Home arrow News arrow “ไลม์ ดีซีส ไม่ใช่โรคมะนาว”
“ไลม์ ดีซีส ไม่ใช่โรคมะนาว” Print E-mail
User Rating: / 0
PoorBest 
Post by Administrator   
จันทร์, 28 เมษายน 2008
Image

 

นานๆก็มักจะมีแฟนโทร.มาถามโรคแปลกๆ

“อาจารย์ครับ หมอบอกว่า ผมเป็นไลม์ ดีซีส ร้ายแรงหรือเปล่าครับ”

ผมถามว่า หมอที่ไหนบอก แกก็บอกว่า หมอที่คลินิกข้างบ้าน แล้วแกก็ถามต่อไปว่า “โรคนี้เป็นโรคเกี่ยวแก่มะนาวหรือเปล่าครับ”

ช่วยให้ผมหัวเราะออกมาได้ อธิบายให้แกฟังว่าแกออกเสียงว่า ไลม์ ก็คงจะนึกว่า สะกดว่า “LIME” ซึ่งแปลว่า “มะนาว”

แต่ “ไลม์ ดีซีส” นั้น สะกดว่า LYME DISEASE LIME กับ LYME ออกเสียงว่า ไลม์ คล้ายกัน แต่ LIME ตัวแรก แปลว่า มะนาว ส่วน LYME ตัวหลังเป็นชื่อตำบลแห่งหนึ่งอยู่ ในรัฐคอนเนกติกัต

 

จำได้ว่าเคยเขียนเรื่อง ไลม์ ดีซีส ครั้งหนึ่งนานมาแล้ว ครั้งนั้นผมเคยสงสัยว่าไลม์ ดีซีส ไม่น่าจะมีในเมืองไทย

เพราะต้นกำเนิดของ ไลม์ ดีซีส เกิดที่ตำบลโอลด์ ไลม์ ที่รัฐคอนเนกติกัต เมื่อปี ค.ศ. 1975

ต้นตอของโรคนี้ คือ ตัวเห็บหรือไรตัวเล็กๆที่อาศัยเกาะกินเลือดของสัตว์ป่า เช่น กวาง กระต่าย เป็นต้น เห็บหรือไรพวกนี้อยู่ในตระกูลสัตว์มีแปดขา มันจะมีเชื้อแบคทีเรีย BORRELIA BORGDORFERI อยู่ในตัว เมื่อมันไปกัดใครเข้า เชื้อตัวนี้ก็จะเข้าไปในตัว เกิดการอักเสบและทำให้ป่วยเป็นไลม์ ดีซีสขึ้น

ก็เจ้าไรหรือเห็บตัวเล็กๆพวกนี้มันอยู่ในป่าแล้วคนไปเกี่ยวข้องกับมันเข้าได้อย่างไร

หน้าร้อนในอเมริกา (ประมาณปลายมิถุนา-ยน-สิงหาคม) ตามรัฐต่างๆมักจะอนุญาต ให้มีการล่าสัตว์ พวกที่มีใบอนุญาตล่าสัตว์ ก็มักจะเข้าป่าล่าสัตว์ในฤดูร้อนนี้ เวลายิงกวาง ได้ก็ต้องช่วยกันหามขึ้นรถ ในระหว่างที่ช่วยกันหามกวางอยู่นี้ เจ้าพวกเห็บหรือไร ก็ระดมกัดพวกล่ากวางเป็นการใหญ่ โรคไลม์ ดีซีส จึงมักจะระบาดตอนฤดูล่ากวางนี้

แม้แต่สุนัขเลี้ยงซึ่งเจ้าของมักจะพาไปเข้าป่าด้วย เวลาล่ากวางได้ก็มีโอกาสติดเชื้อเจ้าไลม์ ดีซีสนี้ และเลยพาเจ้าโรคนี้ติดไปถึงคนทั้งที่อยู่ในป่าและอยู่ในบ้านด้วย

เมื่อสมัยก่อนเมื่อมีใครในเมืองไทยบอกผมว่า เป็นไลม์ ดีซีส ผมจึงมักจะสงสัยไว้ก่อนว่า ไม่น่าจะใช่เพราะไลม์ ดีซีส น่าจะมีในอเมริกามากกว่า

แต่สมัยนี้การคมนาคมสะดวกมากหลาย นักท่องเที่ยวฝรั่งที่ชอบเข้าป่าเมืองไทยก็มีอยู่มาก ฉะนั้น การติดต่อโรคไลม์ ดีซีส จึงอาจจะเป็นไปได้

ขอพูดถึงโรคนี้และอาการทั่วไปเสียก่อน เมื่อถูกตัวเห็บหรือไรกัด จุดแดงๆจะเกิดรอบ บริเวณถูกกัด หลังจากนั้นจะขยายเป็นผื่นแดงใหญ่ ใหญ่และกว้างขนาด 3 ซม. หรือขนาด 1-1/2 นิ้ว ก็ยังมี

ต่อจากนั้นก็จะมีอาการปวดหัว มีไข้สูง ปวดตามเนื้อตามตัว ง่วงนอน อ่อนเพลีย และจะปวดตามตัวและตามข้อต่อ เช่น เข่า และสะโพกด้วย

ต่อไปนี้เป็นอาการทั่วๆไป ซึ่งแยกออกเป็นข้อๆ อาการเหล่านี้จะเกิดขึ้นหลังจากถูกเห็บกัด หรือหลังจากเข้าป่าประมาณ 2-3 อาทิตย์

- เพลียและล้า

- ปวดตามกล้ามเนื้อ ตามตัว

- รู้สึกหนาวและมีไข้

- คอแข็ง และปวดหัว

- ปวดหลัง

- คลื่นไส้และอาเจียน

- เจ็บคอ

- ม้ามโต ต่อมน้ำเหลืองโต

- ตามข้อต่อบวมแดงและร้อน

- หัวใจโต หัวใจเต้นผิดปกติ

อาการเหล่านี้ จะเป็นอาการของหลายๆโรครวมกัน เพราะฉะนั้น บางคนอาจจะนึกว่าเป็นไข้หวัดหรือไข้หวัดใหญ่ก็ได้

อันที่จริงวิธีที่ดีที่สุดจะป้องกันโรคนี้ก็คือ เวลาจะเข้าป่า ต้องแต่งตัวให้รัดกุม ใส่เสื้อหนาแขนยาว ขาและเท้าต้องมีสิ่งห่อหุ้มมิดชิด รวมทั้งคอและหน้าด้วย ควรจะมียาฆ่าเห็บหรือไรชนิดเป็นสเปรย์ติดตัวไปด้วย

ก่อนจะเข้าไป ควรจะสอบถามให้รอบคอบว่าบริเวณที่จะเข้าไปนั้น มีเห็บหรือไรชุมหรือเปล่า ถ้าเป็นที่สหรัฐอเมริกา ถ้าเจ้าหน้าที่เข้าไปตรวจเจอไรและเห็บ เขาจะติดประกาศบริเวณนั้นให้ผู้ที่เข้าป่าต้องระวังตัว

สำหรับผู้ที่เข้าป่าและมีอาการน่าสงสัย การตรวจนั้นไม่ยากอะไร เพียงแต่ตรวจเลือดเพื่อหาเชื้อ เท่านั้น ถ้าตรวจพบเชื้อ คุณก็คงป่วยเป็นไลม์ ดีซีสแน่

เมื่อตรวจพบเชื้อแล้ว ก็ยิ่งเป็นของง่าย เพราะไลม์ ดีซีส เป็นโรคที่มีเชื้อโรคอยู่แล้ว และเป็นเชื้อชนิดแบคทีเรียด้วย ยาที่ฆ่าเชื้อพวกนี้ได้ ก็คือ ยาประเภทปฏิชีวนะ

นอกนั้นก็จะเป็นการให้ยาแก้ตามอาการ เช่น ยาแก้ปวด หรือแก้ อักเสบ

สำหรับคุณๆที่ไม่ชอบยาแก้ปวด ก็อยากจะขอแนะนำวิตามิน เพื่อช่วยแก้อาการเพลีย และแก้อาการปวด (ไม่ใช่ยาแก้ปวดแต่เป็นวิตามิน จึงไม่มีผลข้างเคียง)

- วิตามิน C 500 มก. 3 มื้อ ต่อวัน

- วิตามิน D 1,000 IU. 3 มื้อ ต่อวัน

- ไนอาซิน 500 มก. 1 มื้อ ต่อวัน

ไนอาซินจะทำให้ร้อนและคันเล็กน้อย สำหรับคุณๆที่ไม่ชอบร้อนและคัน (ความจริงถ้าคัน ประมาณ 15 นาทีก็หาย) ก็ให้ใช้ไนอาซิน-นาไมด์ 500 มก. 1 เม็ด 1 มื้อต่อวัน แทนไนอาซิน ธรรมดาได้

มีข้อเตือนอีกอย่างครับ ต้องระวังตั้งแต่ตอนต้นๆ เริ่มเป็น อย่าให้มีอาการมากแล้วจึงไปหาแพทย์ เพราะถ้าอาการเป็นมากแล้ว อาการข้อต่ออักเสบอาจจะกลายเป็นการอักเสบถาวร หรืออาการของโรคหัวใจ อาจจะเกิดตามมาได้ ฉะนั้น ถ้ามีอาการแล้ว ต้องรีบแก้ไขโดยเร็ว

****

ต่อไปนี้เป็นของแถมสำหรับคุณๆที่เป็นห่วง เรื่อง ท้อง-ท้อง ที่ผมเขียนไปแล้ว

มีบางท่านอุตส่าห์ไปหาผมถึงตัวเลย

แล้วถามว่า ที่ผมแนะนำยากลางบ้าน เรื่องกินขนมปังปิ้งแล้วฝานหอมหัวใหญ่ ใส่กลางทำเป็นแซนด์วิชนั้น จะทำเป็นยากินได้ตลอดไปหรือไม่

ขอเรียนว่า ที่เป็นยากลางบ้านนั้น หมาย ความให้ ช่วยแก้อาการเฉพาะหน้า อาการเฉพาะหน้าหมายความไม่ใช่ตัวโรคต้นตอโดยตรง อย่างเป็นต้นว่า คุณเป็นโรคกระเพาะ คุณก็อาจจะมีอาการเฉพาะหน้าหลายอย่างเป็นครั้งเป็นคราว อย่างเช่น มีอาการจุกเสียด แน่นท้องอย่างนี้เป็นต้น

การให้กินขนมปังปิ้ง (ใช้ขนมปังโฮลวีท) กับหอมหัวใหญ่นั้น เป็นการแก้อาการจุกเสียด และเป็นการแก้อาการเฉพาะหน้า เมื่อคุณเกิดอาการจุกเสียดหาอะไรไม่ทัน ก็ลองใช้ขนมปังปิ้งและหัวหอมดูก่อน

ขนมปังปิ้ง จะเป็นด่างลดกรดได้และจะช่วยดูดซับท็อกซินในท้องด้วย ส่วน หอมหัวใหญ่ นั้น จะช่วยฆ่าพยาธิ และฆ่าเชื้อแบคทีเรีย นี่เป็นการแก้อาการไม่ใช่แก้ต้นเหตุ

ฉะนั้น เมื่อคุณแก้อาการแล้ว ต้องแก้ ต้นเหตุพร้อมกันไปด้วย

จำได้หรือเปล่า ผมเตือนอยู่เสมอว่าโรคต่างๆเกี่ยวกับท้องนั้น ความเครียดเป็นสาเหตุอย่างหนึ่ง

อย่าลืมแก้ความเครียดด้วย.

 

 

ที่มา หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ  27 เม.ย. 51

Last Updated ( จันทร์, 28 เมษายน 2008 )
< Previous   Next >