Home arrow News arrow การกลับมา ของ "วัณโรค"
การกลับมา ของ "วัณโรค" Print E-mail
User Rating: / 0
PoorBest 
Post by Administrator   
จันทร์, 31 มีนาคม 2008

คอลัมน์ วาไรตี้เฮลท์

นับเป็นการกลับมาที่ไม่พึงประสงค์ของโรคร้ายอย่าง "วัณโรค"

โรคดึกดำบรรพ์ที่ใครหลายคนอาจจะลืมไปแล้วเพราะมีการค้นพบยารักษาทำให้เชื้อนี้สยบจนนึกว่าหมดสิ้นแต่ถึงเวลานี้มันกลับมาแล้ว

มาทบทวนความจำกันว่า อาการของโรคนี้เป็นอย่างไร

โรคนี้รับเชื้อจากการไอหรือจาม เริ่มด้วยมีไข้ต่ำๆ ตอนบ่าย เหงื่อออกตอนกลางคืน ไอแห้งๆ ไอมีเสมหะ และอาจมีเลือดปน หรือไอเป็นเลือดสดๆ เจ็บชายโครง อ่อนเพลีย เบื่ออาหาร น้ำหลักลด จนผอมแห้ง

โรคนี้เป็นการติดเชื้อแบคทีเรียที่มีทนต่ออากาศแห้งแถมอยู่ในอากาศได้นาน การเป็นวัณโรคอาจเป็นได้ในทุกๆ อวัยวะ เช่น ลำไส้ ตับ ม้าม ต่อมน้ำเหลือง ผิวหนัง กระดูก เยื่อหุ้มสมอง แต่มักพบที่ปอดมากกว่าที่อื่นๆ

การกลับมาครั้งนี้ องค์การอนามัยโลกประกาศว่า วัณโรคเป็นปัญหา ใหญ่ทางสาธารณสุข เป็นโรคติดต่อ ที่เป็นต้นเหตุของการตายในหลายๆ ประเทศในโลก

สำหรับประเทศไทย ในการจัดอันดับพบว่า ไทยอยู่ในอันดับที่ 17 และเป็น 1 ใน 22 ประเทศที่วัณโรคเป็นปัญหารุนแรง เพราะเมื่อปี 2550 มีผู้ป่วยไม่น้อยกว่า 50,000 ราย และคาดว่าจะมีผู้ป่วยใหม่ปีละ 91,000 ราย

ต้นเหตุของการกลับมาคือ การที่เชื้อดื้อยา เชื้อจากแรงงานผิดกฎหมายทำให้ไม่มีการควบคุมโรค และการระบาดของโรคเอดส์

การกลับมานั้นแม้จะรุนแรง แต่ทำใจให้สบายได้ว่า โรคนี้สามารถ "รักษาให้หายขาดได้" มากถึง 90%

แต่การหายขาดนี้อยู่ที่การพบและวินิจฉัยโรคได้เร็ว และผู้ป่วยต้องได้รับยาอย่างต่อเนื่อง 180 ครั้ง หรือวันละครั้ง ติดต่อกัน 6 เดือน

ปัญหาก็คือ เมื่อผู้ป่วยได้รับยา 1-2 อาทิตย์ จะรู้สึกดีขึ้นจึงละเลยต่อการรับยาต่อๆ ไป ทำให้อาการกำเริบและแพร่เชื้ออีกและได้

ทางกองควบคุมโรคจึงสรรหา "พี่เลี้ยง" คอยควบคุมดูแลกันจนถึงบ้านยังมีการทุ่มงบฯมากถึง 295 ล้านบาท ดูแลวัณโรคนี้โดยเฉพาะ โดยทุกโรงพยาบาลทั่วประเทศ จะสามารถรักษาโรคนี้ได้เท่าเทียมกัน

นอกจากทางภาครัฐจะช่วยเหลือแล้ว มีอีกหลายวิธีที่ทุกคนช่วยดูแลและป้องกันไม่ให้โรคนี้มากล้ำกรายได้

1. รักษาสุขภาพให้แข็งแรง โดยออกกำลังกาย กินอาหารครบ 5 หมู่

2. หลีกเลี่ยงการคลุกคลีกับผู้ป่วย

3. ถ้ามีผู้ป่วยวัณโรคอยู่ในบ้าน ควรดูแลให้กินยาครบถ้วนทุกวัน

4. เอกซเรย์ปอดอย่างน้อยปีละครั้ง

5. พาบุตรหลานไปฉีดวัคซีนบี ซี จี

6. ผู้ที่เป็นโรคที่ทำให้มีภูมิต้านทานอ่อนแอ เช่น เบาหวาน, ติดเชื้อ HIV หรือรับยากดภูมิต้านทาน เช่น ยารักษามะเร็ง, ยาผสมสเตอรอยด์ ควรดูแลตัวเองเป็นพิเศษ หากมีอาการผิดปกติควรรีบไปพบแพทย์ เพื่อตรวจเสมหะและเอกซเรย์ปอดโดยด่วน

เรื่องราวของวัณโรคปอดนี้มีให้รับรู้อีกมากมาย สามารถคลิกเข้าไปชมได้ที่ www.antitbthai.com

ศึกษาไว้ก่อนไม่เสียหาย ดีกว่าจะมารู้เอาเมื่อสายไปเสียแล้ว !!

 

ที่มา หนังสือพิมพ์ ประชาชาติธุรกิจ วันที่ 31 มีนาคม พ.ศ. 2551

< Previous   Next >