยู่ในซูเปอร์มาร์เก็ตและห้างค้าปลีกทั่วประเทศ ทำให้มีการเรียกเก็บสินค้าดังกล่าวออกไปจากตลาดในระยะเวลารวดเร็ว นอกจากนั้นยังมีการตรวจพบเชื้อซาลโมเนลลา ในเนยถั่ว ที่ทำให้มีผู้ป่วยประมาณ 600 คนส่วนใหญ่เป็นผู้สูงอายุ รวมทั้งตรวจพบเชื้อดังกล่าวในอาหารสัตว์เลี้ยงที่ผลิตในสาธารณรัฐประชาชนจีนและส่งเข้ามาขายในตลาดสหรัฐฯในช่วงปีที่แล้วด้วยเช่นกัน 
  

ที่มา  ฐานเศรษฐกิจ วัน พุธ ที่ 18 มิถุนายน พ.ศ. 2551

< Previous   Next >