|
บ.ยาหาลู่ทางทำตลาดวัคซีนหวัดนกทั้งที่ยังวิจัยไม่เสร็จ |
|
|
|
Post by Administrator
|
|
พุธ, 04 เมษายน 2007 |
|
บ.ยาเตรียมหาลู่ทางทำการตลาดวัคซีนหวัดนกทั้งที่ยังวิจัยไม่เสร็จ “หมอมงคล” ลุยเจรจา ดูโรงงานวัคซีนขององค์การเภสัชกรรม ร่วมทุนกับซาโนฟี่ ปาสเตอร์ 4 เมษายนนี้ แต่มีเงื่อนไขหากไม่ระบาดไม่ต้องส่งวัคซีนและไม่ต้องจ่ายเงินล่วงหน้า
นพ.ธวัช สุนทราจารย์ อธิบดีกรมควบคุมโรค กล่าวว่า แม้ว่าขณะนี้วัคซีนป้องกันโรคไข้หวัดนกจากเชื้อเอช5เอ็น1 ยังทดลองไม่เสร็จสิ้น และไม่สามารถนำมาจำหน่ายในท้องตลาด แต่บริษัทต่างๆ ก็เริ่มมีการติดต่อเข้ามาทำการตลาดแล้วหลายบริษัท ดังนั้น ในวันที่ 4 เมษายน นพ.มงคล ณ สงขลา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขจะเดินทางไปยังบริษัทองค์การเภสัชกรรม-เมอร์ริเออชีววัตถุ จำกัด จ.ฉะเชิงเทรา ซึ่งเป็นบริษัทร่วมทุนระหว่างองค์การเภสัชกรรม (อภ.) และบริษัท ซาโนฟี่ ปาสเตอร์ จำกัด ที่ทำหน้าที่ในการนำเข้าวัคซีนจากบริษัทแม่ในต่างประเทศมาบรรจุ รวมถึงการผลิตวัคซีนด้วย เพื่อเจรจาถึงการจัดหาวัคซีนไข้หวัดนกมาให้กับประเทศไทย หากเกิดการระบาดจริง ภายใต้เงื่อนไขว่า หากระบาดบริษัท ซาโนฟี่ จะส่งวัคซีนมายังบริษัทร่วมทุนนี้ให้กับคนไทย แต่หากไม่ระบาดก็ไม่ต้องส่ง ไม่ต้องจ่ายเงินล่วงหน้า “ขณะนี้มี 6 บริษัทยักษ์ใหญ่ที่สามารถผลิตวัคซีนในเชิงอุตสาหกรรม แต่มีเพียง 3 บริษัทเท่านั้น ที่กำลังจะคิดค้นวัคซีนป้องกันโรคไข้หวัดนกในคนได้สำเร็จ เช่น บริษัทโนวาติสจำกัด บริษัทแกล็คโซ สมิทธ ไคลน์ หรือจีเอสเค และบริษัท ซาโนฟี่ แอดเวนติส ซึ่ง นพ.มงคล เห็นว่า บริษัท ซาโนฟี่ ก็กำลังจะขายวัคซีนไข้หวัดนก ประกอบกับที่บริษัทได้ร่วมทุนกับ อภ.จนมีโรงงานผลิตและบรรจุวัคซีนในประเทศไทย ตั้งแต่ปี 2540 จึงจะเจรจาเป็นรายแรก ซึ่งถืออย่างไรแล้วบริษัทฯควรให้สิทธิพิเศษกับประเทศคู่ค้าที่ร่วมทุนกันอย่างประเทศไทยในการเจรจาครั้งนี้”นพ.ธวัช กล่าว นพ.ธวัช กล่าวว่า ทั้งนี้ หากบริษัท ซาโนฟี่ ไม่ตกลงจำเป็นที่ สธ.จะต้องหารือกับบริษัทยาอื่นๆ ที่มาเสนอต่อไป อย่างไรก็ดี ถือว่าเริ่มจะหารือกันในส่วนของการสำรองวัคซีน เพราะหากไม่เริ่มเจรจากับบริษัทยาใดๆ จะต้องเข้าสู่ขั้นตอนตามปกติ คือ การต้องสั่งจองวัคซีนล่วงหน้าเป็นปี และเมื่อเกิดการระบาดจริง ก็ไม่ยืนยันว่า เงินมัดจำที่จ่ายไปล่วงหน้านั้นจะได้รับยาหรือไม่ เช่นเดียวกับ ยาต้านไวรัสไข้หวัดนกโอเซลทามิเวียร์ ที่ครั้งหนึ่งประเทศแคนนาดาต้องจ่ายเงินล่วงหน้าไปแล้วและก็ไม่ได้ยา นพ.ธวัช กล่าวว่า นอกจากนี้ ในส่วนของบริษัทร่วมทุนดังกล่าวจะหมดความร่วมมือกันประมาณปี 2554 เมื่อถึงเวลานั้นผู้บริหารและฝ่ายที่เกี่ยวข้องคงจะต้องมาหารือกันอีกครั้งว่าจะดำเนินการอย่างไรต่อไป โดยในเบื้องต้นมี 3 แนวทาง คือ 1.อภ.ดำเนินการร่วมทุนกันต่อไป 2.อภ.จะดำเนินการเอง และ 3.ยกให้บริษัท ซาโนฟี่ เป็นผู้ดำเนินการทั้งหมด อย่างไรก็ตาม ในส่วนของประเทศไทยได้เตรียมการในการสร้างโรงงานผลิตวัคซีนตั้งแต่ระดับการผลิตสารตั้งต้นไปจนถึงการบรรจุเอง ซึ่งหากดำเนินการเสร็จประเทศไทยก็สามารถพึ่งพาตัวเองได้ นพ.มงคล ณ สงขลา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข กล่าวว่า การเดินทางไปครั้งนี้จะไปหารือกับผู้บริหารของบริษัทร่วมทุนนี้ เพื่อให้ไปสอบถามยังบริษัทแม่ในต่างประเทศว่าจะเป็นไปได้หรือไม่ หากเกิดการระบาดจริงบริษัทจะส่งวัคซีนมาให้บริษัทร่วมทุนบรรจุเพื่อคนไทย ทั้งนี้ การสร้างโรงงานผลิตวัคซีนจำเป็นต้องผลิตปีละไม่ต่ำกว่า 20 ล้านโดส จึงจะคุ้มค่ากับต้นทุนการผลิต “สิ่งที่ไม่แน่ใจ คือ บริษัทยาต้นสังกัดเห็นชอบว่าจะส่งวัคซีนมาให้แล้ว แต่พอถึงเวลาระบาดจริงๆจะมีการส่งมาให้จริงตามที่ตกลงกันไว้หรือไม่ สิ่งนี้เป็นสิ่งที่กำลังตั้งข้อสังเกต” นพ.มงคล กล่าว ที่มา ผู้จัดการออนไลน์ 3 เมษายน 2550 18:41 น. |