Home arrow News arrow ไข้เลือดออก ยุงกัด...แต่หมอเป็นจำเลย
ไข้เลือดออก ยุงกัด...แต่หมอเป็นจำเลย Print E-mail
User Rating: / 0
PoorBest 
Post by Administrator   
พุธ, 11 มิถุนายน 2008

       

Image

 

        ไข้เลือดออก" เป็นโรคที่สร้างความสับสนให้กับแพทย์และคนไข้มากที่สุด ด้วยอาการเริ่มต้นที่เหมือนกับไข้หวัดธรรมดา และไข้หวัดใหญ่ ในวันแรกๆ หมอทั้งร้อยคน หากตรวจวินิจฉัยตามตำราย่อมแยกไม่ออก ต้องอาศัยการติดตามดูอาการคนไข้ ว่ามีอาการอื่นร่วมหรือไม่ เช่น คลื่นไส้ อาเจียน ปวดท้อง (คล้ายกับไข้หวัดลงกระเพาะลำไส้ )

กว่าจะมีอาการ "จำเพาะ" ของกลุ่มไวรัสนี้ เช่น เกล็ดเลือดต่ำ มีจุดเลือดออก หรือมีเลือดออกที่ต่างๆ ในร่างกาย ก็เป็นระยะท้ายๆ ที่มักมีอาการเปลี่ยนแปลงที่เร็วมาก แต่ยังโชคดีที่ผู้ป่วยส่วนใหญ่เป็นไข้เด็งกี่ (Dengue Fever) แล้วกลับสู่ภาวะปกติ โดยไม่เข้าภาวะช็อค ที่เรียกว่า เด็งกี่ช็อคซินโดรม (Dengue Shock Syndrome- DSS) ซึ่งเป็นเหตุให้เสียชีวิต ขณะช็อคคนไข้ต้องการน้ำเพื่อพยุงความดัน แต่หากกระบวนการช็อคหยุด น้ำที่ให้เพื่อแก้อาการช็อคเป็นลิตรๆ ที่กู้ให้หัวใจไม่ล้มเหลวตายในระหว่างช็อค จะพร้อมใจกันกลับเข้าเส้นเลือดจนท่วมปอดและหัวใจ โดยเฉพาะในเด็กเล็ก เป็นเหตุให้ผู้ป่วยเสียชีวิตง่าย ไม่รวมถึงกรณีเลือดออกในสมองและอวัยวะต่างๆ ที่ถึงจะให้เกล็ดเลือดไปก็อาจจะช่วยชีวิตไม่ทัน

ปัญหาของโรคนี้ คือ 1.ทำไมหมอไม่บอกตั้งแต่แรกว่าเป็นไข้เลือดออก เพราะการวินิจฉัยช่วงแรกทำได้ยาก ต้องติดตามอาการจนกว่าจะปรากฏอาการเฉพาะโรค ซึ่งต้องใช้เวลา 2.วินิจฉัยวันแรกโดยเจาะเลือดได้หรือไม่ เรื่องนี้ยากมากเพราะไข้เลือดออกกับไข้หวัดธรรมดา เกิดจากไวรัสแบบกลุ่มพี่น้อง แม้เจาะเลือดก็อาจแยกไม่ได้ ยกเว้นการเจาะเลือดตรวจภูมิไวรัสเด็งกี่ เรียกว่า "เด็งกี่ไตเตอร์" แต่ทำได้เฉพาะในโรงเรียนแพทย์ หรือโรงพยาบาลใหญ่ๆ ใช้เวลาหลายวัน บางทีรู้ผลคนไข้กว่า 90% หายป่วยแล้ว 3.คนไข้ที่เป็นแล้วต้องเลือดออก ช็อคถึงตายทุกคนหรือไม่ ตัวเลขจากกรมควบคุมโรคในรอบ 4 ปี ประเทศไทยมีป่วยและตายเพิ่มขึ้น การเสียชีวิตจะมาหลังอาการช็อคเป็นส่วนใหญ่ คิดเป็น 0.13-0.18% หรือ 1-2 ต่อ 1,000 ผู้ป่วย

4.คนไทยป่วยมากน้อยเพียงใด จากข้อมูลเบื้องต้น ปี 2550 มีคนป่วย 62,699 คน จาก 60 ล้านคน เป็นสัดส่วน 1 ต่อ 1,000 ประชากร เฉลี่ยวันละ 170 คน และในเดือนที่ระบาดหนักๆ อาจมากถึง 2 เท่า 5.ปีนี้สถานการณ์ไข้เลือดออกจะเป็นอย่างไร กรมควบคุมโรค ระบุว่า ต้นปีถึงวันที่ 10 พ.ค. (19 สัปดาห์) ป่วย 13,943 ราย ตาย 16 ราย มากกว่าทุกปี และมากกว่าปีก่อน 1.7 เท่า (ปี 2550 ม.ค.-พ.ค.ป่วย 8,094 และตาย 9 คน ที่เดือนเดียวกัน) นั่นแปลว่า สถานการณ์ปีนี้รุนแรงมากตั้งแต่ต้นปี ทั้งที่ยังไม่เข้าวาระระบาดทางคลีนิค ซึ่งจะรุนแรงในช่วง พ.ค.-ส.ค.ของทุกปี ซึ่งคาดว่าในปีนี้อาจเป็นถึงเกือบ 2 เท่า

6.ยุงลายทำให้เกิดโศกนาฏกรรม 3 ระดับ คือ ระดับครอบครัวต้องสูญเสียสมาชิก ระดับรัฐต้องเสียค่ารักษากว่า 10 ล้านบาท เพิ่มภาระโรงพยาบาล บุคลากรทางการแพทย์ ระดับความสัมพันธ์ระหว่างแพทย์กับผู้ป่วย ที่ไม่เข้าใจกัน อาจถึงขั้นเกิดการฟ้องร้องในกรณีผู้ป่วยเสียชีวิต ทั้งๆ ที่เหตุเกิดจากยุง แต่หมอต้องตกเป็นจำเลย ซึ่งหากเป็นเช่นนี้ อาจทำให้แพทย์ต้องรั่วไหลออกจากระบบที่ขาดแคลนอีกกว่า 2,000 คน

กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) เจ้าภาพจะเตรียมแก้ไขปัญหานี้เพื่อคุ้มครองประชาชนอย่างไร? กองทุนต่างๆ การไกล่เกลี่ย เยียวยา สังคม และดูแลบุคลากรของท่าน พร้อมหรือไม่...

 

ที่มา หนังสือพิมพ์ มติชน  วันที่ 11 มิถุนายน พ.ศ. 2551

Last Updated ( พุธ, 11 มิถุนายน 2008 )
< Previous   Next >