Home arrow News arrow ชี้ไข้กระต่ายรักษาหายได้ เชื้อร้ายใช้ทำอาวุธชีวภาพ
ชี้ไข้กระต่ายรักษาหายได้ เชื้อร้ายใช้ทำอาวุธชีวภาพ Print E-mail
User Rating: / 0
PoorBest 
Post by Administrator   
อังคาร, 18 มีนาคม 2008

      

Image

 

        อธิบดีกรมควบคุมโรคเผยไข้กระต่ายเป็นโรคอุบัติใหม่ ต้องรายงานองค์การอนามัยโลก ยังไม่มีในสารบบตำราแพทย์ไทย ชี้เชื้อสุดร้ายนิยมนำไปผลิตอาวุธชีวภาพ เพราะติดต่อได้ทั้งทางตรงและอ้อม แต่อย่าเพิ่งตื่นตูม หายขาดได้หากรักษาแต่เนิ่นๆ "หมออลงกรณ์"เตือนดารา ชอบเลี้ยงสัตว์ฟันแทะที่ลักลอบนำเข้า เสี่ยงติดโรคสูง

        นพ.ธวัช สุนทราจารย์ อธิบดีกรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) แถลงเมื่อวันที่ 17 มีนาคม ที่ สธ.ถึงการตรวจพบผู้ป่วยโรคทูลารีเมีย (Tularemia) หรือโรคไข้กระต่าย รายแรกของประเทศที่ จ.ประจวบคีรีขันธ์ โดยติดเชื้อแบคทีเรียบาซิลัส ฟรานซิเซลล่า ทูลารีซิส (Francisella tularensis) ติดต่อจากสัตว์ตระกูลฟันแทะ อาทิ กระต่าย กระรอก หนู ว่า ผู้เสียชีวิตเป็นเพศหญิง อายุ 37 ปี มีประวัติสัมผัสกระต่าย โดยที่บ้านเลี้ยงกระต่ายพันธุ์ไทยจำนวนมาก เชื่อว่าจะได้รับเชื้อทั้งจากทางเดินหายใจ การสัมผัสสารคัดหลั่งทางปาก จมูก ทั้งนี้ โรคดังกล่าวถือเป็นหนึ่งในโรคอุบัติใหม่ของไทย จึงต้องรายงานไปยังองค์การอนามัยโลก หรือฮู (WHO) และต้องให้ความรู้ในการป้องกันแก่ประชาชน และแพทย์ในการตรวจวินิจฉัยและวิธีการรักษา เพราะในตำราแพทย์ที่เรียนในไทยยังไม่มีโรคนี้

ทั้งนี้ เชื้อแบคทีเรีย ฟรานซิเซลล่า ทูลารีซิส เดิมพบในสัตว์ป่าและติดต่อในหมู่สัตว์ป่าด้วยกัน แต่เมื่อคนนำสัตว์ป่า เช่น กระต่าย กระรอก มาเลี้ยงมากขึ้น ทำให้โรคนี้ติดต่อจากสัตว์มาสู่คน จัดเป็นโรคประจำถิ่นของทวีปอเมริกาเหนือและยุโรป ที่สำคัญเชื้อชนิดนี้เครือข่ายเฝ้าระวังการก่อการร้ายโลก ขึ้นบัญชีเป็นเชื้อโรคที่ผู้ก่อการร้ายทั่วโลกนิยมนำไปผลิตเป็นอาวุธชีวภาพ เนื่องจากเชื้อสามารถติดต่อจากคนได้ทั้งทางตรงและทางอ้อม รวมทั้งเมื่อมีอาการก็จะคล้ายกับโรคอื่นๆ ทำให้ผู้ป่วยไม่ระมัดระวังในการรักษาตัว

"ขณะนี้มั่นใจว่าผู้เสียชีวิตรายนี้ป่วยเป็นโรคทูลารีเมียแน่นอน เพราะตรวจพบเชื้อแบคทีเรียบาซิลัส ฟรานซิเซลล่า ทูลารี ซิส ในเลือดของผู้เสียชีวิต ส่วนผลตรวจเชื้อยืนยันจากแล็บของประเทศ สหรัฐอเมริกาแล้ว คาดว่าอีก 2 สัปดาห์จะรู้ผลว่าเป็นเชื้อสายพันธุ์เอ หรือบี เนื่องจากชนิดเอจะมีความรุนแรงกว่าชนิดบี อย่างไรก็ตาม ผู้เสียชีวิตรายนี้เนื่องจากมีประวัติเป็นโรคมะเร็งรังไข่ และได้รับการทำคีโมบำบัด ซึ่งทำให้ภูมิคุ้มกันมีน้อยกว่าคนปกติ เมื่อได้รับเชื้อแบคทีเรียนี้ จึงมีอาการรุนแรงมากกว่าคนปกติ" อธิบดีกรมควบคุมโรคกล่าว

นพ.ธวัชกล่าวว่า จากการส่งเจ้าหน้าที่ลงพื้นที่สอบสวนโรคที่ประจวบคีรีขันธ์ พบว่าบ้านของผู้เสียชีวิตปัจจุบันยังเลี้ยงกระต่ายอยู่กว่า 10 ตัว และจนถึงปัจจุบันยังไม่มีคนในบ้านป่วยเป็นโรคทูลารีเมียแต่อย่างใด เจ้าหน้าที่จึงได้ให้ข้อมูลในการป้องกันโรคกับคนในบ้าน สำหรับการควบคุมโรคนั้น เบื้องต้นได้สั่งการให้นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัด (สสจ.) ประจวบคีรีขันธ์เร่งให้ข้อมูลประชาสัมพันธ์ในการป้องกันโรคแล้ว และให้รายงานหากพบผู้ป่วยต้องสงสัยหรือเป็นโรคนี้

นอกจากนี้ได้ประสานไปยังกรมปศุสัตว์ พร้อมให้ตัวอย่างเลือดของผู้เสียชีวิตที่มีเชื้อแบคทีเรียดังกล่าว ให้สุ่มตรวจเชื้อจากสัตว์นำเข้าทั่วประเทศ เนื่องจากโรคนี้ไม่ใช่โรคประจำถิ่น จึงต้องเข้มงวดในการนำเข้าสัตว์ ดังนั้น ขอเตือนกลุ่มคนมีเงินที่อยากมีสัตว์เลี้ยงแปลกๆ นำเข้าจากต่างประเทศ อย่าลักลอบนำเข้า หากต้องการเลี้ยงให้ขออนุญาตให้ถูกต้องจากกรมปศุสัตว์ เพราะตรงนี้อันตรายมากอาจทำให้เกิดโรคแปลกๆ ที่ติดต่อร้ายแรงในประเทศไทยได้

"ปัจจุบันโรคไข้กระต่ายยังไม่มีการติดต่อจากคนสู่คน แต่จะติดต่อจากสัตว์สู่คนทั้งทางตรงด้วยการสัมผัสสารคัดหลั่ง การหายใจ การกินเนื้อและถูกเห็บ หมัดในตัวสัตว์ที่เป็นโรคกัด ซึ่งเชื้อจะใช้เวลาฟักตัวในคนประมาณ 3-5 วัน จึงจะแสดงอาการ หากติดผ่านทางผิวหนังจะเกิดแผลอักเสบ ต่อมน้ำเหลืองโต ติดที่บริเวณเท้าจะคล้ายโรคฝีมะม่วง ติดต่อทางเดินหายใจ อาการเริ่มแรกเหมือนเป็นไข้หวัดใหญ่ จนสัปดาห์ที่ 2 อันตรายที่สุด จะเกิดภาวะแทรกซ้อนเป็นปอดบวม และเมื่อเชื้อเข้าสู่กระแสโลหิตจะเสียชีวิต อาการโดยรวมจะแยกแยะลำบากจากกาฬโรค และถ้าติดจากการกินอาหารหรือน้ำที่มีเชื้อจะทำให้ท้องเสีย คลื่นไส้อาเจียน แต่มักไม่เสียชีวิต" อธิบดีกรมควบคุมโรคกล่าว

นพ.ธวัชกล่าวว่า ผู้ป่วยรายนี้เป็นรายแรกที่มีการวินิจฉัยโรคอย่างถูกต้องด้วยการส่งไปตรวจในห้องแล็บสหรัฐอเมริกา แต่โดยส่วนตัวเชื่อว่าก่อนหน้านี้มีผู้ป่วยรายอื่นๆ ที่เป็นโรคนี้เช่นกัน แต่ไม่มีการตรวจวินิจฉัย เนื่องจากอาการโดยทั่วไปคล้ายกับโรคต่างๆ แพทย์จึงวินิจฉัยและรักษาด้วยยาปฏิชีวนะตามอาการที่ตรวจพบจนหาย เพราะโรคนี้สามารถรักษาให้หายขาดได้ด้วยยาปฏิชีวนะสเตร็ปโตมายซิน และยาเจนต้ามายซิน แต่ที่เสียชีวิตส่วนใหญ่เพราะรักษาไม่ทัน ดังนั้น เมื่อมีอาการไข้ให้กินยาลดไข้ 1 ครั้ง ไม่ดีขึ้น ให้ไปพบแพทย์ อย่านิ่งนอนใจ อย่ากลัวเสียเวลา หากได้รับการรักษาแต่เนิ่นๆ โอกาสที่จะเกิดภาวะแทรกซ้อนจนเสียชีวิตจะน้อย

"เชื้อชนิดนี้จะอยู่ได้ในสิ่งแวดล้อมอุณหภูมิทั่วไปและในอุณหภูมิติดลบมากๆ ซึ่งมีรายงานการวิจัยระบุว่าเมื่อนำเนื้อกระต่ายที่นิยมบริโภคกันในสหรัฐ อเมริกามาแช่แข็งอุณหภูมิ -15 องศาเซลเซียส ไม่สามารถฆ่าเชื้อนี้ได้ เว้นแต่จะนำไปปรุงให้สุกอุณหภูมิ 100 องศาเซลเซียส นาน 10 นาที" อธิบดีกรมควบคุมโรคกล่าว

นพ.ธวัชกล่าวถึงวิธีป้องกันโรคว่า ผู้เลี้ยงกระต่าย หรือสัตว์นำเข้าจากต่างประเทศ อย่าสัมผัสสัตว์โดย ตรง ควรสวมถุงมือก่อนทุกครั้ง หมั่นล้างมือทำความสะอาดทุกครั้งหลังสัมผัสสัตว์ และผู้เลี้ยงควรกำจัดเห็บ หมัดในสัตว์เลี้ยงให้หมด สำหรับผู้ที่เลี้ยงเชิงอุตสาห กรรมควรใส่รองเท้าบู๊ต เสื้อกาวน์ ถุงมือ และหน้ากากในการป้องกัน ส่วนวัคซีนมีการนำมาใช้ป้องกันโรคเช่นกัน โดยในประเทศสหรัฐอเมริกาฉีดให้เฉพาะกลุ่มเสี่ยง เช่น พรานป่า และคนเลี้ยงสัตว์จำนวนมากเท่านั้น สำหรับประเทศไทยไม่ได้นำเข้า เนื่องจากไม่ใช่โรคประจำถิ่น

นพ.พิภพ เจนสุทธิเวชกุล สสจ.ประจวบคีรีขันธ์ เผยว่า โรคดังกล่าวไม่ร้ายแรง และขณะนี้ยังไม่มีผู้ป่วยรายใหม่ ส่วนผู้ป่วยรายที่พบเป็นผู้ป่วยเก่าที่พบตั้งแต่เดือนตุลาคม 2550 ส่วนตัวยังแปลกใจว่าเหตุใดผู้รับผิดชอบเกี่ยวกับเรื่องนี้ไม่แจ้งผลการวิเคราะห์ให้จังหวัดทราบ ก่อนไปเสนอข่าวทางสื่อมวลชนในส่วนกลาง ซึ่งได้แจ้งให้ผู้ที่สอบถามติดต่อไปยังกรมควบคุมโรคเพื่อสอบถามรายละเอียด และหลังจากมีสื่อนำเสนอข้อมูล ยอมรับว่าชาวบ้านในพื้นที่หวั่นวิตกพอสมควร อีกทั้งในปี 2551 มีการประกาศให้เป็นปีท่องเที่ยวประจวบคีรีขันธ์ เกรงว่าจะส่งผลกระทบกับการท่องเที่ยว ซึ่งปลัด สธ.ยังโทรศัพท์มาสอบถามเรื่องนี้ และได้ชี้แจงว่าไม่น่าหวั่นวิตกเพราะยังไม่มีการระบาดของโรค

นพ.พิภพกล่าวว่า ที่ผ่านมาได้รายงานให้นายประสงค์ พิทูรกิจจา ผู้ว่าราชการจังหวัดประจวบ คีรีขันธ์ ทราบตั้งแต่วันที่ 11 พฤศจิกายน 2550 ว่าพบเชื้อ Francisella tularensis ในเลือดผู้ป่วยมะเร็งรังไข่เสียชีวิต สำหรับผู้ป่วยดังกล่าวอายุ 37 ปี เป็นเพศหญิง อาศัยอยู่ที่หมู่ 1 ต.กุยบุรี อ.กุยบุรี จ.ประจวบคีรีขันธ์

"สำหรับการรายงานเชื้อมีการดำเนินการสร้างระบบเฝ้าระวังให้เข้มแข็งทั้งในคนและในสัตว์ โดยเฉพาะโรคใหม่อุบัติซ้ำ ทาง สสจ.ได้ให้ความรู้กับญาติ ผู้สัมผัสใกล้ชิดให้มาพบแพทย์เมื่อมีอาการผิดปกติ รวมถึงการติดตามเฝ้าระวังญาติ และประชาชนละแวกบ้านเดียวกันอย่างต่อเนื่อง 30 วันจนไม่มีผู้ป่วยรายใหม่ มีการแนะนำปรับปรุงสภาพแวดล้อม ผู้สัมผัสใกล้ชิด การเก็บตัวอย่างเลือด 2 ตัวอย่าง ส่งตรวจที่สถาบันวิจัยสาธารณสุข สำหรับโรคทูลารีเมีย ไม่เคยปรากฏในประเทศไทยมาก่อน และจากการที่มีรายงานผู้ป่วยในจังหวัดจึงสั่งให้เฝ้าระวังในสถานบริการสาธารณสุขทุกแห่งอย่างเข้มงวด และได้ให้ความรู้กับประชาชนเพื่อป้องกันโรคติดต่อจากสัตว์สู่คน" นพ.พิภพกล่าว

สัตวแพทย์หญิงวิรงรอง หุ่นสุวรรณ ผู้อำนวยการส่วนควบคุมโรคติดต่อระหว่างสัตว์และคน สำนักควบคุมและป้องกันและบำบัดโรคสัตว์ กรมปศุสัตว์ กล่าวว่า ได้เข้าไปประสานงานร่วมกับกระทรวงสาธารณสุขมาตั้งแต่ต้น โดยส่งเจ้าหน้าที่สุ่มตรวจเชื้อจากสัตว์ที่อยู่ในข่ายรับเชื้อดังกล่าว คือสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมทั่วไป รวมถึงกระต่ายและกระรอก ทั้งในบริเวณบ้านผู้เสียชีวิต และบริเวณใกล้เคียง ขณะนี้ก็กำลังรอผลการตรวจสอบจากห้องปฏิบัติการ ส่วนจังหวัดอื่นๆ ยังไม่ได้รับข้อมูลการตรวจพบเชื้อชนิดนี้

และว่า ไม่อยากให้ประชาชนแตกตื่นมากนัก เพราะเชื้อไข้กระต่ายเป็นเชื้อแบคทีเรีย ไม่ใช่ไวรัสเหมือน ไข้หวัดนก ไข้กระต่ายจึงสามารถรักษาได้ด้วยยาปฏิชีวนะ จึงให้เจ้าหน้าที่ประชาสัมพันธ์ข้อมูลให้ชาวบ้านรับทราบและเข้าใจ

สำหรับอาการของสัตว์ที่ได้รับเชื้อนี้ เบื้องต้นจะมีอาการคล้ายเป็นไข้ ครั่นเนื้อครั่นตัว แต่ไม่แสดงอาการชัดเจนนัก ดังนั้น เพื่อความปลอดภัยหากเจ้าของสัตว์พบว่าสัตว์มีอาการเป็นไข้ ควรพาไปพบสัตวแพทย์เพื่อตรวจสอบโดยทันที

นายสัตวแพทย์อลงกรณ์ มหรรณพ นายสัตวแพทย์ประจำสำนักพระราชวัง กล่าวว่า ไข้กระต่ายมีมานานแล้ว และพบในเมืองไทยบ้างในสัตว์ฟันแทะ แต่ไม่มากนัก และไม่เคยพบมา 30-40 ปีแล้ว โรคนี้มีพาหะคือ ตัวเห็บ หรือตัวฟลี (Flea) ลำตัวแบน สีดำ มีขนาดเล็กมาก กระโดดได้ไกลมาก วิธีการติดต่อคือ เห็บที่ดูดเลือดกระต่าย หรือสัตว์ฟันแทะที่มีเชื้อ แล้วกระโดดไปเกาะและกัดอีกตัวทำให้ติดเชื้อกัน หากเป็นสัตว์เลี้ยงในคอก โรคนี้จะแพร่ระบาดอย่างรวดเร็ว มีอาการเหมือนโรคกาฬโรค คือ ต่อมน้ำเหลืองโต มีไข้สูง มีน้ำมูก และมีอาการท้องเสียร่วมด้วย ที่สำคัญคือ โรคนี้สามารถติดจากสัตว์ไปสู่คนได้ทางลมหายใจ และสารคัดหลั่งต่างๆ วิธีการป้องกันกรณีที่เกิดโรคนี้ระบาดในสัตว์ฟันแทะที่อาศัยอยู่ในบ้าน หรือฟาร์มกระต่าย คือ การพ่นยาฆ่าตัวเห็บ เพื่อตัดตอนพาหะออกไป

"ที่น่าเป็นห่วงคือ สัตว์ฟันแทะจำพวกกระต่าย หรือกระรอก หรือสัตว์ฟันแทะที่ดารา หรือวัยรุ่นชอบเอามาเลี้ยงบนบ่า สัตว์ที่แอบนำเข้ามาจากต่างประเทศ แบบผิดกฎหมาย หรือที่ขายกันตามสวนจตุจักร สัตว์พวกนี้จะไม่ผ่านการตรวจ อาจจะมีเห็บติดมาและแพร่ระบาดต่อไปได้" น.สพ.อลงกรณ์กล่าว

 

ที่มา หนังสือพิมพ์ มติชน วันที่ 18 มีนาคม พ.ศ. 2551

Last Updated ( อังคาร, 18 มีนาคม 2008 )
< Previous   Next >