Home arrow News arrow หัดแมวลามหนัก! ข้ามตำบล วัคซีนไม่พอรักษา
หัดแมวลามหนัก! ข้ามตำบล วัคซีนไม่พอรักษา Print E-mail
User Rating: / 0
PoorBest 
Post by Administrator   
อังคาร, 25 มีนาคม 2008

       

Image

 

        ผวจ.อ่างทองนำเจ้าหน้าที่ปศุสัตว์ลงพื้นที่เปิดจุดตรวจรักษา ระดมจนท.ออกพ่นยาป้องกันการแพร่ระบาดของโรค พบหมู่บ้านเดียวตายแล้ว 84ตัว สัตวแพทย์ออกโรงเตือนหญิงมีครรภ์อย่าสัมผัสอุจจาระแมวเด็ดขาดอาจทำให้แท้งและเด็กในครรภ์พิการได้ เด็กเล็กระวังโรคพยาธิ

      กรณีแมวของชาวบ้านในพื้นที่ ต.ชะไว ต.จรเข้ร้อง และ ต.หลักฟ้า อ.ไชโย จ.อ่างทอง เกิดล้มป่วย มีอาการ เซื่องซึม สำรอกออกมาเป็นเลือด ก่อนจะทยอยล้มตายลง เป็นจำนวนมาก จนสร้างความตื่นตระหนกให้กับชาวบ้าน เกรงว่าจะนำเชื้อโรคมาติดคน เนื่องจากแมวเป็นสัตว์เลี้ยงใกล้ชิดที่สุดของมนุษย์ ขณะที่ปศุสัตว์จังหวัดอ่างทองเชื่อว่าสาเหตุน่าจะมาจากการติดเชื้อไวรัสโรคหัดแมว พร้อมเก็บตัวอย่างส่งตรวจพิสูจน์แล้วนั้น

เมื่อตอนสายวันที่ 24 มี.ค. นายศุทธนะ ธีวีระปัญญา ผวจ.อ่างทอง พร้อมนายสุรชน ต่างวิวัฒน์ ปศุสัตว์ จังหวัดอ่างทอง และเจ้าหน้าที่ผู้เกี่ยวข้อง เดินทางไปที่ มัสยิดอัล ยุส รอ สามัคคี หมู่ 1 ต.ชะไว อ.ไชโย จ.อ่างทอง ตั้งหน่วยเคลื่อนที่ตรวจรักษาโรคสัตว์ รวมทั้งให้เจ้าหน้าที่ออกฉีดพ่นยาฆ่าเชื้อโรคในพื้นที่ซึ่งมีแมวตาย โดยมีนาย ภราดร ปริศนานันทกุล ส.ส.อ่างทอง ซึ่งได้รับคำสั่งจาก นายสมศักดิ์ ปริศนานันทกุล รมว.เกษตรฯ ให้เดินทางลง พื้นที่ร่วมตรวจสถานการณ์อย่างใกล้ชิด โดยมีประชาชนนำแมวมารับการตรวจรักษา 40 ตัว ในจำนวนนี้มีแมวอาการป่วยหนัก 1 ตัว เจ้าหน้าที่จึงขอแมวตัวดังกล่าวส่ง ไปตรวจยังสถาบันสุขภาพสัตว์แห่งชาติ เพื่อตรวจหาเชื้อ พร้อมกันนี้ ผวจ.อ่างทองได้สั่งกำชับให้เจ้าหน้าที่ปศุสัตว์ เร่งหาทางควบคุมจำกัดพื้นที่ป้องกันการระบาดของโรค

นายสุรชน ต่างวิวัฒน์ ปศุสัตว์จังหวัดอ่างทอง กล่าว ว่า ได้รับรายงานจาก อสม.ที่ออกสำรวจ พบว่าในพื้นที่หมู่ 1 ต.ชะไว เพียงหมู่บ้านเดียวมีแมวที่เจ้าของแจ้งขึ้นทะเบียนแล้วรวม 295 ตัว ล้มตาย 84 ตัว ไม่นับรวมถึงแมวจรจัด ส่วนหมู่ 2 มีทั้งหมด 312 ตัว หมู่ 3 จำนวน 248 ตัว ทั้ง 2 หมู่บ้านยังไม่ทราบยอดแมวตายที่ชัดเจน อยู่ระหว่างการสำรวจ สำหรับแมวที่ชาวบ้านนำมาตรวจรักษา ผลการตรวจวินิจฉัยเบื้องต้นคาดว่าน่าจะเป็นเชื้อโรคหัดแมว หรือโรคไข้หวัดแมว สาเหตุเป็นเพราะเจ้าของเลี้ยงแบบทิ้งขว้าง ไม่ได้ดูแล หรือพาไปพบสัตวแพทย์ ทำให้ติดเชื้อตายได้ ขณะนี้ได้ให้เจ้าหน้าที่ออกประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนทราบต่อไปแล้ว

ต่อมาผู้สื่อข่าวได้รับแจ้งจากประชาชนว่า มีแมว ของชาวบ้านบริเวณข้างวัดบ้านป่า หมู่ 2 ต.ตรีณรงค์ อ.ไชโย ล้มตายด้วยเช่นกัน จึงเดินทางไปตรวจสอบ พบนายถวิล แย้มพลาย อายุ 50 ปี อยู่บ้านเลขที่ 39/1 หมู่ 2 พา ผู้สื่อข่าวไปดูแมวป่วยที่เลี้ยงไว้ พบว่ามีสภาพผอมโซแทบเดินไม่ได้ โดยนายถวิลเปิดเผยว่า เลี้ยงแมวเอาไว้ 20 ตัว ดูแลอย่างดี ให้กินอาหารแมว และเลี้ยงอยู่ในกรงเมื่อต้นเดือนที่ผ่านมา แมวได้ทยอยล้มตายลงติดต่อกันถึง 10 ตัว ส่วนที่เหลือมีสภาพย่ำแย่ พาไปพบสัตวแพทย์มาแล้วแต่ยังไม่หาย

ทางด้าน น.สพ.อนัต สิงหาราโท สัตวแพทย์ประจำ รพ.สัตว์พีอีที เลขที่ 1/53 ถนนสายอ่างทอง-อยุธยา ต.บางแก้ว อ.เมืองอ่างทอง เปิดเผยว่า ก่อนหน้านี้มีชาวบ้านใน ต.ชะไว นำแมวมาให้ตรวจรักษา ดูจากอาการเบื้องต้นแล้ว คาดว่าน่าจะเป็นโรคหัดแมว หรือไข้หวัดแมว เนื่องจากมีอาการคล้ายกัน แต่จะเป็นอะไรแน่ต้องตรวจในห้องแล็บ สำหรับโรคทั้ง 2 ชนิดนั้นมีมานานแล้ว แต่ต่างกันตรงที่โรคไข้หวัดแมวนั้น หากรีบพามาพบสัตวแพทย์โดยเร็ว ก็หายได้ แต่หากเป็นโรคหัดแมวไม่มีทางรอด ต้องตายอย่างแน่นอน แต่อย่างไรก็ตาม เชื้อไวรัสทุกสายพันธุ์มีโอกาสที่จะพัฒนากลายพันธุ์ได้ และทุกสายพันธุ์เป็นอันตรายต่อสิ่งมีชีวิตทุกอย่างแม้แต่ มนุษย์ หากไปสัมผัสหรือรับเชื้อโดยตรง ก็อาจเป็นอันตรายได้ ทั้งนั้น และหลังจากที่มีข่าวเรื่องแมวตาย ทำให้มีเจ้าของแมวจำนวนมากพาแมวที่เลี้ยงไว้มาฉีดวัคซีนรวมป้องกันไว้ ทำให้วัคซีนของ รพ.หมด ต้องรีบสั่งมาเพิ่มโดยด่วน ลูกค้าบางรายที่ใจร้อน ถึงขนาดโทรศัพท์มาขอจองคิวกันทีเดียว

ที่กระทรวงสาธารณสุข นายไชยา สะสมทรัพย์ รมว.สาธารณสุข แถลงว่า ได้สั่งการให้นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดอ่างทอง ไปตรวจสอบข้อเท็จจริงและให้ความรู้ในการป้องกันโรค โดยประสานกับสำนักงานปศุสัตว์จังหวัดอ่างทอง เพื่อร่วมตรวจสอบหาข้อมูล และให้ความรู้ แก่ประชาชนในการกำจัดซากแมว การดูแลแมวที่ป่วยอย่างถูกวิธี จากการตรวจสอบเบื้องต้นพบว่า มีแมวป่วยตาย 50-60 ตัว ด้วยอาการซึม สำรอก ถ่ายเป็นเลือด และตายในเวลา 2-3 วัน บางบ้านมีจำนวนถึง 18 ตัว สำนักงานปศุสัตว์จังหวัดอ่างทองสันนิษฐานจากอาการเบื้องต้นว่า คล้ายหวัดแมว จึงเก็บซากแมว 1 ตัว แมวป่วย 1 ตัว ส่งตรวจที่สถาบันสุขภาพสัตว์แห่งชาติแล้ว คาดว่าจะทราบผลตรวจเบื้องต้นในเวลา 12.00 น. วันที่ 25 มี.ค.นี้

ด้านสัตวแพทย์หญิงอภิรมย์ พวงหัตถ์ นายสัตวแพทย์ 8 กรมควบคุมโรค กล่าวว่า จากการประเมินผลเบื้องต้น มีข้อสันนิษฐาน 2 โรค คือไข้หวัดแมว และไข้หัดแมว ที่สามารถทำให้แมวเสียชีวิตได้จำนวนมาก แต่ไข้หวัดแมวนั้น จะมีผลต่อระบบหายใจอย่างเดียว ส่วนอาการที่พบใน จ.อ่างทองนั้น มีอาการของทางเดินอาหารร่วมด้วย ทำให้สันนิษฐานว่าจะเกิดจากโรคหัด ซึ่งไม่สามารถติดต่อสู่คน หรือสัตว์ชนิดอื่นๆได้ และเป็นโรคที่มีวัคซีนป้องกัน โดยไข้หัดแมว เกิดจากเชื้อไวรัส แพนลิวโคพิเนีย (Panluekopenia Virus) สามารถติดต่อได้ง่ายในกลุ่มแมว มีผลต่อระบบทางเดินหายใจ และระบบทางเดินอาหาร หากเกิดขึ้นในพื้นที่ที่ไม่มีภูมิคุ้มกันโรคจะสามารถทำให้เกิดการระบาดในวงกว้างทำให้สัตว์เสียชีวิตจำนวนมาก ในประเทศไทยก็มีการระบาดลักษณะดังกล่าวเกิดขึ้นในทุกปีแต่ไม่รุนแรง

สัตวแพทย์หญิงอภิรมย์กล่าวอีกว่า สิ่งที่ควรระวังคือ พยาธิในสัตว์เลี้ยง มองเห็นได้จากภายนอกคือ จะมีหมัด เพราะหมัดจะกินไข่พยาธิในตัว เพราะฉะนั้น ควรระวังอาจมีเด็กเล็กสามารถรับพยาธิตัวตืด พยาธิตัวกลมในสัตว์เลี้ยงได้ จึงควรล้างมือให้สะอาดทุกครั้งหลังเล่นกับสัตว์เลี้ยง อย่างไรก็ตาม โรคที่ประชาชนควรระมัดระวังมากกว่า คือ โรคพิษสุนัขบ้า โดยจากสถิติโรคพิษสุนัขบ้าเกิดจากสุนัขมากถึง 94 เปอร์เซ็นต์ สัตว์อื่นๆ 3-4 เปอร์เซ็นต์ แมว 2-3 เปอร์เซ็นต์ โดยส่วนใหญ่แล้วเด็กอายุ 5-9 ปี จะมีโอกาสโดนสัตว์เลี้ยงกัดได้มากที่สุด หากมีเด็กจึงต้องระมัดระวังเป็นพิเศษ

“อีกโรคหนึ่งที่ต้องระวังจากแมวคือ เชื้อก่อโรคท๊อกโซพลาสโมซิส (Toxoplasmosis) ซึ่งเป็นเชื้อโปรโตซัวที่อยู่ในอุจจาระของแมว ในบ้านเราพบได้น้อยมาก โรคนี้ไม่เป็นปัญหากับบุคคลทั่วไป มีปัญหาเฉพาะสตรี ตั้งครรภ์ที่ไปสัมผัสกับอุจจาระของแมวที่ติดเชื้อ จะทำให้แท้งหรือเด็กในครรภ์มีความพิการได้” สพ.ญ.อภิรมย์กล่าว

นายสัตวแพทย์ศักดิ์ชัย ศรีบุญซื่อ อธิบดีกรมปศุสัตว์ กล่าวว่า ขณะนี้สถาบันสุขภาพสัตว์แห่งชาติ อาจารย์จากคณะสัตวแพทย์มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย มหาวิทยาลัยมหิดล ร่วมกันเก็บตัวอย่างจากเลือด อุจจาระแมว ตรวจหาสาเหตุแล้วคาดจะ ทราบผลภายใน 7 วัน สำหรับโรคหัดแมวค่อนข้างเป็นโรคที่รุนแรงสามารถติดต่อจากสัตว์ที่อยู่ในตระกูลเดียวกันได้ อาทิ เสือ แต่ไม่สามารถแพร่ไปสู่ไก่ หมู โค กระบือได้

วันเดียวกัน ผู้สื่อข่าวได้เดินทางไปตรวจสอบข้อเท็จจริงที่บ้านเลขที่ 99/9 หมู่ 1 ต.ถ้ำกระต่าย อ.พรานกระต่าย จ.กำแพงเพชร หลังมีข่าวว่าสุนัขที่เลี้ยงเป็นหัดล้มตายจำนวนมาก โดยนางสุวคนธ์ ไม้แดง อายุ 53 ปี ผู้ดูแลสุนัขกล่าวว่า นำสุนัขจรจัดมาเลี้ยง 300 ตัว แมวอีกหลายสิบตัว ขณะนี้สุนัขและแมวล้มป่วยกว่า 100 ตัว และทยอยล้มตายลงวันละ 4-5 ตัว สังเกตอาการจะเซื่องซึม หายใจหอบไอ ไม่ยอมกินน้ำ อาหาร หลังจากนั้นประมาณ 7 วันจะตาย ได้นำสุนัขและแมวไปให้สัตวแพทย์ ตรวจระบุว่าเป็นไข้หัด ซื้อยามาฉีดรักษาตกขวดละ 700 บาท เงินที่มีอยู่ไม่เพียงพอ ตอนนี้อาหารเหลือเพียงกระสอบสุดท้าย จึงอยากวอนผู้ใจบุญช่วยเหลือด่วนด้วย

 

ที่มา ไทยรัฐ วัน อังคาร ที่ 25 มีนาคม

Last Updated ( อังคาร, 25 มีนาคม 2008 )
< Previous   Next >