|
สธ.เตือนหน้าฝนระวังด้วงก้นงอน |
|
|
|
Post by Administrator
|
|
จันทร์, 16 มิถุนายน 2008 |
|
นพ.สุพรรณ ศรีธรรมมา โฆษกกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) ให้สัมภาษณ์ว่า ฤดูฝนมักจะมีด้วงก้นกระดกหรือที่เรียกว่า ด้วงปีกสั้น-ด้วงก้นงอนอยู่ชุกชุม ด้วงชนิดนี้จะมีพิษที่มีชื่อเพเดอริน อยู่ทั่วตัว มีฤทธิ์ทำลายเซลล์เนื้อเยื่อ หากพิษดังกล่าวถูกผิวหนังจะเกิดอาการอักเสบ แสบร้อน พุพอง ส่วนใหญ่พิษจะมีในด้วงตัวเมียที่จะปล่อยน้ำพิษจะออกมาในกรณีที่ด้วงตกใจ ถูกตี ถูกบีบ หรือถูกบดขยี้ เพื่อป้องกันตัว ด้วง 1 ตัว จะมีสารพิษอยู่ในตัวประมาณ 0.025% ของน้ำหนักตัว หลังจากสัมผัสพิษด้วงใน 24 ชั่วโมงแรกผิวจะมีผื่นแดง คัน แสบร้อนผิวหนัง และเกิดเป็นแผลพุพองภายใน 48 ชั่วโมง และมีการอักเสบขยายวงใหญ่ขึ้น จากนั้นจึงตกสะเก็ดภายใน 8 วัน อาจทำให้เกิดแผลเป็นได้ ในรายที่เป็นรุนแรงผิวหนังจะอักเสบหลายแห่งคล้ายงูสวัด อาจมีอาการไข้ ปวดเส้นประสาท ปวดกล้ามเนื้อ อาเจียน เป็นผื่น บวมแดงติดต่อกันหลายเดือน หากพิษเข้าตาอาจทำให้ตาบอดได้
นายแพทย์สุพรรณกล่าวว่า ประเทศไทยคาดว่ามีด้วงชนิดนี้ประมาณ 20 ชนิด ตามปกติด้วงก้นกระดกจะไม่กัดหรือต่อยคน แต่คนจะได้รับพิษหากไปสัมผัส จับมาเล่น หรือตบตี บี้จนน้ำพิษแตกออกมา ในการป้องกันด้วงก้นกระดกอย่าจับด้วงมาเล่น ไม่ตบหรือตีเมื่อด้วงบินมาเกาะตามตัว หากถูกพิษของด้วงให้ล้างด้วยน้ำเปล่าฟอกสบู่หรือเช็ดด้วยแอมโมเนีย ที่มา หนังสือพิมพ์ มติชน วันที่ 16 มิถุนายน พ.ศ. 2551
|
|
Last Updated ( จันทร์, 16 มิถุนายน 2008 )
|