Home arrow News arrow แนะเคล็ดสังเกตและป้องกันไข้กระต่าย-หวัดแมว
แนะเคล็ดสังเกตและป้องกันไข้กระต่าย-หวัดแมว Print E-mail
User Rating: / 0
PoorBest 
Post by Administrator   
ศุกร์, 28 มีนาคม 2008

        

Image

 

        “หมอปานเทพ” เปิดแถลงกรณีไข้กระต่าย-หวัดแมว ชี้ไข้กระต่ายต้องสังเกตสัตว์เลี้ยงและตัวเอง หากสัตว์ซึม เบื่ออาหาร ควรพาพบแพทย์ ส่วนในคนหากเป็นไข้ครั่นตัวกินยาแล้วไข้ไม่ลด ควรไปพบแพทย์พร้อมระบุรายละเอียดประวัติการเลี้ยงสัตว์ ด้านหวัดแมวติดง่ายระหว่างแมวกับแมว เพียงจามก็ติดได้ สังเกตแมวน้ำลายเยอะ ลิ้นอักเสบ เบื่ออาหารควรพาพบแพทย์ ทางที่ดีควรฉีดวัคซีนป้องกันแต่เนิ่นๆ ด้านศูนย์เฝ้าระวังโรคจากสัตว์ป่าฯ เร่งศึกษาเกี่ยวกับแมลงที่เป็นพาหะโรคของโรคทูลาเรเมียเพิ่ม ป้องกันโรคนี้มาสู่คน

        เมื่อเวลา 10.00 น.วันนี้ (28 มี.ค.) คณะสัตวแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล แถลงถึงสถานการณ์ทูลาเรเมีย หรือโรคไข้กระต่าย และโรคระบาดในแมว โดยรศ.น.สพ.ปานเทพ รัตนาการ ผู้อำนวยการศูนย์เฝ้าระวังและรักษาโรคและติดตามโรคจากสัตว์ป่า สัตว์ต่างถิ่น และสัตว์อพยพ มหาวิทยาลัยมหิดล กล่าวว่าเป็นที่ทราบกันแล้วว่า โรคไข้กระต่ายเกิดจากเชื้อแบคทีเรียบาติลัสชนิดหนึ่ง ซึ่งพบในยุโรปและอเมริกาเหนือ แต่พบเป็นครั้งแรกในประเทศไทยเมื่อไม่นานมานี้ ทำให้กรมควบคุมโรคและมหาวิทยาลัยต่างๆ เร่งสำรวจข้อมูลเกี่ยวกับโรคชนิดนี้มากขึ้น
       
      
       "การติดต่อของโรคเกิดได้ทั้งการสัมผัสบาดแผลของคนกับสัตว์ป่วยโดยตรง และโดยแมลงที่ไปกัดสัตว์ป่วยและมาปล่อยเชื้อในคน รวมถึงการขับอุจจาระของสัตว์ป่วยลงในแม่น้ำและติดเชื้อมาสู่คน และการหายใจเอาฝุ่นละอองในอาการจากสัตว์ป่วยและคน แต่การติดเชื้อระหว่างคนกับคนนั้น ไม่สามารถติดต่อกันได้ ส่วนความรุนแรงของโรคในสัตว์ป่วยไม่สามารถระบุและตรวจวินิจฉัยได้ว่าเป็นโรคทูลาเรเมียหรือไม่ จะทำได้แต่เฉพาะสังเกตว่าสัตว์มีอาการซึม เบื่ออาหาร และหายใจติดขัด ก็จะวินิจฉัยความมีแนวโน้มที่จะเป็น ก็จะใช้ยาปฏิชีวนะ เช่น เตตร้าไซคลิน เจนตร้ามัยซิน คลอแรมฟินิคอล เป็นต้น ก็สามารถหายได้”
       
      
       รศ.น.สพ.ปานเทพ กล่าวถึงกรณีผู้เลี้ยงกระต่ายหรือสัตว์ฟันแทะอื่นๆ เช่น หนู กระรอก ที่มีอาการป่วยเป็นไข้ ครั่นตัว ปวดเมื่อยกล้ามเนื้อ กินยาลดไข้และไข้ไม่ลด ควรรีบไปปรึกษาแพทย์ บอกอาการและบอกประวัติการเลี้ยงสัตว์ว่าเลี้ยงตัวอะไรบ้าง หรือสัมผัสกับสัตว์อะไรมาบ้างให้ครบถ้วนเพื่อการวินิจฉัยที่ถูกต้อง
       
      
       นอกจากนี้ ผู้อำนวยการศูนย์เฝ้าระวังและรักษาโรคและติดตามโรคจากสัตว์ฯ ให้คำแนะนำสำหรับการอยู่ร่วมกับสัตว์เลี้ยงประเภทฟันแทะอย่างปลอดภัยว่า ควรศึกษาข้อมูลเกี่ยวกับสัตว์เลี้ยงนั้นๆ ก่อนที่จะนำมาเลี้ยง และควรตรวจสอบแหล่งที่มาของสัตว์นั้นๆ ว่าเชื่อถือได้หรือไม่ และเมื่อได้สัตว์เลี้ยงมาแล้วควรนำไปสัตว์ไปพบสัตวแพทย์เพื่อตรวจสุขภาพก่อนจะนำไปเลี้ยงร่วมกับสัตว์ตัวอื่นๆ เรื่องการดูแลเรื่องวัคซีนและการถ่ายพยาธิ รวมไปถึงความสะอาดจากปรสิตเช่นเห็บ หมัด ก็เป็นเรื่องที่เจ้าของควรใส่ใจ

“เรื่องของความสะอาดของผู้เลี้ยงก็เป็นเรื่องสำคัญ ควรล้างมือทุกครั้งหลังจับสัตว์ ควรหลีกเลี่ยงการเลี่ยงสัตว์บนดิน ควรเลี่ยงการเลี้ยงสัตว์เลี้ยงปะปนกับสัตว์ป่าชนิดอื่นๆ เจ้าของควรสังเกตอาการผิดปกติ หากมีอาการผิดปกติหรือป่วยควรปรึกษาแพทย์”
       
      
       อย่างไรก็ตาม ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในกรณีของไข้หวัดแมวที่สังคมกำลังกังวลกันอยู่นั้น รศ.สพ.ญ.พรรณจิตต์ นิลคำแหง ประธานชมรมสัตวแพทย์บำบัดโรคแแมวแห่งประเทศไทย กล่าวว่า โรคติดเชื้อในแมวส่วนใหญ่ที่พบคือลำไส้อักเสบ เกิดจากไวรัสพาร์โว โดยแมวจะมีอาการอาเจียน คลื่นไส้ และ 24 ชั่วโมงต่อมาจะท้องเสีย ถ่ายเป็นมูก ในลูกแมวจะมีอาการรุนแรงถึงขึ้นเสียชีวิตได้ แต่สำหรับแมวอายุ 1 ปี ขึ้นไป อาการเหล่านี้จะสังเกตได้ใน 3-4 วัน และสามารถรักษาได้ทัน
      
       “อีกโรคหนึ่ง คือ โรคหวัดแมว เกิดจากเชื้อ 3 ชนิด เชื้อไวรัสเฮอร์ปีส์ ไวรัสแคลิซิ และไวรัสคราไมเดียซึ่งไวรัสคลาไมเดียหรือโรคตาแดงเป็นชนิดเดียวที่สามารถติดจากแมวสู่คนได้ ส่วนสองชนิดแรกไม่สามารถติดต่อจากแมวสู่คนได้ อาการโดยรวมของหวัดแมวจะสังเกตได้จากอาการน้ำลายออกมากผิดปกติเพราะอาการลิ้นอักเสบ ซึม และเบื่ออาหาร อาการเหล่านี้จะติดจากแมวสู่แมวได้ง่ายมากโดยการจาม”
       
      
       นอกจากนี้ รศ.สพ.ญ.พรรณจิตต์ กล่าวเพิ่มเติมอีกว่า สำหรับคำแนะนำสำหรับผู้เลี้ยงแมว คือเมื่อทราบว่าแมวมีอาการดังกล่าว ต้องจับแมวให้ห่างออกจากกันให้มากกว่า 4 ฟุต และล้างมือทุกครั้งก่อนและหลังสัมผัสแมว และเวลาให้อาหาร สิ่งสำคัญคือควรนำแมวไปฉีดวัคซีนป้องกันโรคในขณะที่ยังแข็งแรง เพราะหากนำแมวไปรับวัคซีนเมื่อร่างกายอ่อนแอนั้นจะทำให้แมวอ่อนแอและกระจายโรคได้มากขึ้น
       
      
       ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ขณะนี้ศูนย์เฝ้าระวังโรคจากสัตว์ป่าฯ ได้ทำการศึกษาเกี่ยวกับแมลงที่เป็นพาหะโรคของโรคทูลาเรเมียเพิ่ม เช่นในเห็บ หมัด เหลือบ และแมลงดูดเลือดอีกหลายชนิด เพื่อหาทางป้องกันโรคนี้มาสู่คน

 

ที่มา ผู้จัดการออนไลน์ 28 มีนาคม 2551 

Last Updated ( ศุกร์, 28 มีนาคม 2008 )
< Previous   Next >