Home arrow News arrow หวั่น"หมู"คิวต่อไป ไวรัสพีอีดีระบาด
หวั่น"หมู"คิวต่อไป ไวรัสพีอีดีระบาด Print E-mail
User Rating: / 0
PoorBest 
Post by Administrator   
พฤหัสบดี, 27 มีนาคม 2008

       

Image

 

      ปศุสัตว์อ่างทองชี้พื้นที่แมวล้มตายอยู่ใกล้โรงฆ่าสัตว์ คาดทิ้งซากสัตว์-เลือดไม่ถูกวิธี ปล่อยหมักหมมจนเกิดเชื้อโรค ขณะที่ปศุสัตว์หวั่นโรคระบาดใหม่ "ไวรัสพีอีดี" ที่มากับหมู จะทำให้ท้องเสีย ยันไม่มีสัตว์ตายเพิ่มในอ่างทอง

เมื่อวันที่ 26 มี.ค. นายสุรชน ต่างวิวัฒน์ ปศุสัตว์จังหวัดอ่างทอง เปิดเผยว่า จากการสำรวจสภาพสิ่งแวดล้อมในพื้นที่ที่แมวอาศัยอยู่ และทยอยตายมาตั้งแต่ต้นปี 2551 พบว่าพื้นที่บริเวณหมู่ 1-2-3 ต.ชะไว อ.ไชโย จ.อ่างทอง เป็นชุมชนแออัด บ้านเรือนประชาชนตั้งชิดติดกันหนาแน่น แต่เดินผ่านทะลุถึงกันได้สะดวก เพราะไม่มีรั้วรอบขอบชิด โดยแต่ละครัวเรือนซึ่งเป็นพี่น้องชาวไทยมุสลิม นิยมเลี้ยงแมวตามความเชื่อของศาสนา ไม่นิยมเลี้ยงสุนัข บางครอบครัวเลี้ยงเป็นสิบๆ ตัว จึงเป็นตำบลเดียวที่มีแมวมากที่สุด และเป็นตำบลเดียวของจังหวัดที่แมวล้มตาย

นายสุรชนกล่าวว่า บริเวณดังกล่าวเป็นสถานที่ชำแหละเนื้อวัว กระบือ เป็ด และไก่ที่ใหญ่ที่สุดของจ.อ่างทอง มีแหล่งบำบัดน้ำเสียและเลือดสัตว์จากการฆ่า ซึ่งหากเศษชิ้นส่วนสัตว์หมักหมมไม่ได้รับการกำจัดทำลายอย่างถูกวิธี อาจก่อให้เกิดเชื้อโรคบางชนิดขึ้นได้ ซึ่งแมวที่ไม่เคยฉีดวัคซีนลักษณะการเลี้ยงดูปล่อยให้อยู่แบบธรรมชาติ อาจจะไปกัดแทะเศษอาหารที่สกปรก เมื่อติดเชื้อและไม่มีภูมิต้านทานโรคจึงเสียชีวิต โดยมีอาการไข้สูง ไม่กินอาหาร มีแผลในช่องปาก น้ำลายฟูมปาก

"สำนักงานปศุสัตว์และสำนักอนามัยที่ 1 เก็บตัวอย่างแมวป่วย ตัวอย่างเลือด น้ำเหลือง อุจจาระแมว และหนูไปตรวจหาเชื้อ และหาสาเหตุการตาย นอกจากนี้ได้ตรวจแมวและรักษาแมว 2 ตัว ที่ป่วยมีไข้สูงและไม่กินอาหารคาดว่าลำไส้อักเสบ ลิ้นมีแผล นอกจากนี้ได้กักกันไม่ให้มีการเคลื่อนย้ายแมวในบริเวณดังกล่าว ที่สำคัญในสภาพการณ์ขณะนี้ชาวบ้านไม่ควรนำแมวหรือสุนัขไปปล่อยเพื่อเป็นภาระของผู้อื่น" นายสุรชนกล่าว

ส่วนที่จ.สุพรรณบุรี บริเวณศาลเจ้าพ่อพระยาจักรและหน้าสำนักงานเทศบาลตำบลอู่ทอง จ.สุพรรณบุรี ประชาชนนับร้อยคนนำหมา แมว ไปรับวัคซีนอย่างคึกคัก

นายศุภวัฒน์ ทวีสุข ปศุสัตว์อำเภออู่ทอง จ.สุพรรณบุรี เปิดเผยว่า ร่วมกับเทศบาลจัดหน่วยบริการเคลื่อนที่ฉีดวัคซีนป้องกันโรคพิษสุนัขบ้า การฉีดยาคุมกำเนิดแมวสุนัขเพศเมียและทำหมัน โดยเฉพาะโรคพิษสุนัขบ้านั้น ถือเป็นโรคอันตรายมากและอยู่ในช่วงฤดูร้อนพอดี ซึ่งประชาชนในพื้นที่ อ.อู่ทอง ก็เลี้ยงกันมากรวมเกือบ 10,000 ตัว เชื่อว่าปีนี้คนเลี้ยงแมว หมา จะนำมาฉีดวัคซีนกันมากกว่าปีที่ผ่านมา เนื่องจากเกิดโรคไข้หวัดแมวระบาดแต่ในพื้นที่จ.สุพรรณบุรี ยังไม่มี

ด้านนางวรรณี สันตมนัส ปศุสัตว์จังหวัดสุพรรณ บุรี เปิดเผยว่า สุพรรณบุรียังไม่พบโรคระบาด แต่ขณะนี้ที่น่าห่วงคือเชื้อไวรัสพีอีดี ไวรัสตัวใหม่ที่พบในสุกร เมื่อมีการติดเชื้อจะทำให้ท้องเสีย แต่ถ้าเกษตรกรป้องกันโดยเฉพาะพ่อแม่พันธุ์มีการพ่นยาฆ่าเชื้อทั้งคนรถและตัวสัตว์ พร้อมแยกสุกรที่นำมาจากฟาร์มอื่นไว้ก็สามารถป้องกันได้ ส่วนใครสงสัยสามารถสอบถามได้ที่โทร.0-3555-5466

นายศักดิ์ชัย ศรีบุญซื่อ อธิบดีกรมปศุสัตว์ เปิดเผยว่า ได้สั่งการให้ปศุสัตว์จังหวัดประสานงานกับผู้นำท้องถิ่น ทั้งเทศบาล ตำบล อบต. กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ให้ออกสำรวจสุขภาพสัตว์เลี้ยงหมาแมวของชาวบ้าน เพื่อสำรวจสุขภาพและป้องกันโรคระบาดที่อาจจะเกิดขึ้นได้ รวมถึงมีทีมงานของปศุสัตว์ตระเวนไปทั่วทุกพื้นที่และแหล่งชุมชน รวมถึงวัดที่ประชาชนคนไทยชอบนำหมาแมวไปทิ้งเพราะกลัวโรคระบาด ซึ่งผลสำรวจล่าสุดทั่วประเทศ ไม่พบพื้นที่มีสัตว์ป่วยตายเพิ่ม รวมถึงพื้นที่จ.อ่างทอง และจังหวัดใกล้เคียงก็ไม่มีสัตว์ป่วยตายเพิ่มแต่อย่างใด ส่วนผลการตรวจเชื้อจากตัวอย่างที่เก็บมาจากอ่างทอง ผลจะทยอยออกมาต่อเนื่องโดยใช้เวลาประมาณ 3-7 วัน หรือประมาณวันที่ 31 มี.ค. น่าจะรู้ผลการตรวจทั้งหมด ซึ่งกรณีสัตว์เลี้ยง จำเป็นอย่างยิ่งที่เจ้าของจะต้องเอาใจใส่ และดูแลอย่างใกล้ชิด ทั้งเรื่องของ อาหาร ที่อยู่อาศัย แม้แต่วัคซีน ก็ต้องมีการนำไปฉีด เพราะสัตว์เลี้ยงเหล่านี้ถือว่าอยู่ใกล้ชิดกับคนมากที่สุด

อย่างไรก็ตามกรณีที่เกิดโรคระบาดมาเกือบ 3 เดือน แต่กรมปศุสัตว์เพิ่งรู้ จะบอกว่าเป็นเรื่องที่หย่อนยานในการทำงานและรับผิดชอบต่อสัตว์ของกรมปศุสัตว์ก็ไม่ถูก เพราะสัตว์เลี้ยงซึ่งไม่มีพ.ร.บ. ควบคุม ต้องใช้ผู้ที่เลี้ยงดูแลและสังเกตพฤติกรรม หากพบการป่วยตายที่แปลก และผิดปกติ ควรจะมีการแจ้งเจ้าหน้าที่ในพื้นที่ใกล้เคียง เข้าตรวจสอบ จึงจำเป็นต้องสังเกตอาการเอง เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดโรคระบาด

พระธรรมกิตติเมธี โฆษกมหาเถรสมาคม กล่าวถึงกรณีที่คนแห่นำหมาแมวไปปล่อยทิ้งไว้ที่วัดเป็นจำนวนมากว่า การนำสัตว์เลี้ยงไปปล่อยที่วัดเพราะเกรงว่าจะติดโรคนั้นเป็นเรื่องที่ไม่เหมาะ จะทำให้ถูกมองว่าเวลามีอะไรที่ไม่ดีก็จะนำไปปล่อยที่วัด ซึ่งวัดเองก็จะต้องตั้งหลักให้ดี และพยายามอธิบายให้ประชาชนเข้าใจด้วย หากเป็นไปได้ควรทำป้ายประกาศให้ประชาชนเข้าใจว่า ไม่ควรนำสัตว์เลี้ยงมาปล่อยที่วัด รวมทั้งขอร้องให้ประชาชน ไม่ควรมักง่ายนำสุนัข-แมว มาปล่อยทิ้งที่วัด ควรจะดูแลสัตว์เลี้ยงให้ดี และหาทางป้องกันรักษาไม่ให้ติดโรค ขณะเดียวกันหน่วยงานที่เกี่ยวข้องก็ต้องเร่งพยายามสร้างความเข้าใจเกี่ยวกับโรคดังกล่าวให้กับประชาชนด้วย

 

ที่มา หนังสือพิมพ์ ข่าวสด วันที่ 27 มีนาคม พ.ศ. 2551

Last Updated ( พฤหัสบดี, 27 มีนาคม 2008 )
< Previous   Next >