Home arrow News arrow หมอชี้สมองบวม-ไม่ใช่ตะขาบกัดตาย
หมอชี้สมองบวม-ไม่ใช่ตะขาบกัดตาย Print E-mail
User Rating: / 1
PoorBest 
Post by Administrator   
พุธ, 23 เมษายน 2008

       

Image

 

เมื่อวันที่ 22 เม.ย. น.พ.สวัสดิ์ เถกิงเดช ผอ.ร.พ.นพรัตน์ราชธานี เปิดเผยถึงกรณีการเสียชีวิตของนายสมโพด นูพัฒน์ อายุ 41 ปี ชาวอ.อรัญประเทศ จ.สระแก้ว ซึ่งภรรยาเชื่อว่าเกิดจากถูกตะขาบกัดอวัยวะเพศว่า นายสมโพดเข้ามารักษาที่ร.พ.นพรัตนฯ เวลาประมาณ 16.40 น.วันที่ 18 เม.ย. ก่อนจะเสียชีวิตวันที่ 20 เม.ย. ไม่ได้เข้ารักษาตั้งแต่วันที่ 15 เม.ย. ตามที่ภรรยาระบุในข่าว ซึ่งวันเข้ารักษาตัวเมื่อมาถึงร.พ.นพรัตนฯ นายสมโพดกระสับกระส่าย ไข้สูง แพทย์สงสัยว่าอาจติดเชื้อในสมอง จึงรับตัวไว้รักษาตามสิทธิประกันสังคม จากนั้นส่งตัวทำซีทีสแกนสมองทันที เพื่อหาสาเหตุที่แท้จริง และพบว่ามีอาการสมองบวม

        ต่อมาเจาะเลือดและน้ำไขสันหลังเพื่อตรวจสอบหาเชื้อ ซึ่งจากการเพาะเชื้อในเลือดพบว่ามีเชื้อแบคทีเรียชนิดหนึ่งแบบเนกาทีฟ วิเคราะห์ได้ว่าเมื่อเชื้อแบคทีเรียที่พบเป็นเนกาทีฟ แสดงว่าคนไข้ต้องสมองอักเสบหรือเยื่อหุ้มสมองอักเสบแน่นอน ส่วนผลการเพาะเชื้อจากน้ำไขสันหลังจะทราบผลเย็นวันที่ 21 เม.ย. ดังนั้น จากผลการตรวจพิสูจน์แพทย์จึงให้การรักษาโดยให้ยาปฏิชีวนะตามอาการ อย่างไรก็ตาม การเสียชีวิตของคนไข้ในวันที่ 20 เม.ย.นั้น เกิดจากการดำเนินของโรคเยื่อหุ้มสมองอักเสบ ไม่ใช่พิษจากตะขาบต่อยอัณฑะแน่นอน 

 

"คนไข้เป็นคนไข้เก่าที่เคยมารับการรักษาตั้งแต่ปี 2548 ด้วยอาการตับแข็ง โรคดีซ่าน และท้องบวม เนื่องจากดื่มเหล้ามาโดยตลอด ร.พ.จึงมั่นใจว่าการเสียชีวิตของนายสมโพดไม่ได้เกิดจากตะขาบต่อย แต่เกิดจากอาการสมองบวมเพราะเยื่อหุ้มสมองอักเสบ ซึ่งเมื่อนายสมโพดป่วยด้วยโรคตับแข็งอยู่แล้วก็จะทำให้ร่างกายอ่อนแอ นอกจากนี้อาการท้องมานหรือท้องบวม ก็อาจทำให้อวัยวะอื่นบวมได้เช่นกัน ซึ่งอาจบวมมาถึงอัณฑะก็เป็นได้ อย่างไรก็ตาม หากนายสมโพดถูกตะขาบต่อยในวันสงกรานต์ แพทย์เชื่อว่าพิษของตะขาบไม่ทำให้เสียชีวิต แม้จะต่อยที่อัณฑะอย่างมากที่สุดอาการก็คืออักเสบไม่ทำให้เยื่อหุ้มสมองอักเสบแน่นอน รวมทั้งหากตะขาบต่อยในวันสงกรานต์อาการแพ้ตะขาบของนายสมโพดก็ควรมีตั้งแต่วันที่ถูกตะขาบต่อยแล้ว อย่างไรก็ตาม ที่ผ่านมาไม่มีข้อมูลหรือหลักฐานทางการแพทย์ว่าคนจะเสียชีวิตจากการถูกตะขาบต่อย" ผอ.ร.พ.นพรัตนฯ กล่าว

ผอ.ร.พ.นพรัตนฯกล่าวด้วยว่า ทางร.พ.ให้การรักษาเต็มที่กับคนไข้ และขอความเป็นธรรมให้กับร.พ.ด้วยหากเข้าใจผิดว่าคนไข้เสียชีวิตเพราะแพทย์ไม่ใส่ใจในการรักษา ซึ่งจะทำให้แพทย์และพยาบาลเสียขวัญและหมดกำลังใจในการทำงานไปด้วย

 

ที่มา หนังสือพิมพ์ ข่าวสด วันที่ 23 เมษายน พ.ศ. 2551

Last Updated ( พุธ, 23 เมษายน 2008 )
< Previous   Next >