Home arrow News arrow การค้นพบ "Helicobacter pylori"
การค้นพบ "Helicobacter pylori" Print E-mail
User Rating: / 2
PoorBest 
Post by Administrator   
พุธ, 19 มีนาคม 2008

 

Image

 

เชื้อแบคทีเรียในกระเพาะอาหาร กับ รางวัลโนเบลสาขาการแพทย์ ปี ค.ศ.2005 ของ Professor J. Robin Warren

 

โดย รศ.พญ.วโรชา มหาชัย ผู้อำนวยการศูนย์โรคทางเดินอาหารและตับ โรงพยาบาลกรุงเทพ

การค้นพบเชื้อแบคทีเรีย "Helicobacter pylori" ของ Professor J. Robin Warren ได้ถูกค้นพบในปี ค.ศ.1979 ได้เป็นที่ยอมรับและได้เป็นการเปิดมิติใหม่ในการรักษาโรคกระเพาะอาหาร ซึ่งถือว่าการค้นพบในครั้งนี้ได้สร้างคุณประโยชน์ให้กับมวลมนุษยชาติไว้อย่างมาก ทำให้ Professor J. Robin Warren ได้รับรางวัลโนเบลสาขาการแพทย์เมื่อปี 2005 ร่วมกับ Professor Barry Marshall (Nobel Prize in Physiology or Medicine 2005) ในฐานะที่เป็นผู้ค้นพบเชื้อแบคทีเรีย Helicobacter Pylori ซึ่งเป็นสาเหตุสำคัญทำให้เกิดโรคแผลในกระเพาะอาหารและมะเร็งกระเพาะอาหาร

แผลในลำไส้เล็ก แผลในกระเพาะอาหาร

ถือเป็นโอกาสดีของแพทย์ไทยที่จะได้พบปะพูดคุยกับ Professor J. Robin Warren ที่ได้มาเยี่ยมเยียนประเทศไทย ในการประชุมวิชาการประจำปี ของศูนย์การแพทย์โรงพยาบาลกรุงเทพ โดยจะบรรยายในหัวข้อเรื่อง "The Ease and Difficulty of a New Discovery" ในวันที่ 25 มีนาคม 2551 เวลา 09.00-10.00 น. ณ อาคารเฉลิมพระบารมี 50 ปี ซอยศูนย์วิจัย

แต่ก่อนอื่นขอถือโอกาสนี้ในการอธิบายความเป็นมาของเชื้อแบคทีเรียชนิดนี้

"เชื้อ Helicobacter pylori เป็นเชื้อแบคทีเรียแกรมลบที่มีรูปร่างเกลียว (spiral) สามารถพบเชื้อได้ในกระเพาะอาหารของประชากรทั่วโลกมากถึง 50% และจะพบได้ในเกือบทุกประเทศทั่วโลก สายพันธุ์ของเชื้อจะมีความแตกต่างกันขึ้นอยู่กับภูมิภาค และการย้ายถิ่นฐานก็จะทำให้เกิดการผสมระหว่างสายพันธุ์ขึ้นได้ เชื้อสามารถอยู่ในร่างกายมนุษย์ได้นานหลายสิบปีและมักจะติดเชื้อตั้งแต่เด็ก

"Professor J. Robin Warren เป็นผู้ที่ค้นพบเชื้อแบคทีเรีย Helicobacter pylori ร่วมกับ Professor Barry Marshall ซึ่งเชื้อแบคทีเรียที่พบปรากฏว่ามีความสัมพันธ์กับการเกิดแผลในกระเพาะอาหาร กระเพาะอาหารอักเสบ และการเกิดมะเร็งในกระเพาะอาหาร ซึ่งในช่วงแรกของการค้นพบยังไม่เป็นที่ยอมรับกันมากนัก ในปี ค.ศ.1979 Professor J. Robin Warren ได้ค้นพบเชื้อในเยื่อบุกระเพาะอาหารเป็นครั้งแรกโดยการตรวจทางพยาธิสภาพ และได้ทำการทดลองร่วมกับ Professor Barry James Marshall ที่ประเทศออสเตรเลีย ในปี ค.ศ.1982 พบว่าเชื้อแบคทีเรียชนิดนี้มีผลทำให้เกิดกระเพาะอาหารอักเสบ และสามารถเพาะเชื้อนี้จนทราบว่าเป็นเชื้อแบคทีเรียที่มีชื่อว่า "Helicobacter pylori"

แทบไม่มีใครเชื่อว่า การค้นพบในครั้งนั้นจะส่งผลต่อการรักษาโรคเพาะอาหารเป็นอย่างมาก และในช่วง 20 ปีที่ผ่านมาได้มีการตระหนักและให้ความสำคัญกับการค้นพบเชื้อแบคทีเรียชนิดนี้กันมากขึ้น โดยมีอุบัติการณ์การค้นพบเชื้อแบคทีเรีย Helicobacter pylori ที่เป็นสาเหตุให้เกิดโรคมะเร็งกระเพาะอาหารในประเทศจีน ญี่ปุ่น และเกาหลี เป็นจำนวนมาก

สำหรับในประเทศไทยก็พบว่ามีอุบัติการณ์การติดเชื้อสูงเช่นเดียวกัน เพียงแต่ไม่พบผู้ป่วยที่พัฒนาเป็นมะเร็งกระเพาะอาหารมากนัก ทั้งนี้อาจขึ้นอยู่กับสภาวะแวดล้อม พันธุกรรม และการบริโภคอาหาร ซึ่งสายพันธุ์ของเชื้อจะแบ่งออกเป็นหลายสายพันธุ์ขึ้นอยู่กับภูมิภาค

ส่วนสาเหตุของการติดเชื้อมีความเชื่อว่าอาจติดมาจากการปนเปื้อนอยู่ในอาหารและอุจจาระซึ่งเชื้อสามารถเข้าสู่ร่างกายได้ทางปาก โดยส่วนมากจะพบอัตราการติดเชื้อตั้งแต่ในวัยเด็ก แต่การแสดงออกทางอาการส่วนมากจะพบได้เมื่อเป็นผู้ใหญ่แล้ว และจะพบมากในช่วงอายุตั้งแต่ 40 ปีขึ้นไป

แต่ถึงกระนั้นก็ยังคงไม่ทราบที่มาของการติดเชื้อที่แน่ชัด มีความเชื่อว่าการบริโภคผักและผลไม้สด ลดการบริโภคอาหารเค็มจัด และการรับประทานวิตามินซีจะช่วยลดการเกิดมะเร็งกระเพาะอาหารได้ นั่นอาจเป็นเพราะว่าในปัจจุบันมีกรรมวิธีในการเก็บรักษาอาหารที่ดีขึ้น เช่น การเก็บรักษาอาหารในตู้เย็น เป็นต้น

จากการศึกษาวิจัยของ ผู้เขียนกับทีมผู้วิจัยในประเทศไทยพบว่า "สายพันธุ์ของเชื้อแบคทีเรีย Helicobacter pylori ในประเทศไทยมีสายพันธุ์ที่แตกต่างจากประเทศอื่นในแถบเดียวกัน โดยอาจจะเป็นสายพันธุ์ South/Central Asian Genotypes ส่วนในประเทศญี่ปุ่นอาจจะเป็นสายพันธุ์ East Asian Genotype โดยเชื่อว่าการที่สายพันธุ์มีความหลากหลายอาจเกิดจากการย้ายถิ่นฐานของมนุษย์เป็นสำคัญ วิธีการรักษาหากพบว่าเป็นมะเร็งกระเพาะอาหาร อาจต้องใช้วิธีการผ่าตัดหรือใช้ยาเคมีบำบัด

กรณีที่มีคนในครอบครัวเป็นมะเร็งกระเพาอาหารก็ควรที่จะได้รับการตรวจหาเชื้อแบคทีเรียชนิดนี้ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญของการก่อให้เกิดโรคมะเร็งกระเพาะอาหาร วิธีการตรวจหาเชื้อแบคทีเรีย Helicobacter pylori สามารถทำได้หลายวิธี เช่น การตรวจหาเชื้อด้วยวิธีส่องกล้อง ซึ่งแพทย์จะตัดชิ้นเนื้อออกมา แล้วตรวจด้วยวิธี "CLO-test หรือ Rapid urease test" โดยดูปฏิกิริยาของเชื้อซึ่งจะทราบผลภายใน 1 ชั่วโมง หรือวิธีการเป่าลมหายใจ 13C-UBT เป็นวิธีการที่จะตรวจหาเชื้อแบคทีเรียโดยตรวจภายหลังจากการได้รับการรักษาด้วยยาปฏิชีวนะแล้ว เพื่อติดตามว่ากำจัดเชื้อได้หมดหรือไม่

วิธีการที่ 1 และ 2 เป็นวิธีการที่ได้รับความนิยมมากกว่าวิธีอื่น นอกจากนี้ก็ยังมีวิธีการตรวจอื่นๆ อีก เช่น การตรวจหา Antibody ในเลือดหรือการตรวจในอุจจาระ ปัสสาวะ และวิธีการย้อมชิ้นเนื้อเพื่อดูแบคทีเรีย ซึ่งต่างก็เป็นวิธีที่ค่อนข้างยุ่งยาก จึงไม่เป็นที่นิยมมากนัก การตรวจพบเชื้อมีความสัมพันธ์กับแผลในลำไส้เล็กส่วนต้น (Duodenal Ulcer) มากถึง 80% และแผลในกระเพาะอาหารพบการติดเชื้อได้ถึง 50% ปัจจุบันยังไม่มีวัคซีนที่ใช้ในการรักษาหรือป้องกัน

ถือได้ว่าการค้นพบเชื้อแบคทีเรีย Helicobacter pylori ทำให้พลิกโฉมแนวทางวิธีการรักษาอาการอักเสบและแผลในกระเพาะอาหารอย่างแท้จริง ทำให้สามารถรักษาโรคกระเพาะให้หายขาดไม่เป็นเรื้อรัง และลดปัจจัยเสี่ยงของมะเร็งกระเพาะอาหารนับว่าเป็นประโยชน์อย่างมากต่อวงการแพทย์ทั่วโลกเลยทีเดียว

หมายเหตุ : เนื่องด้วย Professor J.Robin Warren ผู้ได้รับรางวัลโนเบล สาขาด้านการแพทย์ ประจำปี ค.ศ.2005 เรื่องการค้นพบแบคทีเรียที่เป็นสาเหตุของโรคกระเพาะอาหารและมะเร็งกระเพาะอาหาร ได้ให้เกียรติเป็นแขกรับเชิญของ รศ.พญ.วโรชา มหาชัย ในการอบรมระยะสั้น สาขาวิชาโรคทางเดินอาหาร ครั้งที่ 5 ณ ห้องประชุมเฉลิมพรมมาส ตึก อปร. โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ วันที่ 24 มีนาคม 2551 เวลา 09.10 น. และในการประชุมวิชาการประจำปี ของโรงพยาบาล วันอังคารที่ 25 มีนาคม 2551 เวลา 09.10 น.

จึงขอเชิญแพทย์ พยาบาล และผู้ที่สนใจเข้าร่วมฟังการบรรยายในครั้งนี้ได้ ตามวัน เวลา และสถานที่ดังกล่าว

 

ที่มา หนังสือพิมพ์ มติชน วันที่ 19 มีนาคม พ.ศ. 2551

Last Updated ( พุธ, 19 มีนาคม 2008 )
< Previous   Next >