Home arrow News arrow โรคมายเอสทีเนีย แกรวีส Myasthenia gravis
โรคมายเอสทีเนีย แกรวีส Myasthenia gravis Print E-mail
User Rating: / 3
PoorBest 
Post by Administrator   
พุธ, 14 พฤษภาคม 2008

       

Image 

        Myasthenia gravis เป็นโรคที่มีอาการกล้ามเนื้ออ่อนแรง โดยเฉพาะกล้ามเนื้อเล็กๆ บริเวณใบหน้า แต่ถ้าเป็นมากอาจมีอาการอ่อนแรงของกล้ามเนื้อทั้วตัว รวมทั้งกล้ามเนื้อที่เกี่ยวกับการหายใจ

ลักษณะสำคัญของผู้ป่วยโรคนี้คือมีอาการอ่อนแรงของกล้ามเนื้อเป็นๆ หายๆ โดยมักจะเกิดขึ้นที่กล้ามเนื้อมัดเล็กๆ ที่ตา  ผู้ป่วยมีอาการหนังตาตก  ต่อมาอาจมีอาการอ่อนแรงทั่วๆ  ไป  กลืนลำบาก สำลัก ถ้าเป็นมากอาจถึงกับหายใจไม่ได้  ชนิดที่พบบ่อยที่สุด  เกิดในผู้ใหญ่ พบในผู้หญิงมากกว่าผู้ชาย แต่ถ้าอาการเริ่มเป็นหลังอายุ 40 ปี จะพบในเพศชายมากกว่าหญิง

 

โรคนี้ไม่ใช่โรคใหม่แต่อย่างใด  Dr.Thomas Willis บรรยายลักษณะอาการของผู้ป่วยโรคนี้ไว้ตั้งแต่  300 กว่าปีที่แล้ว ปัจจุบันพบว่าสาเหตุเกิดจากร่างกายผู้ป่วยสร้างแอนติบอดี้ต่อตัวรับสารสื่อนำประสาทที่มีชื่อเรียกว่า  acetylcholine  ซึ่งอยู่ที่กล้ามเนื้อทั่วร่างกาย  แอนติบอดี้ที่ร่างกายสร้างขึ้นอย่างผิดปกติจะทำลายตัวรับชนิดดังกล่าวเป็นจำนวนมาก พบว่าตัวรับสารสื่อนำประสาทในผู้ป่วยโรคนี้น้อยกว่าของคนปกติถึง 1 ใน 3  และเป็นสาเหตุที่ทำให้ผู้ป่วยมีอาการกล้ามเนื้ออ่อนแรง   การเกิดแอนติบอดี้ผิดปกติมีส่วนเกี่ยวข้องโดยตรงกับต่อมไธมัส  พบว่าในผู้ป่วย  Myasthnia gravis ประมาณ 75% มีความผิดปกติของต่อมไธมัสร่วมด้วย

นอกจากนี้ยังพบร่วมกับโรคลูปุสได้บ่อย  เช่นเดียวกับโรคข้ออักเสบรูมาตอยด์ เดิม Myasthenia gravis  เป็นโรคที่มีอัตราการตายสูงมากตั้งแต่  30-70% แต่หลังจากการค้นพบยา physostigmine ซึ่งสามารถรักษาอาการกล้ามเนื้ออ่อนแรงได้   รวมทั้งพบว่าผลการรักษาโดยการผ่าตัดต่อมไธมัสได้ผลดี จึงทำให้อัตราตายของผู้ป่วยโรคนี้ลดลงเรื่อยๆ  โดยทั่วไปผู้ป่วยมักจะมีอาการค่อยเป็นค่อยไป  ใช้เวลาเป็นสัปดาห์ถึงเดือน ในบางรายอาจมาด้วยอาการรุนแรงแบบฉับพลัน โดยเฉพาะกรณีที่มีภาวะการหายใจล้มเหลว

ผู้ป่วยบางรายซึ่งอาการไม่มาก  อาจไม่เคยได้รับการวินิจฉัยว่าเป็นโรค Myasthenia gravis มาก่อน  แต่มีปัญหาภายหลังการผ่าตัด โดยไม่สามารถหายใจด้วยตนเองได้เต็มที่หลังการผ่าตัด และต้องใช้เครื่องช่วยหายใจเป็นเวลานาน  โดยทั่วไปอาการของผู้ป่วยส่วนใหญ่อาจมีการเปลี่ยนแปลงได้มากในช่วง  4 ปีแรก ถ้าได้รับการวินิจฉัยและการรักษาที่ถูกต้องก็จะทำให้ผู้ป่วยอาการดีขึ้น  โดยที่ 90% ของผู้ป่วยจะมีอาการรุนแรงที่สุดภายในระยะเวลา   3  ปี หลังจากเริ่มมีอาการ จากนั้นโรคจะเข้าสู่ระยะคงที่ และอาจค่อยๆ ดีขึ้น  ใช้เวลาเป็นปี มีผู้ป่วยบางรายที่อาการดีขึ้นเอง มักจะเกิดขึ้นภายใน 1 ปีแรก ในผู้ป่วยสูงอายุโดยเฉพาะผู้ป่วยที่มีก้อนที่ต่อมไธมัสร่วมด้วย

ในบางครั้งผู้ป่วย  Myasthenia gravis จะมีอาการอ่อนแรงของกล้ามเนื้อและอ่อนเพลีย  หรืออาจมีอาการที่เปลี่ยนแปลงระหว่างวัน  โดยที่การตรวจร่างกายไม่พบความผิดปกติมากนัก ร่วมกับการที่ผู้ป่วยมีอารมณ์ที่เปลี่ยนแปลงง่ายคล้ายอาการที่เกิดจากโรคทางจิตใจ  และไม่ได้รับการวินิจฉัยในเบื้องต้น เป็นผลทำให้มีอาการมากขึ้นได้   และยาบางชนิดมีผลทำให้เกิดอาการของโรคหรือทำให้โรคเลวลงได้เช่นกัน   เด็กบางคนมีอาการของโรคนี้ตั้งแต่แรกเกิด มารดามักจะสังเกตว่าเด็กมีอาการแขนขาอ่อนแรงและขยับได้น้อย  ส่วนเด็กที่เกิดจากมารดาที่เป็นโรคนี้ร้อยละสิบจะมีอาการกล้ามเนื้ออ่อนแรงทั่วไปตั้งแต่แรกคลอด และเป็นอยู่นาน 2 สัปดาห์ก็จะหายได้เอง.


 ที่มา ไทยโพสต์ 14 พฤษภาคม 2551   

Last Updated ( พุธ, 14 พฤษภาคม 2008 )
< Previous   Next >